<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204</id><updated>2012-01-05T15:49:35.702+07:00</updated><category term='บันทึกเรื่อยเปื่อย'/><category term='ประวัติและข่าวเกี่ยวข้อง'/><category term='ผลงาน'/><category term='บันทึก...เจ้าวายร้าย'/><category term='บอกกล่าวเล่าความ'/><category term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><category term='นิยาย-บุหลันจันดารี'/><category term='นิยาย-แสงแข'/><category term='นิยาย-เรื่องรักของ...ปาย'/><title type='text'>. . Kitanjali's Novels . .</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>35</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-6531045995098336615</id><published>2011-09-09T10:10:00.000+07:00</published><updated>2011-09-09T10:10:07.229+07:00</updated><title type='text'>ของขวัญวันแม่ชิ้นแรก</title><content type='html'>จะโพสต์นานแล้ว ตั้งกะได้รับมาใหม่ๆ จนตอนนี้ขึ้นเดือนใหม่แล้ว...เลยต้องรีบโพสต์ก่อนจะถึงวันแม่งวดหน้า...(ถึงจะอีกนาน แต่ไม่แน่หรอก...เรื่องดองๆ นี่ ของมันเคยๆ อะนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;คุณครูเขียนโน้ตมาให้ บอกว่าขอรูปคุณแม่กับน้องหนึ่งรูปนะคะ เรารึก็ไม่ค่อยมีรูปถ่ายด้วยกันที่เราจะดูดีๆ กะเค้าสักเท่าไร ก็ค้นๆ หาๆ พอเจอ ก็ไม่มีเวลาเอาไปอัด (นี่ล่ะข้อเสียอย่างหนึ่งของการถ่ายรูปกล้องดิจิตอล เพราะมักไม่ค่อยได้อัดรูปออกมาดูเป็นแผ่นๆ เหมือนแต่ก่อน) ผลัดคุณครูแล้วผลัดอีก สุดท้ายพอจะปริ้นต์เอง ปริ้นเตอร์ยังปริ้นต์ออกมาสีเพี้ยนเสียอีก เลยต้องฝากคุณพี่ไปปริ้นต์มาให้จากที่ทำงาน (จริงๆ แอบประหยัดหมึกต่างหาก อิอิ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;คุณพี่ปริ้นต์มาให้บนกระดาษโฟโต้อย่างดีหนึ่งรูป กับรูปสำรองซึ่งคงปริ้นต์ทดสอบอีกหนึ่งรูป แต่คุณครูเอารูปที่ปริ้นต์ทดสอบไปใช้แทน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ตอนแรก ก็นึกว่าคุณครูจะเอาไปจัดบอร์ดวันแม่อะไรเทือกนั้น แต่ก็แอบงงๆ เพราะกิจกรรมวันแม่ซึ่งเชิญบรรดาคุณแม่มาให้ลูกๆ กราบนั้นจัดขึ้นเฉพาะสำหรับเด็กอนุบาล ๓ ซึ่งเป็นพี่โตสุดเท่านั้น น้องๆ อนุบาล ๑ และ ๒ ไม่มีกิจกรรมให้แม่ๆ มาโรงเรียน ก็ยังแอบนึกว่า...ปีนี้คงไม่มีโอกาสกับเค้าหรอก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;และแล้ววันหนึ่ง ก่อนวันแม่นั่นแหละ...ในกระเป๋านักเรียนก็มีของอะไรอย่างหนึ่งใส่มาด้วย ได้ยินคุณครูบอกให้ลูกเอาของที่ทำให้คุณแม่นะคะ ก็ยังแปลกใจสงสัยว่า...ของอะไร...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;จนลูกหยิบมาให้...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ไม่อยากบอกเลยว่าดีใจ...แม้จะรู้ว่าคุณครูมีส่วนช่วยในการทำของขวัญชิ้นนี้ แต่ก็รู้ว่ามีฝีมือของลูกอยู่บนเนื้องานนั้นๆ ทั้งสีที่ระบายเป็นขอบ และกากเพชรทีี่ติดอยู่โดยรอบ รวมไปถึงตัวหนังสือโย้ๆ ที่เขียนไว้บนการ์ด (ถึงจะเขียนโดยที่คุณครูทำตัวหนังสือประไว้ให้ก็เถอะ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;พอรับมาแล้ว...ก็ชมลูก เขายิ้มอย่างภูมิใจ...ซึ่งนั่นล่ะคือสิ่งมีค่าที่สุดยิ่งกว่าอะไร...รอยยิ้มของลูก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/P8242679-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/P8242679-2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-6531045995098336615?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/6531045995098336615/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/09/blog-post_09.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6531045995098336615'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6531045995098336615'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/09/blog-post_09.html' title='ของขวัญวันแม่ชิ้นแรก'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-406560625774991698</id><published>2011-09-06T11:21:00.000+07:00</published><updated>2011-09-06T11:21:10.102+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึก...เจ้าวายร้าย'/><title type='text'>วันเยี่ยมชมห้องเรียน อ.๑/๔</title><content type='html'>เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เป็นวันเยี่ยมชมห้องเรียนของห้องอนุบาล ๑/๔ ซึ่งเป็นห้องเรียนของเจนิซ กิจกรรมเยี่ยมชมห้องเรียนนี้จะมีทุกเทอมค่ะ...เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เห็นว่าลูกเรียนอะไรบ้างในเทอมนั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ต้องบอกก่อนว่าที่นี่เน้นการเรียนเป็นโครงงาน หรือ Project Approach นั่นก็คือ...ให้เด็กๆ นำเสนอเรื่องที่อยากจะเรียนในเทอมนั้นแล้วก็จะโหวตเลือกเรื่องที่มีคนสนใจมากที่สุด สำหรับเด็กเล็กๆ อย่างอนุบาล ๑ คุณครูยังคงมีส่วนในการเลือกหัวข้อ เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถที่จะนำเสนอเรื่องที่สนใจอยากรู้ได้เอง คุณครูก็จะพาเด็กๆ ไปเดินเล่นรอบโรงเรียน ดูสวนที่บ้านคุณครูมณีรัตน์ (เจ้าของโรงเรียน) ซึ่งจะมีสัตว์ต่างๆ มีบ่อปลา มีเต่า หลังจากนั้นก็จะถามเด็กแต่ละคนว่าชอบอะไร จากนั้นก็จะเอาคำตอบเด็กๆ มาไล่เรียงเป็นข้อโดยเลือกหัวข้อที่มีคนตอบมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป จากนั้นก็จะโหวตกัน คุณครูจะแบ่งมุมต่างๆ ในห้องตามหัวข้อที่ให้เด็กเลือกแล้วก็ให้เด็กวิ่งไปยืนในมุมของหัวข้อที่ชอบ ที่ต้องใช้วิธีนี้เพราะเด็กวัยนี้ยังยกมือโหวตไม่เป็น...ก็จะเกิดการยกแล้วยกอีก ฉะนั้นให้วิ่งไปยืนตามมุมที่ชอบก็จะทำให้ได้จำนวนที่แน่ชัด โหวตเสร็จก็นับจำนวน (คุณครูจะสอนให้เด็กนับไปด้วยในตัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปเทอมนี้หัวข้อที่เด็กๆ เลือกมากที่สุดคือ เรื่องเต่า ซึ่งเจนิซก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอเรื่องนี้ (แต่ตอนโหวตไม่ได้โหวตกับเค้าหรอก เพราะไม่สบายอยู่บ้าน แหะๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการเรียนเรื่องเต่า...คุณครูก็จะขยายความรู้ต่อไปยังเรื่องต่างๆ ที่เด็กควรจะต้องเรียนรู้ เช่น พยัญชนะ เลข ภาษาอังกฤษ รูปทรงต่างๆ และเน้นให้เด็กได้ทำกิจกรรมทางศิลปะหลายๆ อย่าง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กต่อไป (ฝึกกล้ามเนื้อเล็ก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเยี่ยมชมครั้งนี้ คุณครูประจำชั้นจะนำเสนอโครงงานที่เด็กๆ เลือกเรียน และบอกเล่าถึงที่มา ก่อนจะให้เด็กๆ ออกมา่นำเสนอผ่านการร้องเพลง การเต้นเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กกล้าแสดงออกอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262687-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262687-2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันนั้นเราตื่นกันแต่เช้า เพราะทั้งพ่อแม่เตรียมตัวไปดูลูกกันทั้งคู่ คุณพ่อถึงกับล็อกคิวกันเลยทีเดียว เนื่องจากช่วงนี้ยุ่งมาก แทบไม่ได้อยู่บ้านอยู่ช่องกับเค้าเลย ลูกคงแปลกใจเพราะพอพ่อแม่มาส่งแล้วก็ยังไม่กลับ แถมมาแอบดูตอนเข้าแถวเคารพธงชาติอีกด้วย กิจกรรมช่วงเข้าแถวที่มณีรัตน์เยอะมากค่ะ ร้องเพลงชาติ สวดมนต์เสร็จ ก็จะต้องทำกิจกรรมอย่างเช่น เต้นตามจังหวะเพลง (แบบง่ายๆ) ตบท้ายด้วยนั่งสมาธิสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262693-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262693-1.jpg" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;หลังจากเคารพธงชาติและเด็กๆ เข้าห้องเรียนแล้ว บรรดาคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองทั้งหลายก็เข้าห้องประชุม ใช้เวลาพูดคุยไม่นานนักก็แยกย้ายไปที่ห้องเรียนของลูก คุณครูประจำชั้นก็จะกล่าวแนะนำถึงที่มาของโครงงานที่เรียนในเทอมนั้น แล้วก้ให้เด็กๆ ออกมาแนะนำตัวและแสดงความสามารถ โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;แม่ยังกังวลอยู่ว่าเจนิซจะอายไหมเวลาต้องออกมาแนะนำตัวหน้าชั้น แต่เจนิซทำได้ดีมาก แอบขำนิดหน่อยตอนคุณครูถามว่าชื่ออะไร เพราะลูกตอบว่า "ชื่อนิดค่า" ปกติเวลาแม่เรียกก็จะเรียกสั้นๆ ว่านิด แต่เวลาใครๆ ถามก็จะตอบเต็มๆ ว่าเจนิซ ไม่นึกว่าลูกจะจำ ที่จริงลูกก็ไม่เคยเรียกตัวเองกับใครว่านิดสักครั้ง พอคุณครูถามอีกครั้งลูกก็บอกชื่อเล่นเต็มๆ ว่า "ชื่อเจนิซค่า" เสียงดังฟังชัดมากๆ&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;กลุ่มของเจนิซออกมาร้องเพลงพร้อมทำท่าประกอบ คุณครูยื่นไมค์มาให้เจนิซร้องด้วย เจนิซก็ร้องโดยไม่เคอะเขิน ดูท่าจะชอบร้องออกไมค์ด้วย เพราะพอคุณครูดึงไมค์ไปให้เพื่อนคนอื่น เจนิซหยุดร้องไปแป๊บนึึง เหมือนเอาไมค์ไปแล้วร้องไม่ออก...&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;พอเสร็จจากการแสดงเล็กๆ น้อยๆ คุณครูก็พาเด็กๆ ออกจากห้อง แล้วให้ไปเล่นกันที่สนามหญ้าบ้านคุณครูมณีรัตน์ เพราะไม่อยากให้เด็กๆ เห็นภาพตอนพ่อแม่กลับเนื่องจากกลัวเด็กบางคนจะร้องไห้ตาม ร้องคนหนึ่งแล้ว คนอื่นๆ จะร้องตามเอาได้ ทีนี้ล่ะยุ่งแน่...&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;ช่วงที่เด็กๆ ออกไปแล้ว คุณครูก็ให้พ่อแม่ผู้ปกครองเดินดูผลงานของลูกที่ติดอยู่ในห้อง ก็เดินๆ ดูกันทั้งพ่อทั้งแม่ เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกในหลายๆ ด้าน มีผลงานอยู่ชิ้นหนึ่งที่พอพ่อกับแม่เห็นแล้วก็ขำ ตอนแรกแม่ก็ไม่เก็ต จนพ่อพูดออกมานั่นล่ะถึงได้ร้องอ๋อ...&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;คุณครูให้เอาหินมาระบายสีและติดบนกระดาษแล้วทำเป็นรูปเต่า จากนั้นก็ให้วาดรูปร่างกายของหนูไว้ข้างๆ เดินดูของเด็กคนอื่นๆ ก็วาดมีแขนมีขาปกติ&amp;nbsp; แต่พอดูของลูกตัวเอง ทำไมขามันแปลกๆ หว่า...ดูยังไงๆ มันก็ไม่เหมือนร่างกายคน&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;พ่อเค้าเดินมาดูด้วยก็บอก..."ดู...ขนาดวาดรูปตัวเอง ยังเป็นแอเรียลเลย" &lt;span style="color: blue; font-size: xx-small;"&gt;[แอเรียล - ชื่อนางเอก(ซึ่งเป็นเงือก)ในการ์ตูนเรื่อง Little Mermaid]&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&amp;nbsp;นั่นละ่แม่ถึง...อ๋อออ...ก็ว่าทำไมมันคุ้นๆ ที่แท้ก็วาดรูปเงือก&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262687-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262687-1.jpg" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;ปลากับนางเงือกนี่เป็นอะไรที่ชอบจริงชอบจังมากๆ ถึงจะมี Tinkerbell กับ Winx Club แวบวาบประปราย แต่ แอเรียล น่ะของตาย...ตุ๊กตาเงือกนี่มีอยู่หลายตัว ชอบเหลือเกิน&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262706-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262706-1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262720-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262720-1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262730-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/P8262730-1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ถ้าถามพ่อกับแม่ว่าพอใจมั้ยกับการเรียนของลูก...ต้องบอกว่าพอใจมาก แม้ว่าใครหลายคนจะบอกว่าเรียนที่มณีรัตน์แล้วต้องไปเรียนเสริมเน้นวิชาการเพื่อเตรียมสอบเข้าประถม เพราะที่นี่ไม่เน้นวิชาการเท่าไร ต้องบอกว่า ถึงดูเหมือนว่าจะไม่เน้นวิชาการ แต่โครงงานที่เด็กๆ ทำนั้นก็มีการสอดแทรกวิชาการที่เด็กควรต้องรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ปกติเวลาอยู่บ้านแม่ก็พยายามสอนเพิ่มให้อยู่แล้ว เพราะไม่คิดว่าการให้ลูกเข้าโรงเรียนแล้วต้องทิ้งภาระทุกอย่างไว้ที่ครู การเรียนในวัยอนุบาลหรือประถมยังเป็นช่วงที่พ่อแม่สามารถสอนเพิ่มเติมได้อยู่โดยเฉพาะถ้ามีเวลา ฉะนั้นให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่ทำให้เขารู้สึกว่าการเรียนนั้นสนุกและไม่น่าเบื่อ เป็นพื้นฐานให้ลูกรักที่จะเรียน...เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่คำนึงถึงตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;และก็ไม่ผิดหวัง...เพราะลูกมีความสุขกับการเรียนอย่างเห็นได้ชัด ไม่เคยงอแงเวลาต้องไปโรงเรียน ไม่เคยเบื่อที่จะต้องทำการบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นก็คิดว่าเลือกไม่ผิดหรอกที่ให้เรียนที่นี่&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-406560625774991698?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/406560625774991698/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/406560625774991698'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/406560625774991698'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/09/blog-post.html' title='วันเยี่ยมชมห้องเรียน อ.๑/๔'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/th_P8262687-2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8621544258759453025</id><published>2011-07-17T09:57:00.000+07:00</published><updated>2011-07-17T09:57:25.982+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>ว่าจะ...ขาย</title><content type='html'>หลังกลับจากงานหนังสือเด็ก...เลยได้รื้อตู้หนังสือตัวเองโละหนังสือที่ไม่อยากเก็บ และหนังสือที่มีซ้ำสองเล่ม ว่าจะขายซะหน่อย จากหนังสือสองตู้ใหญ่ เลือกมาได้สองกองเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/booksforsale.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/booksforsale.jpg" width="332" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;กองหนังสือที่กะจะโละขาย&lt;br /&gt;(คลิกเพื่อดูรูปขยาย)&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กว่าจะได้ขึ้นลิสต์ขาย...คงต้องรีบเอามาอ่านซะก่อน เพราะที่เลือกๆ มานี้ ไม่เคยหยิบมาอ่านเลยล่ะค่ะ ที่จริงหนังสือที่ซื้อๆ มาอ่านได้ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่เลย เนี่ยแหละสาเหตุที่ทำให้เพลาๆ การซื้อไป เพราะซื้อมาเก็บอย่างเดียวจริงๆ ^^&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8621544258759453025?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8621544258759453025/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/07/blog-post_17.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8621544258759453025'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8621544258759453025'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/07/blog-post_17.html' title='ว่าจะ...ขาย'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-7427572532871594468</id><published>2011-07-15T23:43:00.005+07:00</published><updated>2011-07-16T00:45:32.886+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึก...เจ้าวายร้าย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึกเรื่อยเปื่อย'/><title type='text'>พา 'เด็ก' ไปงานหนังสือเด็กครั้งแรก</title><content type='html'>ช่วงอาทิตย์นี้ถ้าครอบครัวไหนไม่ได้ไปต่างจังหวัดล่ะก็ แนะนำให้พาลูกไปเดินเล่นงานหนังสือเด็กกันดีกว่า นอกจากจะได้ออกไปไหนพร้อมหน้าพร้อมตา...พ่อ แม่ ลูก แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ รักการอ่านอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-9.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-9.jpg" width="331" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-11.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-11.jpg" width="332" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ครอบครัวเราไปกันเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาค่ะ พอดีเจนิซหยุดกลางภาคอาทิตย์หนึ่ง และคุณพ่อว่างวันนั้นพอดี เลยได้ไปเดินเล่นกัน แต่เดินไม่ทั่วนักหรอกค่ะ เพราะชั้นล่างยังไม่ได้เดินเลยอ่ะ รีบกลับบ้านเพราะกลัวรถติด อีกอย่างเด็กก็ได้ของถูกใจแล้วด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จำได้ว่างานหนังสือเด็กครั้งแรกที่ได้ไปเดินเล่นนั้น ประมาณสักหก - เจ็ด ปีที่แล้วมั้ง เป็นช่วงที่อย่าให้รู้เชียวว่ามีงานหนังสือ จะงานอะไร...เล็ก หรือ ใหญ่ ไม่สนล่ะ ขอให้้ได้ไปเดินนสูดกลิ่นหนังสือเป็นชื่นใจ ตั้งแต่มีลูก...อารมณ์อยากไปงานหนังสือหดหายไปกว่าครี่ง...เหตุผลแรกคือเป็นห่วงลูก และถ้าไปก็มักจะหอบหิ้วกันไปหมด เดินดูอะไรไม่ถนัดนัก อีกอย่าง...อารมณ์อยากซื้อหนังสือไม่รู้หายไปไหน...ที่ซื้อๆ ไว้ก็ยังทั้งกองทั้งดองไว้ร่วมร้อยเล่ม (ไม่กล้านับค่ะ แต่เชื่อว่าถึงร้อยแน่ๆ ^^') อีกอย่างชั้นหนังสือเริ่มรับไม่ไหวแล้ว ล้นทะลักลงมานอนกองบนพื้นแล้ว ถ้ายังซื้ออีก...มีหวังชั้นหักแน่ๆ คงต้องโละหนังสือและทำชั้นใหม่ให้แข็งแรงกว่านี้แล้วค่อยว่ากันใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-10.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-10.jpg" width="332" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-8.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-8.jpg" width="332" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;วันที่ไปงาน...คนไม่ค่อยเยอะนะคะ เดินสบายมากกกก...ว่าไปตัวเองชอบมากกว่างานหนังสือที่มีคนเยอะๆ อีกนะ จะเดิน จะดูอะไรก็ไม่ต้องคอยกังวล ไม่ต้องมุด ไม่ต้องแหวก...แถมมีเวลาดู มีเวลาพิจารณาด้วยค่ะ หนังสือก็มีพอสมควร ทั้งหนังสือเด็ก หนังสือผู้ใหญ่ ฉะนั้นถึงวัยจะเลยเด็กมาแสนนาน...ก็สามารถไปเดินได้ รับรองว่ามีหนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;งานหนังสือเด็กครั้งนี้...เป็นครั้งแรกที่ได้พาเด็กที่บ้านไปเดินเล่น ตั้งแต่เข้าโรงเรียนเจนิซขอบอ่านหนังสือมากๆ (จริงๆ ชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ) อีกอย่างลูกเริ่มโตแล้ว เดินได้เองไม่ต้องหอบรถเข็นติดไปด้วยเหมือนอย่างแต่ก่อน และคิดว่าลูกน่าจะชอบ...เพราะในงานมีทั้งหนังสือ และของเล่นเยอะแยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-1.jpg" width="332" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-3.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-3.jpg" width="331" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-2.jpg" width="332" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เดินดูชั้นบนก่อน (งานจัดที่โซนซีทั้งสองชั้นนะคะ) เจนิซหยิบหนังสือหลายเล่ม ส่วนมากจะเป็นหนังสือนิทานที่มีรูุปนางเงือกทั้งนั้น เราก็บอกให้เดินให้ทั่วก่อน ดูให้ทั่วๆ แล้วค่อยกลับมาซื้อเล่มที่อยากได้ทีหลัง ลูกก็ยอม (แบบไม่เต็มใจเท่าไร) ก็เดินๆ กัน เราก็แวบๆ ไปหาหนังสือเกี่ยวกับเต่า เพราะโครงงานของลูกเทอมนี้เป็นเรื่องเต่า ก็ได้มาเล่มหนึ่ง ราคาแปดสิบบาท พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม คุ้มมากค่ะ ^^ ส่วนลูกได้หนังสือบาร์บี้มาสองเล่ม (มันเป็นชุด จะมีของเล่น มีเกม มีนิทาน) จากนั้นก็เดินกันไปจนสุดมุมก็ไปเจอร้านหนึ่ง ขายของเล่นเป็นพวกตัวต่ออะไรเทือกนั้น เจนิซเห็นแล้วชอบมากกกก...เขามีให้ลองเล่นด้วย คุณนายเลยยึดหัวหาดเล่นอยู่เป็นนานสองนาน...และสุดท้ายคุณพ่อเลยควักกระเป๋าซื้อชุดใหญ่ให้ เสร็จจากบูทนี้เลยกลับบ้านกันเลย หมดโควต้าแล้ว ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-4.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-4.jpg" width="332" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-5.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-5.jpg" width="332" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-6.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-6.jpg" width="332" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-12.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/bookfair14july-12.jpg" width="332" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;สรุปความเสียหาย...ได้หนังสือมาหนึ่งเล่ม...หนังสือ + เกม + นิทาน มาสองชุด และของเล่นกล่องใหญ่อีกหนึ่งกล่อง คงจะไปกันวันเดียวนี่แหละค่ะ วันอื่นคุณพ่อไม่ว่างพาไปแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;สำหรับคนที่อยากไป...งานหนังสือเด็กมีถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๗ กรกฏาคมนี้เท่านั้นค่ะ&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; color: #999999; text-align: left;"&gt;&lt;i&gt;ปล. คลิกรูปเพื่อดูภาพใหญ่ได้นะคะ ไฟล์ไม่งามนักเพราะเร่ง ISO สุดๆ เนื่องจากไม่มีแฟลชค่ะ แหะๆ&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; color: #999999; text-align: left;"&gt;&lt;i&gt;ปลล. กลับจากงานหนังสือเด็ก...ได้ฤกษ์รื้อตู้หนังสือตัวเอง ได้หนังสือมาตั้งเบ้อเร่อว่าจะขายซะหน่อย บล็อกหน้าว่าจะโพสรูปหนังสือกองนั้นให้ดู ว่าแต่ก่อนขาย...ขออ่านก่อนนะ ^^&amp;nbsp; (ยังไม่ได้อ่านสักเล่มเลยค่ะ)&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-7427572532871594468?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/7427572532871594468/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/07/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/7427572532871594468'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/7427572532871594468'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/07/blog-post.html' title='พา &apos;เด็ก&apos; ไปงานหนังสือเด็กครั้งแรก'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-2666028694666295053</id><published>2011-05-21T16:55:00.000+07:00</published><updated>2011-05-21T16:55:18.561+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึก...เจ้าวายร้าย'/><title type='text'>เวลาแห่งการเริ่มต้น...และเปลี่ยนแปลง</title><content type='html'>ในที่สุดโรงเรียนก็เปิดเทอมแล้ว...และนั่นก็หมายความว่า "วายร้าย" ถึงเวลาต้องไปโรงเรียนเสียที นับว่าเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่างสำหรับชิวิตของเด็กวัยสามขวบอย่างเจนิซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มจากก่อนโรงเรียนเปิดหนึ่งอาทิตย์ ก็โดนแม่เคี่ยวเข็ญเรื่องการฝึกขับถ่ายในโถแทนการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จ ความจริงเคยฝึกกันมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ แม่เองก็ไม่อดทนเข้มแข็งพอ การฝึกครั้งแรกจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้...แม่เอาจริงเพราะไม่อยากให้เจนิซต้องเป็นภาระของคุณครู อีกอย่างแม่ไม่รู้ว่าการไปโรงเรียนจะทำให้ลูกรู้สึกอย่างไร...ชอบ หรือไม่ชอบ และการไปโรงเรียนก็เท่ากับเจนิซต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกหลายอย่าง แม่กลัวว่าถ้าทุกอย่างประดาหน้ามาในคราวเดียว จะหนักหนาเกินกำลังของลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แม่ก็รู้ว่า การที่แม่เคี่ยวเข็ญลูกให้นั่งโถนั้นก็ทำให้ลูกเครียดไม่น้อย ที่เครียดที่สุดและลูกคงกลัวมากที่สุด ก็คือการที่แม่ขู่ว่าจะไม่อยู่ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่จำได้ว่าคืนวันที่สองมั้งที่เราฝึกกัน แล้วเจนิซปวดหนัก แม่ก็ให้นั่งกระโถน เจนิซถ่ายได้สำเร็จ ทั้งแม่กับพ่อก็ปรบมือไชโยกันสนั่น เสียงลูกพูดด้วยความดีใจสะท้อนหัวใจแม่เหลือเกิน ลูกบอกว่า "ดีใจจัง ดีใจที่สุดเลย" พ่อกับแม่ชมและหอมแก้มลูกอีกหลายๆ ครั้ง และทุกครั้งที่ลูกทำได้พ่อกับแม่ก็จะชมและให้กำลังใจอย่างนี้เสมอ แต่ก็ีมีบ้างที่ลูกปฏิเสธไม่ยอมนั่ง แม่ถามกี่ครั้งๆ ก็ไม่เอา ไม่นั่ง สุดท้ายก็ฉี่ราด...แม่จึงดุหนักๆ ให้รู้ว่าพอทำอย่างนี้ แม่จะโกรธ หลังจากนั้นลูกก็นั่งกระโถนตลอด ยิ่งถ้าปวดหนักบ้างครั้งทนไม่ไหว ลูกถอดชั้นในได้เองเลย แต่ปวดเบา...แม่ยังต้องคอยถาม และพาไปนั่งตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามวันเท่านั้นเอง...คืนวันที่สามแม่ไม่ได้ผ้าอ้อมสำเร็จตอนกลางคืนให้ด้วยซ้ำ และลูกก็ไม่เคยทำเลอะเทอะบนเตียงเลยสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่รู้ว่าการสอนของแม่ไม่ถูกนัก และแม่ก็ใจร้อนกับลูก แต่แม่ก็ดีใจว่าลูกเรียนไว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-2.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้โรงเรียนเปิดแล้ว อย่างน้อยเรื่องการฉี่ก็ไม่เป็นภาระคุณครู แต่แม่ก็ลืมถามทุกทีว่าคุณครูคอยถามและพาลูกไปฉี่ หรือว่าลูกบอกคุณครูเอง ที่แน่ๆ คือลูกไม่ได้ฉี่ราดแน่นอนเพราะชั้นในที่ใส่กระเป๋าสำรองไว้ ก็ยังอยู่ครบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่บอกว่าการต้องไปโรงเรียน นับว่าเป็นการเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตของลูก เริ่มตั้งแต่การฝึกนั่งกระโถน จนกระทั่งการนอนและตื่น ซึ่งปกติลูกจะนอนดึกและตื่นสายเพราะพ่อและแม่นอนดึกนั่นเอง แต่พอต้องไปโรงเรียนเราก็ต้องปรับเวลากันใหม่ จากเดิมลูกเคยนอนห้าทุ่มเที่ยงคืน แม่ก็ค่อยๆ ปรับให้นอนสี่ทุ่ม จนกระทั่งตอนนี้ก็เลื่อนมาเร็วขึ้นเป็นสามทุ่ม และกะว่าจะเลื่อนให้เร็วกว่านั้นอีก เรื่องการตื่นนอนตอนเช้าก็เช่นกัน จากเดิมตื่นเก้าโมง ตอนนี้ก็เลื่อนมาเป็นเจ็ดโมงเช้า (แต่แม่ตื่นหกโมงครึ่ง อาบน้ำและเตรียมของให้ลูกก่อน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีอยู่อย่างที่เจนิซไม่ค่อยงอแงเวลาตื่น เพราะพอแม่ตื่นและลงไปอาบน้ำ พอขึ้นมาบนห้องเพื่อแต่งตัวแม่จะเปิดทีวีช่องการ์ตูนไว้ และคอยเรียกให้ลูกตื่น พักเดียวเท่านั้นแหละ เจนิซก็จะตื่นตาใสมานั่งดูทีวี แม่ก็อุ้มพาไปอาบน้ำและแต่งตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-3.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-3.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-7.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-7.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-8.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-8.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันแรกของการไปโรงเรียน...ทั้งพ่อและแม่ไปส่งลูกทั้งคู่ เมื่อไปถึงคุณครูก็มารับและพาไปที่ห้อง สอนให้ถอดรองเท้าและนำไปวางในช่องประจำของตัวเองซึ่งจะมีชื่อและรูปต่างๆ แปะไว้ให้เด็กสังเกตได้ง่าย ช่องวางรองเท้าของเจนิซเป็นรูปข้าวโพด ลูกจำได้ด้วย...แต่เวลาวางดันวางผิดช่องซะงั้น ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเข้าห้องเรียนปุ๊บ เจนิซก็เจอของเล่นเยอะแยะเต็มไปหมด เท่านั้นแหละลูกก็ไม่หันมาสนใจพ่อกับแม่อีก แต่ก็หันมามองบ้าง แม่คุยกับคุณครูประจำชั้น บอกคุณครูว่า ลูกเพิ่งหัดนั่งกระโถนไม่นานและยังไม่ค่อยจะบอกเวลาปวดหนักเบา ฝากให้คุณครูคอยถามและพาไปห้องน้ำด้วย อีีกอย่าง...ก็เรื่องการรองเท้าของเจนิซซึ่งเป็นรองเท้าพิเศษสำหรับเด็กที่เท้าชิดใน กับเรื่องนมเพราะเจนิซยังไม่เลิกขวดนมนั่นเอง แต่คุณครูก็บอกว่าจะพยายามให้กินนมกล่องก่อน ถ้าเจนิซไม่กินจึงค่อยชงนมขวดให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงอาทิตย์แรกที่ผ่านมาเจนิซไปโรงเรียนโดยไม่ร้องไห้เลยสักวัน และดูท่าทางจะชอบไปโรงเรียนด้วย ถ้ากี่ครั้งๆ ว่าไปไหมๆ คำตอบที่ได้รับคือ...ไป แม่กับพ่อจึงเบาใจไปเยอะ แต่ก็มีเรื่องอื่นมาให้หนักใจแทน นั่นก็คือ...เรื่องกิน เพราะไปโรงเรียนมาสามวัน แต่เจนิซไม่ยอมกินข้าวที่โรงเรียนเลย กินแต่นมที่เขาให้เท่านั้น และแม่ว่าลูกก็คงกินไม่หมดกล่องหรอก ดีว่าสามวันแรก...คุณครูให้แม่ไปรับตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง พอกลับถึงบ้านก็เลยได้ทานข้าวเที่ยงที่บ้านเหมือนปกติ แต่อาทิตย์หน้านี้...คุณครูน่าจะให้ลูกอยู่เต็มวัน เลิกบ่ายสองโมงครึ่ง ฉะนั้นถ้าลูกยังไม่ยอมกินข้าวเที่ยงที่โรงเรียน คราวนี้ล่ะ...ลูกคงจะหิวน่าดู เรื่องนี้ล่ะที่แม่กังวลมากกว่าเรื่องอื่น เพราะหนึ่งเจนิซกินยาก และสองเวลาทานข้าวของที่โรงเรียนเร็วกว่าเวลาปกติที่เจนิซเคยกิน ทำให้พอถึงเวลาที่เค้ากินกัน เจนิซก็ยังไม่หิว และเวลาที่เจนิซหิว เค้าก็ไม่มีอะไรให้กินแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-4.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-4.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-5.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-5.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-6.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-6.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนต่างก็บอกว่า เดี๋ยวเจนิซก็ปรับตัวได้เอง เด็กปรับตัวได้เร็วและเก่ง แต่ยังไง...ความเป็นแม่ มันก็อดกังวลไม่ได้ คุณกงของลูกบอกจะไปกังวลทำไม เดี๋ยวพอกลับมาบ้านก็หาข้าวให้กินก็เสร็จ แม่อยากย้อนถามเหลือเกินว่าลองคุณกงไม่กินข้าวครึ่งวันค่อนวันจะเป็นยังไง...หิวไหม... เพราะมันไม่ใช่แค่ข้าวเที่ยงแต่มันเลยไปถึงข้าวเช้าด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอย่างนี้ไม่ให้ห่วงได้ไง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี นอกจากหวังว่าพอหิวมากๆ เจนิซจะจำและค่อยๆ ปรับตัวเองจนยอมกินข้าวเที่ยงที่โรงเรียนในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอย่างที่ทำให้ลูกยังไม่ยอมกินข้าว ก็คงเพราะยังไม่มีเพื่อนนั่นเอง คุณครูบอกว่าเจนิซยังเล่นคนเดียว ยังไม่ค่อยเข้าไปเล่นกับเพื่อนๆ คนอื่น แต่เรื่องนี้แม่ว่าน่าจะใช้เวลาสักหน่อย เพราะเจนิซเป็นลูกคนเดียว เคยชินกับการเล่นคนเดียวมานาน แต่ไม่ใช่ว่าเจนิซไม่อยากมีเพื่อน หรือไม่มีเพื่อนนะ เพราะเวลาอยู่บ้านเจนิซก็เคยไปเล่นกับเพื่อนบ้าน เพียงแต่ไม่ได้ไปเล่นทุกวันเพราะติดที่ตัวลูกนั่นล่ะ ที่ชอบนอนตอนเย็นตื่นตอนหกโมงซึ่งเป็นเวลาที่เพื่อนๆ เข้าบ้านหมดแล้ว เวลาพาไปสนามเด็กเล่น เจนิซก็ชอบดูคนอื่นๆ เล่นกัน แถมบางทีก็เล่นกับเค้าด้วยทั้งที่เค้าไม่ได้เล่นด้วย อย่างเช่นเวลาเค้าวิ่งไล่กัน เจนิซก็วิ่งกับเค้าด้วย กรี๊ดกร๊าดสนุกกับเค้าด้วย ทั้งที่เค้าไม่ได้เล่นกับเจนิซแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้รู้ว่าลูกอยากมีเพื่อน ฉะนั้นคงต้องใช้เวลาสักนิดล่ะกว่าเจนิซจะคุ้นกับเพื่อนๆ ในห้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็อีกล่ะ...เจนิซเพิ่งไปโรงเรียนได้แค่สามวันเอง และเป็นสามวันที่อยู่แค่ครึ่งวันเท่านั้น พอสิบเอ็ดโมงครึ่งแม่ก็ไปรับ คงต้องให้เวลาลูกมากกว่านี้อีกหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-9.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-9.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-10.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-10.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-11.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-11.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-10.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะเป็นเวลาของการเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงของลูก แม่เองก็ต้องเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่างเหมือนกัน เริ่มจากที่สำคัญที่สุดคือ เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง และเปลี่ยนแปลงเวลาจากเดิมชอบนอนดึกและตื่นสาย ก็กลายเป็นนอนดึก (น้อยกว่าเดิมหน่อย) และตื่นเช้า (แถมกลางวันไม่ได้นอนเหมือนเจนิซด้วยนะ) รวมทั้งต้องทำใจยอมรับกับการที่ลูกไม่ได้อยู่ด้วยตอนกลางวัน มันก็มีเหงาบ้างนะ ยิ่งพอตอนสิบ สิบเอ็ดโมงจะยิ่งคิดถึงลูกหนักขึ้น วันจันทร์ที่จะถึงคงยิ่งเป็นหนักเพราะลูกจะอยู่โรงเรียนนานขึ้น และแม่คงกังวลว่าลูกคงหิวมากๆ กว่าจะถึงเวลาที่แม่ไปรับ สงสัยคงต้องหาขนมปังกรอบใส่กระเป๋าไว้ให้แล้วสิ...เฮ้อ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจนิซเอ๋ย...จะรู้ไหมลูกว่าทำให้พ่อแม่กังวลและเป็นห่วงแค่ไหน...หวังว่าอาทิตย์หน้าลูกคงปรับตัวได้มากขึ้น และยอมกินข้าวที่โรงเรียนนะ แม่จะได้วางใจให้ลูกเรียนพิเศษเพิ่มเติมตอนเย็น เผื่อแม่จะมีเวลาทำงานเพิ่มขึ้นอีกสักชั่วโมงนะลูกนะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/JN-18052011-1.jpg" width="328" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-2666028694666295053?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/2666028694666295053/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/05/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/2666028694666295053'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/2666028694666295053'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/05/blog-post.html' title='เวลาแห่งการเริ่มต้น...และเปลี่ยนแปลง'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8834288504321037489</id><published>2011-04-27T18:06:00.000+07:00</published><updated>2011-04-27T18:06:46.038+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึกเรื่อยเปื่อย'/><title type='text'>เล่มแรกในรอบ...3 ปี</title><content type='html'>เมื่อคืนครึ้มอกครึ้มใจเลยหยิบหนังสือมาอ่านค่ะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;สำหรับคนอื่นคงเป็นเรื่องสุดแสนธรรมดา แต่สำหรับ จขบ. นอกจากจะไม่ได้หยิบจับปากกาเขียนหนังสือแล้ว แม้แต่นิยายก็ไม่ได้อ่านเลยล่ะค่ะ อย่าว่าแต่อ่านเลย ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่เคยซื้อหนังสือสักกะเล่มจากงานหนังสือเลย ไม่ใช่ีว่าเห็นแล้วไม่อยากได้นะ แต่หยุดความอยากไว้เพราะที่บ้านกองพะเนินก็ยังไม่หยิบไม่จับมาอ่าน ครั้นจะซื้อมาเพิ่มอีกก็กลายเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเสียเปล่า ตั้งแต่มีลูกเนี่ย...อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดค่ะ เก็บเงินไว้ซื้อขนมให้ลูกดีกว่า!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;แต่เมื่อคืน...อย่างที่บอกว่าครึ้มอกครึ้มใจ อีกอย่างจะเริ่มลงมือเขียนหนังสือ แต่เรื้อการเขียนการอ่านมานานอย่างนี้ สำบัดสำนวนภาษามันหายเข้ากลีบเมฆไปหมดล่ะค่ะ (นี่ล่ะ...คืออีกเหตุผลที่พักนี้อัพบล็อกบ่อยๆ เพราะอยากเขียนนั่นเอง เขียนบ่อยๆ จะได้เครื่องติดไง...)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;คิดอยู่นานว่าจะอ่านอะไรดี หนังสือมีเยอะ แต่พักหลังๆ หนังสือที่หยิบมาแล้วอ่านติดมีน้อยเหลือเกินค่ะ คิดไปคิดมาเลยหยิบนิยายเล่มกำลังพอดีของน้องสาวมาอ่านดีกว่า...ทุกครั้งที่มีหนังสือเล่มใหม่ น้องสาวคนนี้ก็มักติดไม้ติดมือมาฝากพี่เสมอๆ แต่ไม่เคยได้อ่านเล้ยยยย...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;หยิบมาเสียที...น้องคงดีใจ (หรือเปล่า?)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;นี่เลยค่ะ เล่มนี้เลย...เป็นหนังสือเล่มแรกในรอบ 3 ปี ทีเดียว!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/27042011-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/27042011-2.jpg" width="400" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;อ่านติดจนลืมเวลาค่ะ ยังอ่านไม่จบแต่ต้องปิดไฟนอนเสียก่อนเพราะตีสี่เข้าไปแล้ว อีกไม่กี่ชั่วยามก็ฟ้าสางแล้ว เลยอ่านได้ครึ่งเล่มค่ะ คืนนี้ว่าจะอ่านต่อให้จบเสียที...จบแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าสนุกมากน้อยแค่ไหน...ถือเป็นรีวิวเล่มแรกในรอบปีนี้เลยละกัน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8834288504321037489?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8834288504321037489/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/3.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8834288504321037489'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8834288504321037489'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/3.html' title='เล่มแรกในรอบ...3 ปี'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-2411896597010086261</id><published>2011-04-25T16:26:00.002+07:00</published><updated>2011-04-25T16:28:00.229+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>สวัสดีวันจันทร์...</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;วันจันทร์แล้ว...หวังว่าทุกคนคงสบายดีกันนะคะ...เมื่อคืนฝนตกหนัก...น้ำท่วมหลายพื้นที่ รวมทั้งดาดฟ้าที่บ้านด้วย ^^' วันนี้แดดเริ่มออก แต่ข่าวบอกว่าจะตกอย่างนี้อีกสองสามวัน ชอบนะ...จะได้ไม่ร้อน แต่เบื่อตรงน้ำท่วมนี่ล่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;วันนี้มีรูปดอกโมกมาฝากค่ะ ต้นนี้ปลูกในกระถางวางไว้บนดาดฟ้า (ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของระเบียงห้องนอน) เวลาออกดอกทีก็ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ แต่มักโดนมือดี (ตัวเล็ก) มาเด็ดไปลอยน้ำเสียหมด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/JN-21042011-16.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/JN-21042011-16.jpg" width="327" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ตอนนี้เริ่มโปรเจ็คต์ซีรี่ย์ที่เกริ่นๆ ไว้ใน FB อยู่ค่ะ วางตัวละครพระ-นาง และตัวอื่นๆ วางแผนว่าจะเขียนเป็นตอนๆ (จบในตอน) แล้วโพสต์ระหว่างที่เขียนสาปแสงจันทร์ค่ะ เอาไว้คั่นอารมณ์อะไรประมาณนั้น เขียนตอนแรกจบเมื่อไรจะบอกข่าวค่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;อย่าลืมนะคะ...ตอนนี้เปิดรับสมัครสมาชิกเวบบอร์ดแล้วค่ะ คลิกลิงค์ด้านบนได้เลยค่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ขอให้มีความสุขนะคะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-2411896597010086261?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/2411896597010086261/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_25.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/2411896597010086261'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/2411896597010086261'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_25.html' title='สวัสดีวันจันทร์...'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/th_JN-21042011-16.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-6113675886977762764</id><published>2011-04-23T23:34:00.000+07:00</published><updated>2011-04-23T23:34:35.446+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>เวบบอร์ดพรักพร้อม...รอคนมาสมัครอยู่นะค๊า...</title><content type='html'>ในที่สุด...ก็จัดการจนมีเวบบอร์ดอันใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ที่จริงตอนแรกไม่คิดจะมีเวบบอร์ดหรอก...ว่าจะโพสต์ที่บล็อก เสียเงินซื้อโดเมนอย่างเดียวก็พอ ส่วนพื้นที่ก็ได้จากบล็อกฟรีของ blogspot นี่แหละ...พอแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือก็ยังไม่มีออก เอาแค่นี้ก็พอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ด้วยความโง่ บวกงวยงง...ทั้งที่ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีเวบ มีโฮสต์นะ เลยจับผลัดจับผลูได้โฮสต์แถมมาด้วย แต่แถมมาแบบเสียเงิน (99 บาท/ปี) แต่ได้มาแล้วเราก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ...คิดไปคิดมา เลยเปลี่ยนใจ ติดตั้งเวบบอร์ดไว้ที่โฮสต์ดีกว่า...จะได้เอาไว้โพสต์นิยายให้อ่านกัน แต่แค่ติดตั้งเวบบอร์ด ติดตั้ง Modification เพิ่มเติม พื้นที่โฮสต์ที่ซื้อไว้ก็เต็มเอียดเสียแล้ว เลยต้องควักกระเป๋าซื้อพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย และคาดว่าจะต้องซื้อเพิ่มอีกเมื่อมีหนังสือวางแผงและการเขียนเป็นไปอย่างราบรื่นสมบูรณ์ดีแล้ว เพราะพื้นที่ที่ได้มานั้น ว่าไปมันก็ไม่ได้มากอะไรนัก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เอาเหอะ...เอาเป็นว่าตอนนี้มีเวบบอร์ดแล้วนะคะ สามารถคลิกลิงค์ที่อยู่บนภาพแบนเนอร์ด้านบนได้เลย ตรงที่เขียนว่า "เวบบอร์ด" นั่นล่ะค่ะ เข้าไปแล้วก็ต้องสมัครสมาชิกนะคะ เพราะไม่เปิดให้คนภายนอกเห็นกระทู้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;b&gt;เข้าไปได้ แต่ไม่มีอะไรให้อ่านให้ดู ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นค่ะ!&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;จะย้ายนิยายไปโพสต์ไว้ที่นั่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนิยายที่เขียนค้าง ลงค้างไว้...หรือนิยายที่เขียนเพื่อจะส่งพี่บอกอ...สามารถตามอ่านได้ในเวบบอร์ดเพียงที่เดียวเท่านั้นค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://www.kitanjali-novels.com/webboard/index.php?action=register"&gt;สมัครสมาชิกเวบบอร์ด&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-6113675886977762764?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/6113675886977762764/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_8216.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6113675886977762764'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6113675886977762764'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_8216.html' title='เวบบอร์ดพรักพร้อม...รอคนมาสมัครอยู่นะค๊า...'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-1250962338172023159</id><published>2011-04-23T15:14:00.001+07:00</published><updated>2011-04-23T15:18:00.278+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึก...เจ้าวายร้าย'/><title type='text'>เมื่อเจนิซ...เท้าบิดเข้าด้านใน</title><content type='html'>&lt;span id="fullpost"&gt;บันทึกเจ้าวายร้ายคราวนี้ ตั้งใจเขียนไว้เผื่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่พบว่าลูกมีอาการ "เท้าบิดเข้าใน" นะคะ อาการดังกล่าวนี้ เกิดจากความผิดปกติของรูปร่างกระดูกขาที่บิดเปลี่ยนไป หรือการที่ร่างกายปรับรูปร่างเท้าเพื่อช่วยในการทรงตัว หรือบางรายอาจจะเป็นกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ค่ะ (ลักษณะทางกายภาพ...กระดูกเป็นต้น) &lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;โดยส่วนมากอาจจะปรับคืนรูปเป็นปกติเมื่อเด็กโต แต่ก็มีบ้างที่จำเป็นต้องอาศัยการรักษาเพื่อช่วยคืนรูปให้กระดูก การรักษาก็โดยการดัดเท้า ดัดกระดูกขาโดยการนั่งในท่าที่ถูกและการใส่รองเท้าเพื่อช่วยดัดอีกทางหนึ่ง และส่วนน้อยที่อาจจะต้องรักษาโดยการผ่าตัด แต่ก็จำกัดเฉพาะในรายที่เด็กอายุมากกว่า 8 ปีขึ้นไปนะคะ&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/JN-21042011-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="400" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/JN-21042011-1.jpg" width="327" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;อาการเท้าบิดเข้าในนั้น ฝรั่งเรียกกันว่า Intoeing Gait มีอยู่ 3 ลักษณะ ด้วยกัน คือ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;b&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;1. &lt;/span&gt;Metatarsus&amp;nbsp; Adductus (ฝาเท้าโค้งบิดเข้าใน)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสังเกตดูจะพบว่าฝาเ้ท้าของเด็กจะโค้งและบิดเข้าด้านใน ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. Femoral&amp;nbsp;&amp;nbsp; Antivesion (กระดูกท่อนขาบนบิดเข้าในมากผิดปกติ)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสังเกตดูจะพบว่า กระดูกท่อนขาบน (ต้นขา) จะบิดเข้าด้านในมากจนผิดปกติ เกิดจากการที่เด็กชอบนั่งบนพื้นและปลายขาแบะออกด้านนอก ลักษณะคล้ายรูปตัว W&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. Tibial&amp;nbsp; Torsion (กระดูกท่อนขาล่างบิดเข้าในมากผิดปกติ)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสังเกตดูจะพบว่า กระดูกท่อนขาล่าง (หน้าแข้ง) บิดเข้าด้านในมากผิดปกติจนทำให้เท้าบิดเข้าด้านใน และยิ่งถ้าเด็กชอบนั่งทับปลายเท้าขณะเท้าบิดเข้าด้านใน&amp;nbsp;&lt;/blockquote&gt;อาการต่างๆ เหล่านี้ จะพบเห็นได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 2-5 ปี ส่วนมากแล้ว...อย่างที่บอกค่ะว่าจะสามารถหายได้เอง แต่ถ้าพบว่าลูกมีอาการดังกล่าว...อย่านิ่งนอนใจดีกว่าค่ะ ลองพาไปพบคุณหมอดูเพื่อจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ได้คำแนะนำ และติดตามเฝ้าระวังเป็นระยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ความผิดปกติที่เกิดกับเจนิซนี้ พ่อกับแม่สังเกตเห็นมานานแล้ว แต่ที่ไม่ได้พาลูกไปพบคุณหมอก็เพราะ แม่ถามคุณกุ๊ก (Google) แล้วได้ความมาว่า อาการเหล่านี้เป็นธรรมชาติของเด็กและจะหายได้เอง แม่เลยเข้าข้างตัวเองว่า ลูกคงจะอยู่ในข่ายเด็กส่วนมากที่กระดูกจะปรับคืนรูปได้เองเมื่อโตขึ้น แต่มันไม่ใช่...ยิ่งตอนพาลูกไปสมัครเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้วคุณครูสามสี่คนทักกันอย่างพร้อมเพรียงและมิได้นัดหมายว่า...&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;i&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;"คุณแม่คะ...น้องเท้าบิดในนะคะ คุณแม่พาน้องไปหาหมอเถอะค่ะ เดี๋ยวจะอันตราย น้องจะล้มง่าย"&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;แล้วคุณครูก็บอกอีกว่า...&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;br /&gt;"&lt;span id="fullpost"&gt;น้องชอบนั่งขาแบะออกด้านนอกใช่มั้ย...ให้เปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธินะคะ คุณแม่...&lt;/span&gt;&lt;/i&gt; &lt;i&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;"ไปหาหมอแล้วจะมีร้องเท้าพิเศษให้ใส่นะคะ...คุณแม่...น้องจะเดินขาตรงๆ สวยๆ..."&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;นั่นล่ะ...เลยกระตือรือร้นหาข้อมูลอีกครั้ง คราวนี้เน้นหาข้อมูลในการรักษา...โดยเฉพาะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จนได้ชื่อของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ เลยนัดหมายกะคุณพ่อว่าจะพาลูกไปหาคุณหมอดูดีกว่า ลูกจะเข้าโรงเรียนแล้วด้วย กลัวเวลาเล่นๆ แล้วจะวิ่งหกล้มเอา (แต่ปกติวายร้ายมักหกล้มตอนยืนเฉยๆ มากกว่านะ...)&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ข้อมูลที่เสิร์ชเจอแนะนำชื่อคุณหมอไว้สองสามคนค่ะ แต่แม่เลือกไปหาคุณหมอ &lt;/span&gt;&lt;b&gt;รศ.นพ. &lt;/b&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;b&gt;กมลพร แก้วพรสวรรค์&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นแพทย์แผนกออโธปิดิกส์ ที่โรงพยาบาลศิริราช &lt;u&gt;คุณหมอจะลงตรวจที่คลินิกพิเศษเฉพาะวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 17.00 - 20.00 น. เท่านั้นนะคะ&lt;/u&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;คลินิกพิเศษ แผนกออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศิริราช ห้อง 104 ชั้น 1 ตึกสยามมินทร์ เบอร์โทรศัพท์ (02) 419-7832-34&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ถ้าหากจะไป...แนะนำว่า&lt;u&gt;ควรไปตั้งแต่ก่อน 16.00 น.&lt;/u&gt; นะคะ เพราะต้องไปทำบัตรก่อน เขาจะเปิดรับทำบัตรเวลา 16.00 น. ทำบัตรเสร็จถึงจะไปขอรับบัตรคิวได้ วันหนึ่งรับผู้ป่วยเพียง 30 คนเท่านั้น ซึ่งรวมผู้ป่วยที่มีบัตรนัดและผู้ป่วยใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;สำหรับค่ารักษานั้นไม่แพงเลยค่ะ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;- ค่าแพทย์ และค่าคลิกนิกพิเศษ 370 บาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;- ค่ารองเท้า (ในกรณีที่ต้องตัดรองเท้าพิเศษ) 1,100 บาท ถ้าต้องการให้ส่งถึงบ้านก็เพิ่มอีก 100 บาท เป็น 1,200 บาท&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;เจนิซนั้นมีอาการของทั้ง &lt;/span&gt;&lt;b&gt;Metatarsus&amp;nbsp; Adductus &lt;/b&gt;และ &lt;b&gt;Internal Femoral&amp;nbsp; Antivesion &lt;/b&gt;ค่ะ คุณหมอให้แม่ดูฝาเท้าลูก จะเห็นเลยล่ะว่ามันงอเหมือนรูปถั่ว คุณหมอจึงสอนให้ดัดเท้าลูกโดยต้องดัดให้ตรงและเป็นรูปสามเหลี่ยม (ปกติเท้าคนเราจะเป็นรูปสามเหลี่ยมค่ะ) เวลาดัดก็ให้นับหนึ่งถึงสิบ...ถึงยี่สิบ แล้วแต่ความร่วมมือ ดัดวันหลายครั้งๆ แล้วแต่ความสะดวกค่ะ ส่วนมากจะดัดหลังอาบน้ำ หรือเวลาเขานั่งเล่นดูหนัง ดูหนังสือ ดัดไปก็ออกเสียงนับดังๆ ให้เขานับตามบ้าง จะได้เพลินและไม่ขัดขืน เวลาดัดให้ลูกนั่งเหยียดขาตรงๆ นะคะ จะได้ดัดได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอย่างคือต้องคอยเฝ้าระวังและเตือนให้นั่งขัดสมาธิแทนการนั่งขาแบะ เดี๋ยวนี้พอเราเห็นและบอก เขาก็จะเปลี่ยนท่านั่งทันที แต่ก็ต้องคอยดูค่ะ เพราะพอเผลอเขาจะนั่งในท่าที่เขารู้สึกสบายนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และสุดท้ายคือการใส่รองเท้าพิเศษที่จะช่วยดัดเท้าของเจนิซให้กลับเข้ารูปปกติ คุณหมอให้เลือกระหว่างดัดให้ตรง ซึ่งจะใส่แล้วอึดอัดน้อยกว่าเพราะไม่ได้ฝืนเท้ามาก กับรองเท้าที่จะดัดไปในทางตรงข้ามกับรูปเท้า ซึ่งจะฝืนเท้าเด็กมากกว่าทำให้ใส่แล้วอึดอัดกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยนิสัยของเจนิซที่ค่อนข้างจะขี้รำคาญ (เหมือนใครไม่รู้) ก็เลยเลือกแบบที่ดัดให้ตรง เอาไว้ให้เขาเริ่มชินกับการใส่รองเท้าแบบนี้ก็ค่อยมาปรับเปลี่ยนทีหลัง คุณหมอนัดมาพบอีกทีเดือนกันยายนโน่นแน่ะ ส่วนรองเท้าก็คงประมาณอาทิตย์กระมัง (วันนั้นถามแต่คุณพยาบาลไม่ตอบว่ากี่วันอะนะ) ถ้ายังมาไม่ถึงก็คงต้องโทรสอบถามเอา พอดีคุณพยาบาลให้เบอร์ไว้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;:: ข้อมูลเพิ่มเติม :: &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;u&gt;คุณหมอผู้เชียวชาญทางดานนี้เท่าที่ได้อ่านเจอในบล็อกและเว็บต่างๆ &lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;1. รศ. ดร. กมลพร แก้วพรสวรรค์ แผนกออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศิริราช&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;2. นพ. ดิเรก อิศรางกูร ณ อยุธยา ศัลยแพทย์โรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span class="style19"&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;3. พญ. พีระจิตร เอี่ยมโสภณา คลินิกกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวชธานี &lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;u&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ข้อมูลอาการเท้าบิดเข้าในและโรคเท้าในเด็ก&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;- &lt;a href="http://web.childrenhospital.go.th/kmpeople/images/stories/Media_Paper/mp034.pdf"&gt;เด็กเท้าบิดเข้าใน&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="color: #45818e;"&gt;&lt;span id="fullpost" style="font-size: small;"&gt;- &lt;a href="http://%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99...%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/"&gt;เดินเท้าบิดเข้าใน...ทำยังไงดี&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost" style="color: #45818e; font-size: small;"&gt;- &lt;a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ranangmai&amp;amp;month=01-2010&amp;amp;date=23&amp;amp;group=7&amp;amp;gblog=12"&gt;โรคเท้าในเด็ก&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-1250962338172023159?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/1250962338172023159/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_23.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1250962338172023159'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1250962338172023159'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_23.html' title='เมื่อเจนิซ...เท้าบิดเข้าด้านใน'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice/th_JN-21042011-1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8074291385849050916</id><published>2011-04-19T17:05:00.000+07:00</published><updated>2011-04-19T17:05:46.222+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บันทึกเรื่อยเปื่อย'/><title type='text'>บ้านใหม่...สวยถูกใจ...จริงๆ</title><content type='html'>&lt;span id="fullpost"&gt;วันนี้แวบๆ มาแต่งบล็อกตัวเอง เพื่อต้อนรับศักราชใหม่...แหะๆ (เอาเป็นว่า...ศักราชใหม่ของ จขบ. ละกันนะคะ) จริงๆ ไม่นึกจะเปลี่ยนจากสีฟ้า(หรือเขีียวหว่า) น้ำทะเล มาเป็นสีครีมๆ น้ำตาลๆ หรอกค่ะ แต่บังเอิ๊น บังเอิญ...ไปเจอแบ็คกราวน์ที่มันเข้ากับแบนเนอร์ที่ทำ ไหนๆ ก็จะเปลี่ยนลุค..เลยตัดสินใจเปลี่ยนเสียเลย อิอิ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ช่วงหลังๆ มานี้รับจ้างออบแบบบล็อกมาบ้างค่ะ เฉพาะบล็อกของ blogspot นี่เท่านั้นนะคะ บล็อกอื่นไม่ทำ...ยังไม่มีปัญญา ก็เลยได้ฝึกฝีมือมาบ้าง ส่วนมากบล็อกที่ทำจะเป็นแนว scrapbook ค่ะ ชอบนะ...ทำบล็อกเนี่ย สนุกดีล่ะ่...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;นี่ก็ปาไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว...เหลืออีกแค่เดือนเดียววายร้ายก็จะไปโรงเรียนแล้วล่ะค่ะ...ประสาคนเป็นแม่ก็ออกจะกังวลปนหวั่นใจนิดๆ เพราะตั้งกะวายร้ายเกิดมาจนอายุสามขวบเนี่ย ไม่เคยห่างกันเลย ปากแม่ก็บอกนะว่าไปโรงเรียนก็ดี แม่จะได้เริ่มทำงานซะที แต่ใจน่ะมันหวิวๆ ชอบกล ไม่รู้จะเป็นยังไงตอนลูกร้องไห้น้ำตาไหลพรากเวลาไปส่งที่โรงเรียนแล้วพ่อกับแม่หนีกลับ ไม่อยากคิดเลยจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ช่วงนี้ก็เลยต้องเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องการนอน เพราะเจ้าวายร้ายนอนดึกมากกกก...และยิ่งดึกขึ้น ดึกขึ้นทุกวัน ดีหน่อยว่าตั้งกะไปโคราช แม่จับให้นอนเร็วขึ้น (นิดหนึ่ง) ตอนนี้ก็เลยเข้านอนตอนห้าทุ่ม พอห้าทุ่มปุ๊บก็ปิดไฟนอน ง่วงไม่ง่วงไม่รู้...ต้องนอน ว่าจะปรับเวลาให้เร็วขึ้นทีละนิด เริ่มจากวันนี้จะปิดไฟตอนสี่ทุ่มสี่สิบห้า แล้วพออาทิตย์หน้าก็เร็วขึ้นอีกสิบห้านาที จนกว่าจะถึงเวลาที่เด็กๆ ควรเข้านอนนั่นล่ะ นอนเร็ว...จะได้ตื่นเช้าขึ้น เพราะเวลาไปโรงเรียนก็ต้องตื่นเช้า ถึงโรงเรียนจะอยู่ใกล้บ้านมากกกกก...ก็ตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;ว่าแล้วก็อัพรูปตอนไปหาคุณตาที่โคราชให้ดูกันนิดๆ หน่อยๆ ละกันค่ะ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;หนูไปเที่ยว Palio มาค่ะ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-4.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-4.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;แม่บอกให้ยิ้ม แต่หนูยิ้มไม่ออก&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-3.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-3.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;ถ่ายกับคุณตามั่ง...ดูเขินๆ ยังไงไม่รู้&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-1.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" src="http://i618.photobucket.com/albums/tt265/janice_scrap/Janice042011-1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;แม่บอกให้ยิ้ม...หนูก็ยิ้มของหนูอย่างนี้...แม่จะทำไม...&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;span id="fullpost"&gt; เอาพอหอมปากหอมคอนะคะ มีอีกเยอะ แต่แม่ขี้เกียจเอามาโพรเซสค่ะ แหะๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8074291385849050916?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8074291385849050916/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8074291385849050916'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8074291385849050916'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post_19.html' title='บ้านใหม่...สวยถูกใจ...จริงๆ'/><author><name>May S.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00401289880045031422</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_KuItnUlmXZw/SmQmyO91C9I/AAAAAAAAAFg/6HmZstDU9A0/S220/Me02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-6736608062614396590</id><published>2011-04-16T22:11:00.001+07:00</published><updated>2011-04-16T22:13:39.216+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>ปัดฝุ่นกันเสียที...</title><content type='html'>ใครบังเอิญแวะเวียนเข้ามา คงเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของบล็อกแห่งนี้ซึ่งพอจะทำให้จับสังเกตได้ว่าเจ้าของบ้านกำลังปัดกวาดเช็ดฝุ่นเตรียม 'บ้าน' ไว้รอท่า...รับแขกผู้มาเยี่ยมเยียน บ้านหลังนี้คงจะได้พลิกฟืันมี 'ชีวิต' ขึ้นมาเสียที หลังจากที่เจ้าของบ้านทิ้งร้างไว้เสียนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะนับเวลาตั้งแต่เริ่มท้องจนกระทั่งถึงตอนนี้ที่ตัวร้ายอายุครบสามขวบเต็ม...ก็เกือบสี่ปีได้แล้วที่ คีตาญชลี ห่างหายไปจากวงการหนังสือ สี่ปีที่ไม่เคยมีนิยายสักเล่มออกมาให้ได้อ่าน ตอนนี้ตัวร้ายจวนจะเข้าโรงเรียนแล้ว (๑๘ พฤษภา นี้) ก็ถึงเวลาที่แม่ได้กลับมาทำงานจริงจังเสียที มิใช่อะไรหรอก...จะหาเงินให้ลูกเรียนนั่นเอง...อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ช่วงก่อนหน้านี้...ตั้งใจหยิบเรื่องที่เขียนค้างไว้มาปัดฝุ่นและเขียนต่อ แต่ก็เกิดอุปสรรคจนได้เมื่อโน้ตบุ๊กเจ้ากรรมดันไหม้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ที่บ้านมีพีซีอีกเครื่อง แต่ก็มีคนใช้อยู่สองคน (กับอีกหนึ่งตัวเล็ก...ตัวร้าย) พอโน้ตบุ๊กเสีย เลยทำให้แผนที่วางไว้ว่าจะเริ่มเขียนนิยายเลยต้องล่าไปอีก โชคดีเหลือเกินที่คุณพ่อใจดีโทรมาบอกว่าจะยกโน้ตบุ๊กเครื่องที่เพิ่งซื้อมาให้ เพราะไม่ได้ใช้ เลยมีโน้ตบุ๊กใหม่ไว้ใช้งาน (แต่ก็ว่าจะเอาเครื่องเก่าไปซ่อมอยู่เหมือนกัน เผื่อขาดเผื่อเหลือ...) แต่พอได้เครื่องใหม่มาก็มีปัญหาอีกว่า office ที่คุณพ่อลงไว้ไม่มี proofing tools ซึ่งจำเป็นเหลือเกินเวลาเขียนนิยาย (อย่างน้อยก็สามารถแก้ไขคำผิดได้ส่วนหนึ่ง...ที่เหลือก็ต้อง proof เอาเอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนนี้ก็เลยจัดการเสียจนเรียบร้อย ตอนนี้ words สามารถแก้ไขคำผิดได้แล้ว...เย้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เิีีริ่มทำงานกันเสียที แต่...ขอยกยอดไว้พรุ่งนี้ละกัน...เพราะวันนี้เหนื่อยจริงๆ พาเจ้าตัวเล็กตัวร้ายไปเขาดินมา แดดร้อน...เดินทั้งวัน ขาเปลี้ยแล้วก็เพลียมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนที่ติดตามอ่าน 'สายลมรักกลางฤดูเหงา' ขอแจ้งให้ทราบไว้ตรงนี้นะคะว่าจะพักการเขียนเรื่องนั้นไว้ก่อน เพราะหลังจากทบทวนดูแล้วก็รู้สึกว่ายังมีข้อบกพร่องอีกเยอะ ต้องแก้พล็อตกันระนาวเชียวล่ะ แถมทิ้งไว้นานเสียจนคนเขียนหมดไฟจะเขียนเสียแล้ว ตอนแรกจะพยายามเขียนต่อให้จบเพราะก็เขียนมาได้ครึ่งเรื่องแล้ว (ที่ลงให้อ่านนั่นยังไม่ถึงที่เขียนค้างไ้ว้เลยค่ะ) แต่คิดไปคิดมา...ถ้าหากยังทู่ซี้เขียนอยู่คงวนในอ่างไม่ไปไหนแน่ๆ สู้เขียนเรื่องที่เรากระตือรือร้นอยากเขียนดีกว่า...และหลังจากเล็งอยู่หลายรอบเลยตัดสินใจว่าจะหยิบเรื่อง 'สาปแสงจันทร์' ขึ้นมาเขียนดีกว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยลงบทนำและบทแรกไว้ให้อ่านที่ถนนนักเขียนหรือเวบเก่าก็จำไม่ได้เสียแล้ว...แต่ก็ช่างเถอะ เพราะคงจะตัดส่วนนั้นทิ้งไปล่ะค่ะ...เิริ่มใหม่กันเลยทีเดียว เรื่องนี้เป็นแนวลึกลับนิดๆ ตื่นเต้นหน่อยๆ แนวเหนือจริงปนโกธิค มีปราสาท มีตัวประหลาด เมื่อไรมีสต็อกล่ะก็จะมาลงให้อ่านกันที่นี่แน่นอนค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ขอกำลังใจช่วยกันลุ้นเจ้าตัวเล็กตัวร้ายให้ไปโรงเรียนได้อย่างไม่มีปัญหา (ไม่งอแงร้องไห้) และชอบที่จะไปโรงเรียนด้วยนะคะ แม่จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่เป็นห่วงเป็นกังวล ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้หน้าบล็อกอาจจะเขียนมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง...ก็ให้รู้ว่าเจ้าของบ้านกำลังปรับเปลี่ยนบ้านให้เข้าที่อยู่นะคะขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ!&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-6736608062614396590?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/6736608062614396590/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6736608062614396590'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6736608062614396590'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2011/04/blog-post.html' title='ปัดฝุ่นกันเสียที...'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-1102557135788601582</id><published>2010-08-28T16:08:00.001+07:00</published><updated>2010-08-28T16:13:20.076+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>ไม่อยากสัญญิง...สัญญา...อะไร...</title><content type='html'>ที่ขึ้นต้นอย่างนั้น ก็เพื่อจะบอกเพียงว่า จะไม่วางแผน...วางแพลนการทำงานอย่างที่เคยๆ มา เพราะวางไว้แล้ว ทำไม่ได้สักที มันก็เหมือนกันพูดแล้ว...ทำไม่ได้ เสียคำพูด แล้วจะพานเสียผู้เสียคนทุกที แถมเสียมาหลายครั้งจนคนเค้าไม่อยากจำเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มันก็ถึงเวลาทึ่จะเริ่มต้นทำงานกันเสียที...มันมีแรงขับหลายอย่าง...ที่สำคัญเป็นแรงขับภายในของตัวเอง จู่ๆ ก็เกิดไฟอยากทำงานขึ้นมาซะอย่างนั้น มีพล็อตมากมายหลากไหลเข้ามาให้จด...จำ...และเก็บไว้ใช้ในอนาคต &lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt; &lt;br /&gt;หากแต่มีวินัยอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มเขียนหนังสือ นั่นก็คือ...ถ้าลงมือเขียนเรื่องไหนแล้วล่ะก็...ต้องเขียนเสียให้เสร็จเป็นเรื่องๆ ไป อาจจะแอบไปเริ่มเรื่องใหม่ๆ ได้ เพื่อเอาไว้ต่อยอดกันต่อไป แต่งานที่กำลังทำค้างอยู่ ต้องเสร็จเสียก่อน ถึงจะหันไปหยิบจับเรื่องอื่นๆ มาทำอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ต้องทำอย่างนี้ ก็เพื่อไม่ให้เกิดการดองนิยายทิ้งไว้ (แต่ก็แอบมีไหดองมากมายซุกซ่อน) เอาล่ะ...มาเข้าเรื่องกันเสียทีดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีหลายเรื่องอยากฝากไว้ค่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;หนึ่ง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;...ข่้าวที่ทุกคนรอคอย คือ การเขียนนิยาย ตอนนี้ Janice ก็โตมากแล้วค่ะ สองขวบครึ่งแล้ว อีกไม่นานก็คงเข้าอนุบาล ซึ่งพอถึงตอนนั้น "คีตาญชลี" คงได้ทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยสักที แต่คงไม่ต้องรอถึงตอนนั้นหรอกค่ะ เพราะ ณ ขณะนี้ก็ได้เริ่มหยิบจับงานที่เขียนค้างไว้ นั่นก็คือ "สายลมรักกลางฤดูเหงา" มารีไรต์แล้วล่ะค่ะ เรื่องนี้คงจะมีการปรับพล็อตเพิ่มเติมเรื่องราวให้สนุกน่าติดตามกว่าเดิม ส่วนจะเสร็จเมื่อไรนั้นคงยังบอกไม่ได้นะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;สอง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;...เดี๋ยวนี้คงไม่มีใคร...ไม่รู้จัก Facebook นะคะ ตัวเองก็มีกับเค้าอยู่เหมือนกัน ทั้ง FB ส่วนตัว และ Fanpage สำหรับคนที่อยากติตามข่าวสารนิยายเรื่องใหม่ของ "คีตาญชลี" ก็เลยอยากมาเชิญชวนให้มาเป็นสมาชิกแฟนเพจกันค่ะ ลิงค์อยู่ด้านล่างนี้เลยค่ะ ทั้งหน้าส่วนตัวและเพจของ "คีตาญชลี"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;FB - &lt;a href="http://www.facebook.com/profile.php?id=1828785423" target="_blank"&gt;http://www.facebook.com/profile.php?id=1828785423&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Fanpage - &lt;a href="http://www.facebook.com/pages/Kitanjali/139195077378" target="_blank"&gt;http://www.facebook.com/pages/Kitanjali/139195077378&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;&lt;b&gt;สาม&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;...เรื่องเวบ ใจมันร่ำๆ อยากมีเวบส่วนตัวอีกแล้วสิคะ แต่คราวนี้กำลังสองจิตสองใจกับการซื้อเฉพาะโดเมนแล้วใช้แพลตฟอร์มของ Blogspot เนี่ยแหละ เพราะใช้ง่ายใช้คล่องดี ส่วนเรื่องเวบบอร์ดนั้นคิดว่าไม่จำเป็นเลย มีแล้วก็รังแต่จะมีแต่สแปมมาแจม หรืออีกทางเลือกคือ...ซื้อทั้งโฮสตและโดเมน แล้วใ้ช้แพลตฟอร์มของ wordpress แต่เบื่อปวดหัวกับการอัพเดตของ wordpress ค่ะ เอาเถอะเรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าไรค่ะ ยังไม่รีบตัดสินใจ เพราะที่สำคัญกว่าตอนนี้คือ...เรื่องรีไรต์นิยาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีเรื่องงานเรื่องการมาอัพเดตเท่านี้แหละค่ะ แล้วอย่าลืมนะคะ ติดตามข่าวสารกันได้ที่ &lt;a href="http://www.facebook.com/pages/Kitanjali/139195077378"&gt;Fanpage&lt;/a&gt; ค่ะ จะอัพเดตโปรเซสทำงานแบบละเอียดทีเดียว ^^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัก&lt;br /&gt;คีตาญชลี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-1102557135788601582?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/1102557135788601582/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2010/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1102557135788601582'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1102557135788601582'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2010/08/blog-post.html' title='ไม่อยากสัญญิง...สัญญา...อะไร...'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-6784203468679122570</id><published>2010-04-16T09:15:00.001+07:00</published><updated>2010-04-16T09:15:56.644+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>อัพเดต...ท่ามกลางความร้อนระอุ</title><content type='html'>ว่าจะอัพบล็อกมาตั้งกะงานหนังสือฯ แต่ก็มาเจอข่าววิปโยคของเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ความคิด ความรู้สึกที่อยากจะอัพบล็อก และเขียนนิยายต่อหดหายไปไหนก็ไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่องานหนังสือที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปเดินเล่นและพบปะเพื่อนฝูงพี่น้องอยู่วันหนึ่งคือ เมื่อวันที่ 4 เมษายน เนื่องจากน้องสาวคนดีโทรมาบอกว่าจะมางานหนังสือในวันดังกล่าว ไปถึงงานก็ตามเคยค่ะ...พอเจอหน้าคนรู้จัก สิ่งแรกที่ถูกถามก็คือ...เมื่อไรจะมีหนังสือเล่มใหม่ออกมาให้เห็น...เมื่อไรจะเขียนเรื่องนั้น เรื่องนี้ต่อ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาบ้านแล้วก็ตั้งใจว่าจะเริ่มมุเขียนงานสักที หลังจากมุมาหลายทีแล้ววึดตลอด...อิอิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ยังติดขัดว่าเจอคนทวงหลายเรื่องเหลือเกิน แถมตัวเองก็ดันไปเริ่มเรื่องใหม่เอาไว้เสียอีก เลยไม่แน่ใจว่าจะเขียนเรื่องไหนก่อนดี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ค่ะ...คิดว่าจะจัดการเรื่องที่ค้างอยู่ล่าสุดให้เสร็จ นั่นคือ "สายลมรักกลางฤดูเหงา" จบแล้วค่อยว่ากันต่อว่าจะเขียนเรื่องไหนดี แต่ไหนๆ เขียนเรื่องนี้มาได้ครึ่งเรื่องแล้วก็อยากเขียนต่อให้จบๆ เสียที เพียงแต่อาจจะต้องมีการปรับพล็อตบางช่วงบางตอนเสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นจึงอยากแจ้งให้พี่น้องมิตรรักแฟนนิยายทั้งหลายได้ทราบนะคะว่าปรับพล็อตเสร็จเมื่อไร จะเริ่มลงมือเขียนและมาโพสต์ให้อ่านกันต่อแน่นอนค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะลากันไป ขอฝากให้ดูแลตัวเองกันให้ดีนะคะ ถ้าไม่มีธุระปะปังอะไรล่ะก็ อย่าไปแถบที่เขาชุมนุมกันเลยค่ะ อันตรายมากๆ สุดท้ายก็ได้แต่หวังว่าบ้านเมืองของเราจะกลับมาปกติสุขในเร็ววันนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักษาตัวค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-6784203468679122570?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/6784203468679122570/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2010/04/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6784203468679122570'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/6784203468679122570'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2010/04/blog-post.html' title='อัพเดต...ท่ามกลางความร้อนระอุ'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-3988015993816420957</id><published>2009-10-26T14:32:00.002+07:00</published><updated>2009-10-26T15:26:07.269+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บอกกล่าวเล่าความ'/><title type='text'>ทวีตกันบ้างมั้ยคะ...</title><content type='html'>เดี๋ยวนี้มีช่องทางการสื่อสารให้เลือกใช้มากมาย โดยเฉพาะช่องทางการสื่อสาร "ออนไลน์" ที่มีทั้ง MSN, Facebook และ Twitter ที่เกริ่นมานี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ แค่อยากป่าวประกาศให้เพื่อนๆ ที่ใช้ Twitter รู้ว่า ตอนนี้คีตาญชลี "ทวีต" แล้วนะคะ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงทวีตมาได้พักใหญ่แล้วค่ะ เพียงแต่เป็นแอคเคาน์ที่ไว้ใช้สำหรับงานด้านอื่น กลัวว่าจะสับสนกันเลยสมัครใหม่อีกอันเอาไว้สำหรับแฟนนิยายโดยเฉพาะ จะได้อัพเดตข่าวสารฉับไว แอดมาได้ที่นี่เลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;a href="http://twitter.com/Kitanjali" target="_blank"&gt;&lt;img alt="Photobucket" border="0" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/twitter01.gif" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีไฟในการเขียนหนังสือลุกโชนเชียวค่ะ ยังไงก็ขอตัวไปปั่นนิยายต่อนะคะ อ้อ! &lt;a href="http://tinyurl.com/yj8sufv"&gt;สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๙&lt;/a&gt; โพสต์เรียบร้อยแล้วนะคะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความสุขมากๆ นะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คีตาญชลี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-3988015993816420957?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/3988015993816420957/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/10/blog-post_26.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/3988015993816420957'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/3988015993816420957'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/10/blog-post_26.html' title='ทวีตกันบ้างมั้ยคะ...'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-5785875499458290181</id><published>2009-10-26T14:13:00.001+07:00</published><updated>2009-10-26T15:28:12.642+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๙</title><content type='html'>ตอนใหม่มาแล้วค่ะ...อ่านกันต่อเลยดีกว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img alt="" border="0" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" style="cursor: pointer; display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: 130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๙&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แผ่นหลังของคนร่างสูงที่ยืนทอดสายตาชื่นชมภูมิทัศน์เบื้องนอกหน้าต่างบานกว้างใน ห้องทำงานของโปรดปรานนั้นคุ้นตาผู้เป็นเจ้าของห้องเสียจนถึงกับสะดุดลมหายใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามา หล่อนยืนแน่นิ่งมือกุมลูกบิดประตูค้าง ไม่อยากเชื่อว่าลางสังหรณ์ของตนจะเป็นจริง ตอนพนักงานไปบอกหญิงสาวพยายามข่มใจตนเองว่าความคิดที่แวบผ่านมาเกิดขึ้น เพราะหล่อนหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องของเขาอยู่นั่นเอง ไม่มีทางที่มันจะเป็นจริงไปได้หรอก การจากมาของหล่อนเท่ากับปิดฉากเรื่องยุ่งยากทั้งหมด เมื่อไม่เจอ ไม่ได้ใกล้ชิด เขาก็คงลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนที่เขาเคยลืมหล่อนมาได้ถึงเก้าปี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่โปรดปรานคิดผิด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพชายหนุ่มที่ยืนในท่วงท่าสบายอกสบายใจขณะมองออกไปนอกหน้าต่างตรงหน้าหล่อน เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี เสียงเปิดประตูทำให้เขาหมุนตัวหันมาและทันทีที่เห็นว่าเป็นหล่อนก็ยิ้มกว้าง ทั้งริมฝีปากและดวงตา...เป็นรอยยิ้มเต็มที่ซึ่งมักไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เมฆสาวเท้าเข้ามาใกล้มือใหญ่เอื้อมมาจะแตะแขนของหล่อนแต่เปลี่ยนใจในนาทีสุด ท้าย มีเพียงเสียงเรียกขานชื่อหล่อนเท่านั้นที่แสดงความยินดีอย่างเปิดเผย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆ...” น้ำเสียงของโปรดปรานเสียอีกที่กลับแหบพร่าและ.......แผ่วราวเสียงกระซิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีใจ...คำนี้ผุดขึ้นมาเพื่อตั้งคำถามตนเอง หญิงสาวค้นหาคำตอบที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจด้วยความซื่อตรง หล่อนอาจจะดีใจถ้าเขาเป็นชายปลอดพันธะ และถึงจะยังไม่มีพันธะผูกพันทางกฎหมายกับผู้หญิงคนนั้นแต่แค่พันธะผูกพันทาง ใจก็หนักหนาเพียงพอแล้วที่จะทำให้โปรดปรานต้องพาตัวเองออกไปให้ไกลห่างเขา ให้มากที่สุด...ไกลออกไปจากคำว่า ‘มือที่สาม’ แม้จะไม่ชอบดูหนังดูละครแต่หล่อนก็ไม่อยากเป็นนางร้ายในชีวิตใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะโปรดปรานรู้ซึ้งว่าความเจ็บปวดเป็นเช่นไร เจ็บเพราะถูกละเลย...และเจ็บยิ่งกว่าเมื่อเขาเกลียดชัง มัน เป็นความเจ็บปวดที่สุดแสนทรมาน นานหลายปีกว่าหล่อนจะชินกับความรู้สึกนั้นแต่ไม่ใช่ชินเพราะหัวใจด้านชา ทุกครั้งที่นึกว่าเขาเกลียดหล่อนเพียงใด หัวใจมันก็ปวดแปลบเหมือนมีเข็มร้อยพันเล่มทิ่มแทง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่นี่สวยมาก” คนพูดชมจริงใจ เมฆเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกและชอบใจที่อาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด กลมกลืนไปกับธรรมชาติ โปรดปรานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยลักษณะเหมือนกำลังยิ้มทว่าสีหน้ากลับจืดเจื่อน ชอบกลเช่นเดียวกับถ้อยคำขอบคุณที่หลุดรอดมาแบบไม่เต็มเสียง ถ้ารู้ก่อนว่าเป็นเขา...ถ้าเชื่อสักนิดว่าสังหรณ์ของตนถูกต้องหล่อนจะไม่มา เจอ แต่เมื่อเผชิญหน้ากันจะๆ แบบนี้หญิงสาวไม่มีทางหนีทีไล่เหลือให้เลือกเลยสักทางนอกจากทางเดียวที่มี ต้องต้อนรับขับสู้กันไปถึงจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม หญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องทำงานของตนด้วยท่าทางราวคนขาดความเชื่อมั่น ปิดประตูแล้วก็เดินนำไปที่ชุดรับแขกผายมือเชื้อเชิญให้เขานั่งขณะที่ตัวเอง เดินไปที่โต๊ะทำงานกดอินเตอร์คอมสั่งเลขาฯ หน้าห้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอกาแฟสองชุด อ่อ...เตรียมเอกสารการประชุมไว้ด้วยนะ” รู้หรอกว่าเสียมารยาทที่พูดออกไปอย่างนั้น แต่โปรดปรานอยากให้คนร่างสูงรู้ว่าหล่อนไม่มีเวลาคุยกับเขานานนัก แล้วก็ได้ผล...ยังไม่ทันที่หล่อนจะปล่อยมือจากอินเตอร์คอมคนที่นั่งบนโซฟาก็ เอ่ยแทรกเสียงดังพอที่จะให้คนที่อยู่อีกฝั่งของอินเตอร์คอมได้ยิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องสั่งกาแฟหรอก เดี๋ยวก็ไปแล้วพอดีมีนัดเหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณ สุ...ไม่ต้องสั่งกาแฟแล้วนะคะ” หล่อนสำทับเลขาฯ อีกครั้งก่อนปล่อยมือจากเครื่องมือสื่อสารและเดินกลับมาที่ชุดรับแขก หล่อนเลือกนั่งเก้าอี้นวมตัวที่อยู่ไกลเขาที่สุด...หวังใจเหลือเกินว่าระยะ ห่างนั้นจะเป็นช่องว่างที่กว้างพอจะทำให้หัวจิตหัวใจตนเองมั่นคง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายตาของเมฆมิได้ละจากร่างโปร่งบางงดงามนับแต่วินาทีที่เห็นหล่อนก้าวเข้า ประตูมา เขามองตามทุกฝีก้าวด้วยความรู้สึกชื่นชม คงเป็นเพราะไม่เคยเห็นหล่อนในลักษณะแบบนี้มาก่อนดูเป็นผู้หญิงทำงานผิดแปลก ไปจากภาพนักศึกษาที่เคยคุ้น เมฆมองหญิงสาวจนเพลินกระทั่งหล่อนหันมาจนเดินมานั่งที่ชุดรับแขกเขาก็ยังไม่ ละสายตา คนถูกมองจึงรู้สึกขัดเขินก่อนจะแปรเป็นความอึดอัดเพราะอ่านสายตาที่มองมา นั้นออก...เขากำลังมองหล่อนอย่างกชื่นชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณป้าเป็นยังไง?” เมฆถามเพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกเมื่อเห็นสายตาเจ้าของห้อง...หล่อนไม่พอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีหน้าเกือบเรียบเฉยค่อยปรากฏรอยยิ้ม “ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ วันนี้น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีใจด้วย วันนั้น...โปรดท่าทางแย่มาก” เขาเท้าความไปถึงวันที่หล่อนได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากพี่ชายก่อนจะตัดบท เอ่ยถึงเหตุที่มาเชียงใหม่ “เมฆขึ้นมาทำงาน เลยแวะมาเยี่ยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานพยักหน้าอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้...หล่อนไม่ได้อยากให้เขามาหา...ไม่อยากเจอหน้าเขาด้วยซ้ำไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้โทรบอกล่วงหน้า...เพราะรีบเคลียร์งานจนลืม” คนพูดไม่สนใจอาการนิ่งเฉยของอีกฝ่าย เขามีเวลาไม่มากเพราะมีนัดตอนสิบโมงแต่ที่แวะมาก็เนื่องจากเหตุผลบางอย่าง “โปรดมีประชุมเหรอ...”  คนฟังพยักหน้ารับน้อยๆ เมฆจึงถามต่อ “กี่โมง...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เก้าโมงครึ่ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืนบอกกับหญิงสาวที่มองมาด้วยความแปลกใจว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆไม่กวนละ...โปรดจะได้เตรียมตัว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าของห้องลุกตามพลางเดินนำไปที่ประตูรู้สึกโล่งอกเสียจนต้องลอบระบายลม หายใจเบาๆ ทว่าไม่พ้นหูคนที่เดินตาม...มุมปากเมฆยกขึ้นนิดหนึ่งเป็นรอยยิ้ม โปรดปรานเปิดประตูและหยุดยืนส่ง หล่อนหลบสายตาอีกฝ่ายด้วยการเสมองพื้นแต่กลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเท้าที่ควร จะก้าวผ่านกลับหยุดตรงหน้าหล่อน ความแปลกใจทำให้เงยหน้าขึ้นทันทีแล้วก็ต้องพบว่าสายตาคู่นั้นจ้องนิ่ง...แวว ตาที่ละม้ายน้ำในบึงที่ทั้งลึกทั้งกว้าง ยากจะคะเน เสียงทุ้มกังวานเอ่ยกับหล่อนเหมือนจะเป็นการบอกกล่าวมากกว่าการขอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เย็นนี้เมฆมารับไปทานข้าวนะ” เมื่อพูดจบเมฆเดินออกไปทันที...ไม่รอฟังคำตอบจากหล่อน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่โปรดปรานจะมานั้นเมฆแอบถามเลขาฯ หน้าห้องทำงานของหญิงสาวแล้วว่าวันนี้หล่อนมีนัดที่ไหนอีกหรือไม่เมื่อได้ รับคำตอบว่าหลังจากประชุมช่วงเช้าแล้วหญิงสาวว่างตลอดเมฆก็พอใจ เหตุผลหลักที่เขามาหาโปรดปรานก็เพราะอยากนัดหล่อนทานข้าวนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานยืนนิ่งตรงประตูอีกเนิ่นนาน...เมฆดำเริ่มตั้งเค้าในน่านฟ้าของหัวใจหล่อนเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ขณะ ที่คนหนึ่งกำลังยุ่งยากใจทว่า...อีกคนกลับรู้สึกตรงข้าม ถ้าใครสักคนเห็นหน้าเขาตอนนี้ก็คงทักเป็นเสียงเดียวกันว่าสุขสดชื่นราวกับ ต้นไม้เจอฝนแรก เมฆยอมรับกับตนเองว่าเขาไม่เคยอารมณ์ดีเท่านี้มาก่อน ทุกครั้งที่ขึ้นมาทำงานที่เชียงใหม่หัวจิตหัวใจราวถูกปกคลุมด้วยหมอกบางเบา มันทำให้อารมณ์ของเขาไม่แจ่มใส แม้จะปากแข็งใจแข็งแต่ตัวเขาเองรู้ดีกว่าใคร...เหยียบย่างบนแผ่นดินแห่งนี้ ทีไร หัวใจก็รังแต่จะคว้าอดีตอันเคืองขุ่นมาคิดแค้นโกรธขึ้ง เมฆแทบไม่อยากรับงานนี้แต่เลี่ยงไม่ได้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อจำต้องมาจึงมาด้วยความขุ่นมัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผิดกับวันนี้ลิบลับ...หัวใจของเขาในวันนี้ไร้ความเคืองแค้น หมดความโกรธเกลียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เหมือนใครบางคนกลั่นแกล้งมิให้ชายหนุ่มหลงลืมความจริงเมื่อโทรศัพท์กรีด เสียงแทรกผ่านสายลมเย็นต้นฤดูหนาวที่ชโลมหัวใจอยู่ในตอนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิง...” เมฆเอ่ยชื่อคนรักแทบเป็นเสียงกระซิบเมื่อรับสายหล่อน ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนถูกกระชากลงมาจากวิมานกลางอากาศแล้วร่วงวูบ...สู่อุ้งมือแห่งความจริง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆอยู่ไหนคะ...” ปลายสายถามเมื่อได้ยินเสียงลมพัดอู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆไขกระจกหน้าต่างรถลงตอนที่ขับออกมาจากรีสอร์ตของโปรดปรานจึงทำให้ลมพัด เข้ามาเป็นเหตุให้ปลายสายได้ยินเสียงแทรกเข้ามาในโทรศัพท์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เชียงใหม่...ขับรถอยู่” แม้ไม่มีคำลงท้ายทว่าน้ำเสียงทอดยาว นุ่มนวล...อย่างเคยเป็น ชายหนุ่มอดนึกไปถึงคำขอของคนรักเมื่อครั้งคบกันใหม่ๆ มิได้ ขออะไรน่ะหรือ...ก็ขอให้เขาพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างนี้ไรเล่า หล่อนว่าเขาพูดเร็วและประโยคที่ใช้พูดก็ค่อนข้างสั้น...ทั้งน้ำเสียงก็เรียบ สนิท พอรวมกันกับหน้าตาที่มักเย็นชาเรียบเฉยเลยดูเหมือนโกรธขึ้งอะไรสักอย่างอยู่ ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะพอรู้ตัวอยู่บ้าง แต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าพูดออกมาตรงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายจริง! อิงลืม...เมฆบอกอิงแล้วนี่นาว่าจะขึ้นเชียงใหม่อาทิตย์นี้ แล้วนี่เมฆจะอยู่กี่วันคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สามสี่วัน...มีอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงจะขึ้นกรุงเทพฯ ค่ะ นึกว่าเมฆอยู่เลยโทรหา” น้ำเสียงหญิงสาวมีร่องรอยเสียดายลึกๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว...เหรอ อิงอยู่กี่วัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มะรืนนี้กลับแล้วค่ะเมฆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มะรืนนี้?” เสียงเมฆขึ้นสูง...แปลกใจ เพราะสาวคนรักลางานมาหลายวันแล้ว “ลางานต่อเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ” ปลายสายปฏิเสธแล้วก็ทอดถอนใจแผ่วเบาก่อนเอ่ยต่อ “อิงลาออกแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลาออก!” น้ำเสียงของชายหนุ่มทวนคำสองคำนั้นด้วยความตกใจ ความคิดแล่นปราดไปที่บิดาของคนรักทันที “อาการพ่อ...ทรุดเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการนิ่งงันของอีกฝ่ายทำให้เมฆรู้คำตอบ...นานกว่าจะได้ยินเสียงปลายสายตอบ มาด้วยอาการที่ฟังดูแล้วก็รู้ว่าคงบังคับไว้อย่างที่สุดมิให้สั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หมอบอกว่าพ่อคงอยู่ได้ไม่เกิน...หกเดือน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เมฆเป็นฝ่ายนิ่งบ้าง คำพูดมันตื้ออยู่ที่คอหอย...ความเห็นอกเห็นใจแล่นปรี่ขึ้นมาทันที ในที่สุดจึงเอ่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงกลับไปอยู่บ้านก็ดีแล้ว ดูแลพ่อเถอะ เมฆกลับไปเมื่อไรจะหาเวลาไปเยี่ยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ” น้ำเสียงตอบจากปลายสายแผ่วราวกระซิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดคุยกันถึงอาการของคนป่วยอีกไม่กี่คำอิงฤทัยก็เป็นฝ่ายขอวางหูไปก่อน เมฆตัดสายการพูดคุยแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว คำพูดหนึ่งแว่วมากระทบ...ชีวิตไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน...ที่แน่นอนที่สุดคือ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความตาย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การทำใจยอมรับความตายไม่ง่ายเลย...ขณะนี้อิงฤทัยอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก ที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต และในฐานะที่เขาเป็นแฟนก็ควรจะยืนเคียงข้าง คอยปลอบประโลมและดูแลหัวใจของหล่อนให้มีความเข้มแข็งเพื่อยืนหยัดต่อสู้กับ ความจริงที่จะมาถึงในไม่ช้า ทว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็ไม่ง่ายเลยสำหรับเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆยอมรับกับตัวเอง...หัวใจของเขาเอนเอียงไปหาผู้หญิงอีกคนเสียจนถ้าเปรียบ เป็นเรือก็คงเอียงกระเท่เร่แทบจมอยู่รอมร่อ อีกแล้ว...ความรู้สึกถูกผิดในใจต่อสู้กันอีกครั้ง มือที่กำพวงมาลัยเกร็งแน่นก่อนเจ้าตัวจะถอนลมหายใจออกมาหนักหน่วง อารมณ์ดีๆ เมื่อครู่พัดปลิวไปไหนเสียแล้วไม่รู้ แต่ชายหนุ่มไม่มีเวลาจะสนใจกับความรู้สึกของตัวเองมากนักเมื่อขับรถมาถึงที่ หมายพอดี สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคืองาน...ซึ่งหมายความว่าอารมณ์และเรื่องส่วนตัว ต้องถูกละไว้เบื้องหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;‘อิงกลับไปอยู่บ้านก็ดีแล้ว’&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้อยคำประโยคนั้นดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แม้จะตรงกับที่คาดคิดเอาไว้เพราะถ้าเป็นหล่อนก็คงต้องพูดอย่างเดียวกันนี้ แหละ แต่เมื่อได้ยินจริงๆ อิงฤทัยก็เกิดความน้อยใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมฆไม่ค้าน ไม่ยื้อ ไม่แม้แต่จะต่อว่าที่หล่อนตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยอดคิดไม่ได้...มันเหมือนเขายินดีที่หล่อนจะกลับไปอยู่บ้าน ดวงตาของหญิงสาวรื้นขึ้นมาทันทีจนต้องรีบกะพริบตาเก็บกลืนน้ำตามิให้หยาดลง มาให้เป็นที่ผิดสังเกตของคนที่กำลังเดินกลับมาที่รถ อัคนีเปิดประตูรถพลางถามคนที่นั่งอยู่โดยที่มิได้สังเกตหน้าตาอีกฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะให้ผมไปส่งที่ไหนดี...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงลงตรงไหนก็ได้ค่ะ ขอให้มีแท็กซี่ก็พอ” คนที่เข้าประจำหลังพวงมาลัยหันมาพลางถามเพราะตอนแรกเจ้าหล่อนบอกว่าจะขอไปลง ที่บ้านแฟนซึ่งเป็นทางผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปลี่ยนใจไม่ไปบ้าน...” ไม่ทันจบประโยคอีกฝ่ายก็ตอบสวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่แล้วค่ะ” น้ำเสียงแปร่งจนคนฟังจับได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทะเลาะกันเหรอครับ?” น้ำเสียงถามที่นุ่มนวลทำให้คนที่นั่งข้างคนขับระบายลมหายใจแผ่วเบา หล่อนตอบเสียงแผ่วไม่แพ้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าหรอกค่ะ อิงแค่...” เจ้าตัวนิ่งไปนิด “คิดมากไปเอง”               พูดจบหญิงสาวก็ถอนหายใจอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีอะไรก็ระบายกับผมได้นะ...ผมเป็นผู้ฟังที่ดี” อิงฤทัยหันมายิ้ม เขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อยและได้แสดงให้เห็นตลอดระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่รู้ว่ามารดาของทั้งคู่เป็นเพื่อนกันก็มีเหตุให้ต้องพบเจอกันอีก หลายครั้ง ประกอบกับอัธยาศัยไมตรีของอัคนีทำให้อิงฤทัยสนิทสนมกับเขาอย่างรวดเร็วจน หล่อนยังแปลกใจตัวเอง เพราะแค่รู้จักกันไม่กี่วันหล่อนก็ระบายความอัดอั้นตันใจให้เขาฟังเสียแล้ว มันเกิดขึ้นในวันหนึ่งขณะที่นั่งทานข้าวด้วยกัน อัคนีเห็นหล่อนเขี่ยข้าวในจานอยู่เป็นนานจึงเอ่ยปากถามว่ามีเรื่องคับข้องใจ อยากระบายให้เขาฟังหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะเป็นเพราะน้ำเสียง...ท่าทาง...หรือไม่ก็แววตาของเขากระมังที่ทำให้ รู้สึกไว้วางใจจนกล้าพรั่งพรูเรื่องราวที่อัดอั้นจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นความ วิตกกังวลในอาการป่วยของบิดาหรือเรื่องการตัดสินใจลาออกจากงานที่หล่อนยัง ไม่ได้ปรึกษากับใครสักคน ยกเว้นไว้ก็แต่เรื่องราวของหัวใจที่อิงฤทัยยังคงเก็บงำไว้เพราะเห็นว่าเป็น เรื่องส่วนตัวระหว่างหล่อนกับเมฆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงแค่...นึกว่าเขาจะค้านหรือว่าที่อิงจะลาออกจากงานแล้วไม่บอกเขา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีหันมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับเต็มตา “หมายถึงแฟนคุณเหรอ...” เขาถามก่อนจะพูดต่อทันที “ถ้าเขาว่าก็แย่แล้ว เป็นผม...ผมก็ไม่ว่าหรอกที่คุณตัดสินใจอย่างนี้ พ่อคุณทั้งคนนะ” อิงฤทัยยิ้มแหยๆ มันก็จริงของเขา...ถ้าเมฆทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับคนเห็นแก่ตัว “ผมว่าคุณคิดมาก...ทำใจให้สบายเถอะน่า...เอาล่ะ ผมไปส่งที่บ้านแฟนคุณนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้หรอกค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว...” ชายหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ หากอิงฤทัยรีบเอ่ยต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เขาไม่อยู่ จะไปส่งทำไมละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอเค...ถ้าอย่างนั้นผมไปส่งที่บ้านคุณแล้วกัน” อัคนีสรุปแต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธอีกด้วยความเกรงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าเลยค่ะ มันคนละทางกันเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหอะน่า...ผมว่าง แล้วนี่คุณจะอยู่กี่วัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สักสองวัน พรุ่งนี้ว่าจะเข้าบริษัทคุยกับเจ้านายแล้วก็ยื่นจดหมายลาออก วันมะรืนอิงว่าจะแพ็คของเอาไว้ก่อนแล้วค่อยมาขนกลับทีหลังน่ะค่ะ ก็คงกลับเย็นๆ หน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอางี้มั้ย...วันมะรืนคุณจัดการเก็บของให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวผมเอาปิคอัพมารับกลับด้วยกันเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะดีเหรอ?” อิงฤทัยลังเลเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายยังมีธุระต้องทำที่กรุงเทพฯ อีกหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีสิ” อัคนียืนยันพร้อมรอยยิ้ม “และผมก็ไม่ยอมให้คุณปฏิเสธด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งแรกที่เจอกันชายหนุ่มยอมรับว่าต้องใจหญิงสาวผู้นี้ไม่น้อย แม้กระทั่งตอนนี้ความรู้สึกเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงแต่เมื่อรู้ว่าหล่อนมีคน รักแล้ว เขาก็หยุดความคิดไว้แค่ความเป็นเพื่อน ชายหนุ่มเข็ดเสียแล้วกับการรักคนที่มีเจ้าของ และเขาก็ไม่อยากไปแย่งชิงของของใครมาเสียด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นแค่เพื่อนก็พอ เพราะเพื่อนก็สามารถแสดงความห่วงใยได้เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยมองรอยยิ้มจริงใจของอีกฝ่ายแล้วจึงยิ้ม...พยักหน้าตอบรับข้อเสนอของ ชายหนุ่ม หล่อนรู้ว่าถ้ายังยืนกรานปฏิเสธอย่างแข็งขันเขาก็คงรามือไปเอง แต่อะไรบางอย่างในรอยยิ้มของเขาที่ทำให้หล่อนทำอย่างนั้นไม่ลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอีกครั้งที่หญิงสาวนึกเปรียบเทียบผู้ชายคนนี้กับคนรักของตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าเมฆจะเป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้...พูดจาอ่อนโยน และดูเหมือนจะอ่อนหวานกับหล่อน นั่นก็เป็นเพราะอิงฤทัยขอไว้ หล่อนปั้นให้เขาเป็นอย่างที่อยากให้เป็น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาแสดงออกก็เพราะหล่อนบอกให้เขาทำทั้งสิ้น แรกๆ หญิงสาวก็คิดว่าเพราะเขารักหล่อนจึงยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ตอนนี้หล่อนเริ่มไม่แน่ใจ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเมฆก็ยังเป็นเมฆ...ยังเป็นอย่างที่เคยเป็น อิงฤทัยไม่เคยเปลี่ยนเมฆได้เลย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กว่าเราจะถึงกรุงเทพฯ ก็คงค่ำแล้ว ยังไงถึงกรุงเทพฯ แล้วแวะหาข้าวกินกันก่อน แล้วผมไปส่งที่บ้าน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองนาฬิกาก่อนตอบ “ค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อจากนั้นสองหนุ่มสาวก็เดินทางกันต่อเพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กว่า จะถึงกรุงเทพฯ ก็เกือบทุ่มแล้วเพราะอัคนีขับรถมาแบบเรื่อยๆ ประกอบกับทั้งคู่มีเรื่องพูดคุยตลอดทางทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ เมื่อย่างเข้าสู่เขตชานเมืองอัคนีก็หันมาถามคนที่นั่งด้านข้างเหมือนขอความ เห็น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หิวมั้ย...จะหาอะไรกินแถวนี้ก่อนหรือว่าค่อยไปหาแถวบ้านคุณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงยังไม่หิว เราขับต่อไปดีกว่าค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอเคงั้นไปหาข้าวกินแถวบ้านคุณละกัน ว่าแต่มีอะไรแนะนำมั่ง ผมกินไม่ยากแต่ขออย่างเดียวว่าต้องอร่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพราะชอบกินของอร่อยหรือเปล่าคะถึงได้มาเปิดร้านอาหาร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็มีส่วน...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงก็ชอบกินของอร่อยนะ แต่คงไม่คิดเปิดร้านอาหารหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมครับ...” อัคนีหันมาถามด้วยความสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงทำกับข้าวไม่เป็น” หญิงสาวยอมรับอย่างอายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ยากหรอกครับ...ถ้าอยากทำเป็นผมสอนให้ก็ได้...” ชายหนุ่มเสนอโดยที่มิได้คิดอะไรมากไปกว่าที่พูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงเหรอคะ?” น้ำเสียงหญิงสาวดีใจ “ถ้ามีโอกาสอิงจะขอสมัครเป็นลูกศิษย์ค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ...แล้วตกลงเราจะไปกินอะไรกันดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาวกกลับไปยังคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ อิงฤทัยแทบไม่ต้องคิดเมื่อเอ่ยปากบอกตำแหน่งแห่งที่ตั้งของร้านอาหารตามสั่ง เจ้าประจำกับชายหนุ่ม ร้านนี้ถึงก่อนคอนโดมิเนียมที่หล่อนอยู่ไม่มากนัก กับข้าวอร่อยใช้ได้ราคาไม่แพง ที่สำคัญคือสะอาด หล่อนอาศัยฝากปากท้องกับร้านนี้เป็นประจำตามประสาคนทำกับข้าวไม่เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไปถึงอัคนีให้หญิงสาวลงไปสั่งอาหารไว้ก่อน ส่วนตัวเขาก็ขับเลยไปจอดรถตามคำบอกเล่าของหล่อนว่ามีที่ซึ่งพอจะจอดรถได้ อยู่เลยร้านไปไม่ไกล มันเป็นที่ดินว่างซึ่งเจ้าของยังไม่ได้มาก่อสร้างอะไรไว้ คนแถวนั้นจึงมักใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ...จอดรถ เตะบอล ฯลฯ จอดรถเรียบร้อยอัคนีก็เดินย้อนกลับไปที่ร้าน อิงฤทัยสั่งกับข้าวไว้สองสามอย่างแล้ว ทั้งคู่ใช้เวลาในการกินข้าวไม่นานเพราะต่างก็รู้สึกหิว กับข้าวสามอย่างตรงหน้าจึงหมดในเวลาอันรวดเร็ว อัคนีนั้นสั่งข้าวเพิ่มเสียด้วยซ้ำ ดูท่าทางชายหนุ่มจะเจริญอาหารจนหญิงสาวออกปาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กับข้าวร้านนี้ใช่มั้ยล่ะคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืม...ใช้ได้ๆ” พูดทั้งที่ยังซดน้ำต้มยำไม่ขาดปาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เนี่ยแหละ...อิงถึงไม่กระตือรือร้นจะทำกับข้าวเอง เย็นเลิกจากงานก็แวะมากิน เสาร์อาทิตย์ถ้าไม่ได้ไปไหนก็ที่นี่แหละ...แถมราคาก็ถูก กับเยอะ ข้าวเยอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คอนโดคุณอยู่ในซอยนี่เหรอ...อีกไกลมั้ย?” เขาถามเมื่อได้ยินคำพูดหล่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอกค่ะ ไม่งั้นอิงจะเดินมาได้ไง เอ...” จู่ๆ เจ้าหล่อนก็อุทานขึ้นมาเหมือนนึกอะไรได้ พลางหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาค้นหาอะไรเป็นการใหญ่จนคนมองถึงกับถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หาอะไรครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กุญแจห้องค่ะ...สงสัยอิงจะลืมไว้ในกระเป๋าอีกใบ” อิงฤทัยมีกระเป๋าถืออีกใบอยู่ที่บ้านไว้ใช้สลับกัน “ไม่รู้เพื่อนอิงจะกลับมาจากทำงานหรือยังน่ะสิ” หล่อนเปรยพลางขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดที่หลงลืมกุญแจไว้จนได้ทั้งที่ตอน เปลี่ยนกระเป๋าก็เตือนตัวเองแล้วเชียวให้หยิบกุญแจใส่มาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลองโทรไปสิครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดหาคนเป็น เพื่อน เมื่อฝ่ายนั้นรับสายคุยกันไม่กี่คำสีหน้าของหล่อนก็แปรเปลี่ยน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างวิตกกังวลจนคนมองเดาได้ว่าต้องมีอะไรแน่นอน อัคนีรอจนหล่อนวางสายจึงถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แย่จัง...เพื่อนอิงไปต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็ตั้งหลายวัน กุญแจสำรองก็ไม่มี...อิงจะทำยังไง?” น้ำเสียงหล่อนทุกข์ร้อนจริงๆ อัคนีชั่งใจอยู่เป็นครู่ก่อนเอ่ย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอางี้มั้ยครับ คุณไปพักที่บ้านผม...มีห้องนอนว่างอีกห้อง จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินนอนโรงแรม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยอึกอัก ถึงจะนอนค้างที่บ้านเมฆบ่อยแต่นั่นก็เพราะเมฆเป็นแฟนและหล่อนก็คบกับเมฆมา ไม่ใช่น้อย แต่กับผู้ชายคนนี้...ถึงจะเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ชาย...และถือได้ว่าเป็นคนอื่น จะไปนอนค้างอ้างแรมที่บ้านเขา...มันจะดีหรือ...หญิงสาวสบตาคู่นั้นของเขา พลางคิด อีกแล้ว...อะไรบางอย่างในแววตาของผู้ชายคนนี้ทำให้หล่อนรู้สึกไว้วางใจอย่าง ประหลาด และมันก็มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้หล่อนตอบรับคำชวนของเขาในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนียิ้มออกมาอย่างดีใจ รู้สึกว่าก้อนเนื้อในทรวงอกเต้นตูมตามราวกับหนุ่มน้อยจนต้องปรามตัวเองด้วย ประโยคที่เป็นเสมือนยันต์กันผี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไอ้อั๋นโว้ย...ผู้หญิงเค้ามีแฟนแล้ว เอ็งอย่าเสือกไปคิดอะไรให้มากเลย...จะเจ็บตัวเสียเปล่าๆ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="font-style: italic; text-align: right;"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;หาก ผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-5785875499458290181?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/5785875499458290181/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/10/blog-post.html#comment-form' title='10 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/5785875499458290181'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/5785875499458290181'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/10/blog-post.html' title='สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๙'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>10</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-503135967764240963</id><published>2009-09-22T16:18:00.004+07:00</published><updated>2009-10-26T15:32:24.330+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-บุหลันจันดารี'/><title type='text'>บุหลันจันดารี...บทนำ ราตรีมรณะ</title><content type='html'>นิยายเรื่องนี้เขียนค้างไว้นานแล้ว หวังว่าคงจะได้เอามาเขียนต่อเร็วๆ นี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/bulanjandari1.jpg" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img alt="" border="0" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/bulanjandari1.jpg" style="cursor: pointer; display: block; height: 542px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 369px;" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปันจะคีรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ประเทศจันดารี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อากาศในค่ำคืนนี้เย็นผิดปกติจนทำให้คนที่เร้นกายระหว่างพุ่มพฤกษ์พันธุ์ ต้องกระชับผ้าห่มคลุมกายแน่น ละไอหมอกขาวพรูออกจากปากทุกครั้งที่ผ่อนลมหายใจออก ดินฟ้าอากาศวิปริตไปแล้วหรือไร ปันจะคีราที่อยู่ในเขตร้อนชื้นถึงได้มีอากาศหนาวเย็น และมีหมอกคลุมจนมองอะไรมิถนัดดั่งเคย คนที่เดินคิดในใจขณะจรดฝีเท้าแต่ละย่างก้าวอย่างเงียบกริบ หากเร่งรีบ...ร้อนรน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือนี่จะเป็นสัญญาณของหายนะ !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่แล้ว...ปันจะคีราถึงคราวหายนะเสียแล้วกระมัง !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รีบ...ต้องรีบ...เจ้าตัวเร่งฝีเท้าทว่าต้องชะงักเมื่อโสตประสาทยินเสียง ฝีเท้ากระทบแผ่นหินอันปูเป็นทางเดินในอุทยานดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเข้ามา ใกล้ คนที่กำลังรีบ หลบวูบหลังพุ่มไม้โดยพลัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถูกพบที่นี่มิเป็นผลดี !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พฤกษาไหวพเยิบพะยาบมิได้ผิดสังเกตแม้แต่น้อยสำหรับทหารยามสองนายที่ผ่าน มาด้วยความรีบร้อน ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งเรียกทหารทุกนายไปรวมตัวกันที่หน่วยโดยด่วน มันกำลังเดินยามรอบอุทยานชั้นนอกตามปกติเมื่อมีวิทยุเรียกทหารทุกนายเมื่อ สักห้านาทีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุหรี่ที่ต่อเพื่อสูบแก้หนาวถูกดับและโยนทิ้งทั้งที่เสียดายไม่น้อย อากาศเย็นจัดเกือบหนาวผิดปกติเช่นนี้สำหรับคนที่ไม่เคยชินแล้วทรมานยิ่งนัก การได้สูบบุหรี่จึงนับว่าเป็นสิ่งวิเศษ นอกจากจะแก้หนาวยังทำให้หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราตรียังอีกยาวไกล และมันก็ไม่อยากหลับยามด้วยรู้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทษทัณฑ์ในการหลับยามมิใช่น้อย !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิทยุเรียกเมื่อครู่แม้จะไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมหากทหารทุกนายได้กลิ่น อันไม่สู้ดีทั้งสิ้น การเมืองภายในปันจะคีราดูเหมือนสงบเงียบเรียบร้อยก็จริงหากการที่องค์ระตู ประชวรออดแอดกลับทำให้หลายฝ่ายระส่ำระสายเพราะคลื่นใต้น้ำที่แบ่งแยกเป็นสาม สายอย่างชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามสายตามจำนวนพระโอรสขององค์ระตู !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์โต...เจ้าชายสุหรานากง ประสูติแด่พระชายาในตำแหน่งประไหมสุหรีซึ่งเป็นขนิษฐาขององค์รายาแห่งจันดารี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์ที่สอง...เจ้าชายสุหรันกิราหนา ประสูติแด่พระเทวีองค์แรกผู้ซึ่งเป็นขนิษฐาต่างพระมารดาขององค์ประไหมสุหรีนั่นเอง และ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์ที่สาม...เจ้าชายสุหรากันตา ประสูติแด่พระเทวีองค์ที่สอง เจ้าหญิงเชื้อพระวงศ์ในราชตระกูลปันจะคีรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายสุหรานากงทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นระตูมุดาก็จริง หากยังมิได้ผ่านพิธีถือสัตย์ปฏิญาณและพิธีสรงสระสนานที่เทวาลัยศักดิ์สิทธิ์ บนเกาะไข่มุก เท่ากับว่าตำแหน่งระตูมุดายังไม่เป็นที่รับรอง ซ้ำเจ้าชายยังไม่สู้แข็งแรง มีโรคประจำตัวที่คอยกัดกร่อนพระพลานามัยอยู่เสมอ ทำให้ผู้สนับสนุนเจ้าชายอีกสององค์เพียรพยายามที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อให้ ฝ่ายของตนได้เปรียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คนที่หลบซ่อนรอจนทหารยามทั้งสองนายผ่านไปจึงค่อยขยับกายออกสู่ แสงแห่งจันทรา ตระหนักถึงจำนวนทหารยามที่เฝ้าอารักขารอบติกาหรัง...ตำหนักทั้งหลาย...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่มเป็นสองเท่า !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่เจ้าหญิงทรงรับสั่งคาดการณ์ไว้...เป็นจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนี้จะเกิดเรื่องร้าย !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดวงจิตของนางข้าหลวงสาวรุ่นประหวัดถึงเหตุการณ์ก่อนที่นางจะออกจากตำหนัก ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย สีพระพักตร์ของเจ้าหญิงสุรีดรสาแสดงถึงความร้อยพระทัยเป็นยิ่งนักไม่ต่างจาก ถ้อยรับสั่งเรียกชื่อนางเลยแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เกนรุจนา’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางข้าหลวงในพระองค์ขยับกายจากที่ซึ่งยืนอยู่เข้าไปคุกเข่าเฝ้าใกล้ๆ ผู้ที่ประทับนิ่งบนพระเก้าอี้ข้างโต๊ะทรงพระอักษร เจ้าหญิงทอดพระเนตรออกไปนอกช่องพระแกลอยู่ชั่วครู่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายนอกนั้นมีหมอกหนาหนักลอยเรี่ยปกคลุมจนแลเห็นเป็นม่านสีขาว...มิอาจมอง สิ่งใดได้ชัดเจน กระทั่งยอดหอคอยพระราชวังที่เคยแจ่มชัดแม้ในคืนเดือนมืด ยังมิเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งที่เป็นคืนบุหลันฉาย...จันทราเต็มดวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงโน้มวรองค์เข้าไปใกล้นางข้าหลวง...ตรัสกระซิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เจ้ารู้สึกไหม คืนนี้เป็นคืนบุหลันฉาย ทว่ากลับมองสิ่งใดมิชัดแจ้ง เพราะเมฆหมอกนั่น...น่ากลัวเหลือเกิน เกนรุจนา...เรา...เราได้กลิ่นความตาย คืนนี้...ต้องเป็นคืนนี้แน่นอน เราจะทำอย่างไรดี’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงทรงกระสับกระส่ายราวกับว่าตัดสินพระทัยมิถูก พระหัตถ์เรียวกำชายผ้าคลุมพระอังสาแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลันเสียงอึกทึกโหวกเหวกจากอุทยานแว่วมา นางกำนัลรุ่นเยาว์นางหนึ่งเคาะบานพระทวารของห้องบรรทมเป็นจังหวะรัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เจ้าหญิง...เจ้าหญิงเพคะ...’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เข้ามา’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีหน้านางผู้เข้ามาใหม่มีแววตื่นตระหนก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ระตูมุดา...ระตูมุดาสิ้นพระชนม์แล้วเพคะ ! ’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ้นคำกราบทูล เจ้าหญิงสุรีดรสาประทับยืนพรวดด้วยความตกพระทัยอย่างยิ่งยวด สุรเสียงลอดไรพระทนต์ดังเพียงแผ่วเบา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เจ้าพี่ ! ’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงทรงหันพระพักตร์มาทางนางข้าหลวงคนสนิททรงมีพระบัญชาทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เกนรุจนา...ไปหาท่านการิตเดี๋ยวนี้ ให้นำความจากเราขึ้นทูลเจ้าพี่สุหรันกิราหนาโดยด่วน’ เจ้าหญิงทรงคว้าปากกาและกระดาษบนโต๊ะแล้วมีลายพระหัตถ์ถึงพระเชษฐาอย่างรวด เร็ว ทรงอ่านทวนอีกครั้งก่อนจะพับกระดาษเก็บเข้าซองยื่นให้นางข้าหลวงคนสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘นำจดหมายเราไปให้ถึงมือท่านการิต จำไว้...อย่าให้ใครเห็นเป็นอันขาด...เกนรุจนา มิฉะนั้นทั้งเจ้าทั้งเราอาจจะไปเฝ้าองค์ปะตาระกาหลาก่อนกำหนด’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เพคะ’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกนรุจนารับซองลายพระหัตถ์มาถือไว้แล้วใช้ผ้าคลุมไหล่บังจนมิดชิด เจ้าหญิงทรงรั้งร่างนางข้าหลวงไว้และโน้มพระองค์เข้าไปใกล้ก่อนตรัสกระซิบ ใส่หูอีกฝ่ายเป็นการสั่งความบางประการ เกนรุจนาก้มศีรษะยอบตัวแล้วก้าวถอยหลังไปสามก้าวก่อนจะหมุนกายมุ่งไปที่ ประตูห้องบรรทม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนั่นเองเกนรุจนาจึงต้องเร้นกายหลบซ่อนเหล่าทหารในยามรัตติกาลเพื่อมา ยังตำหนักกะบุหนิงของเจ้าชายสุหรันกิราหนา...เชษฐาต่างพระมารดาของเจ้าหญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าจะหลบสายตาเหล่าทหารที่ขวักไขว่โกลาหลมาตามเส้นทางเดินในอุทยานก็ เลือดตาแทบกระเด็น ดังนั้นเมื่อนางเห็นยอดติกาหรังที่ซ่อนอยู่หลังดงต้นแก้วท่ามกลางริ้วม่าน ขาวของหมอกหนายามรัตติกาล เกนรุจนาจึงยิ้มดีใจ ฝีเท้าเร่งเดินด้วยปรีดานัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นใคร ? “&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเข้มดุตวาดถามจากเงามืดหลังไม้ใหญ่ นางข้าหลวงสาวผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ มือที่กระชับกุมซองลายพระหัตถ์ใต้ผ้าคลุมไหล่เกร็งโดยไม่รู้ตัว พลันเมื่อร่างที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ก้าวออกมายืนในความสลัวของแสงจันทร์ นางถึงกับถอนใจเฮือก...โล่งอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่ ! นึกว่าใคร...ท่านการิตนั่นเอง” เกนรุจนาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การิต...เป็นทหารหนุ่มรูปงามที่มีหน้าตาผิวพรรณผิดแผกจากชาวพื้นเมืองปัน จะคีรา นั่นเป็นเพราะสายเลือดอันเข้มข้นของราชสกุลที่ตกทอดสู่ตัวเขาผ่านมารดาซึ่ง เป็นเจ้าหญิงเชื้อพระวงศ์เก่าแก่ของเกาะปันจะคีรา เมื่อรวมกับสายเลือดของบิดาที่เป็นชาวต่างชาติ จึงยิ่งทำให้เขามีบุคลิกลักษณะที่โดดเด่นกว่าผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเพราะสายสัมพันธ์สนิทแน่นทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนายทหารองครักษ์คน สนิทของเจ้าชายสุหรันกิราหนา...โอรสองค์ที่สองในระตูปันจะคีราได้โดยง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกนรุจนายื่นซองสีขาวใส่มืออีกฝ่ายอย่างเร็วรี่ขณะกระซิบบอก “ลายพระหัตถ์เจ้าหญิงสุหราดรสาถึงท่าน ฝากให้เจ้าชาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิ้วเข้มที่พาดเหนือดวงตาคมฉายรอยแปลกใจเป็นล้นพ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงสุรีดรสามีลายพระหัตถ์มาถึงเจ้าชายสุหรันกิราหนาอย่างนั้นหรือ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เวลาแห่งความแปลกใจของการิตคงอยู่มินานนักเมื่อประโยคต่อมาผ่านริมฝีปากนางข้าหลวงคนสนิทของเจ้าหญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านทราบหรือไม่ องค์ระตูมุดาสิ้นพระชนม์แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ ! “ พลันความสงสัยที่เกาะกุมจิตใจกลับมลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เอง...สาเหตุที่มีทหารเดินกันขวักไขว่วุ่นวาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การิตออกมาเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบนอกกำแพงติกาหรังหลังจากได้รับ รายงานจากทหารรับใช้ว่ามีการเรียกตัวทหารทุกนายที่ประจำการอยู่เข้าหน่วยโดย พร้อมเพรียง ความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันท่ามกลางความมัวสลัวของรัตติกาลทำให้ เขานึกสงสัยครามครัน ถึงกับให้คนสนิทออกไปสืบข่าวให้รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแล้ว...แสงเทียนในหัวใจทหารหนุ่มเลือดผสมก็คล้ายจะวูบไหวเจียนดับพร้อมกับความประหวั่นหวาดอันมิมีที่มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลายพระหัตถ์เจ้าหญิงเกี่ยวเนื่องกับเหตุร้ายนี้เป็นแน่แท้ !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงสุรีดรสาผู้เป็นขนิษฐาต่างพระมารดาของเจ้าชายสุหรันกิราหนามีลาย พระหัตถ์มาถึงเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องดี เขาควรต้องรีบนำลายพระหัตถ์ขึ้นทูลถวายเจ้าชายโดยเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เข้ามารอในตำหนักก่อนเถิด หลังจากนำลายพระหัตถ์ขึ้นทูลถวายเจ้าชายแล้วเราจะให้ทหารพาท่านกลับตำหนักเจ้าหญิงเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณ เอ่อ...ท่านการิต เรามีถ้อยรับสั่งของเจ้าหญิงมาถึงท่านโดยเฉพาะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพูดสั้นๆ ของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนสีหน้าเฉยเมยปนดุของการิตให้แย้มยิ้มน้อยๆ เขาผงกศีรษะรับก่อนบอกสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถวายลายพระหัตถ์ให้เจ้าชายแล้วเราจะมาฟัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลายพระหัตถ์ของเจ้าหญิงสุรีดรสาถึงพระหัตถ์เจ้าชายในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์เปิดออกทอดพระเนตรเพียงครู่เดียว สีพระพักตร์ก็แปรเปลี่ยนไป พระขนงขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย ถ้อยความในจดหมายจากขนิษฐาต่างพระมารดามิได้แจ้งอะไรแน่ชัด นอกจากคำเตือนถึงอันตราย ให้ทรงหลบหนีไปจากที่นี่เสียโดยไวและทรงเตรียมการหลบหนีไว้ให้แล้ว เพียงแค่นั้นเจ้าชายสุหรันกิราหนาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่าง รางเลือน เหตุลอบปลงพระชนม์องค์เชษฐา ย่อมนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยในชีวิตของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเจ้าชายกลับนิ่งสงบอย่างประหลาด ไม่ทรงมีทีท่าวิตกหวั่นกลัวแม้แต่น้อย การิตมองเจ้าชายผู้เป็นเจ้านายที่เขารักยิ่งชีวิตด้วยความชื่นชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การิต พาชายากับบุตรีของเราไปจากที่นี่ น้องหญิงดรสาจดหมายมาบอกว่าเตรียมเรือไว้ให้แล้ว เราฝากชีวิตของคนที่เรารักทั้งสองไว้ที่ท่าน พาพวกเขาไปจากที่นี่...ไปจากจันดารีได้ยิ่งดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วพระองค์ ? “ ไม่ทันที่นายทหารองครักษ์คนสนิทจะจบประโยคของตน หัตถ์ของเจ้าชายก็ยกโบกเป็นการห้ามปราม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น ! “ ถ้อยรับสั่งเด็ดเดี่ยวทำให้การิตมิกล้าทูลถามอีกต่อไป ชายหนุ่มก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างสงบ ถ้อยรับสั่งของผู้เป็นเจ้านายถูกจารไว้ในหัวใจของเขา นายทหารหนุ่มปฏิญาณกับตนเอง...เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้พระชายาและเจ้าหญิง องค์น้อยปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้...จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กระหม่อมขอถวายชีวิตตนเองเพื่อปกป้องพระชายาและเจ้าหญิงพระเจ้าค่ะ” ร่างสูงก้มศีรษะต่ำยิ่ง ขณะที่ยกมือข้างขวาแตะที่อกเบื้องซ้ายของตน...เป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็น ครั้งสุดท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจ...ขอบใจมาก” สุรเสียงของเจ้าชายสั่นพร่าด้วยความรู้สึกตื้นตันในพระทัย “เราจะไปบอกน้องหญิงกับลูกเดี๋ยวนี้ เจ้าเตรียมตัวไว้ให้พร้อม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายเสด็จออกจากห้องทรงพระอักษรไป การิตจึงรีบไปหาเกนรุจนาที่ยังรออยู่ที่ท้องพระโรงกลาง ถ้อยรับสั่งของเจ้าหญิงที่ฝากความมาถึงเขาเป็นพิเศษนั้นทำให้หัวใจที่ถ่วง หนักด้วยหน้าที่ที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาเมื่อครู่แช่มชื่นขึ้นอย่างน่าพิศวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;“เจ้าพี่...หม่อมฉันไม่ไป ถ้าไม่มีเจ้าพี่ไปด้วย หม่อมฉันไม่ไป” สุรเสียงกลั้นสะอื้นของพระชายาทำให้เจ้าชายสุหรันกิราหนาทรงทอดถอนพระ อัสสาสะอย่างจนพระทัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สะการะตาหลา...ถ้าเจ้ารักพี่ เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งพี่ พาลูกไป พาไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เจ้าจะไปได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายทรงโอบรอบอังสาบอบบางของพระชายาด้วยความรักใคร่สุดซึ้ง เจ้าหญิงพระชายาทรงเงยพักตร์ขึ้นจ้องดวงเนตรผู้เป็นสวามี อัสสุชลที่คลอคลองเนตรสีนิลแวววาวฉายรอยเศร้าโศกลึกเร้น เจ้าหญิงทรงรู้สึกว่าพระทัยหวิวไหวอย่างแปลกประหลาด ลางสังหรณ์บางอย่างรุนแรงขึ้นทุกขณะ ทรงหวาดกลัวเหลือเกิน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเสด็จไป จะมิได้พบพานดวงพักตร์ของผู้เป็นที่รักอีก !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ้...กะกันดา...เจ้าพี่ของหม่อมฉัน...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายทรงขยับอ้อมพระกรรั้งวรกายอรชรของชายาเข้าแนบอุระ ทรงจุมพิตเกศานุ่มสลวยที่ขมวดมุ่นเป็นมวยอยู่ด้านหลังด้วยความรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าก็เป็นดวงยิหวาของพี่...สะการะตาหลา พี่รักเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด และก็รักลูกของเราไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ฉะนั้นเจ้าจึงต้องไป...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สักวัน...สักวันเราจะกลับมาพบกันอีก...เชื่อพี่...เชื่อพี่สิ ดวงยิหวาของพี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงทรงกันแสงพลางส่ายพักตร์อย่างอัดอั้น ความรักของผู้เป็นสวามีที่มีให้นั้นพอจะทรงเข้าใจ หากแต่การจากลามิอาจทำพระทัยยอมรับได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อเป็นการจากลาอย่างกะทันหัน ทั้งยังมีลางสังหรณ์รุนแรงรุมเร้าในดวงหทัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต่อจากนี้ไปเจ้าจะต้องเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของลูก ดูแลลูกหญิงของเราให้เติบโตเป็นเจ้าหญิงที่สวยงามอย่างที่เจ้าเป็น เมื่อวันหนึ่งที่ลูกของเรากลับคืนมา จะได้กลับมาอย่างสมเกียรติสมฐานะเจ้าหญิงแห่งปันจะคีรา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงพระชายามิอาจรับคำได้เพราะก้อนสะอื้นแล่นจุกพระศอ หากดวงเนตรที่จ้องตอบสวามีเป็นยิ่งกว่าคำสัญญาที่ล่วงออกจากโอษฐ์ เจ้าชายสุหรันกิราหนาแย้มพระโอษฐ์อย่างพอพระทัยก่อนดันวรกายของผู้เป็นชายา ออกห่าง ทรงปลดผ้าพันรอบบั้นพระเอวขององค์เองออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าผืนยาวทอด้วยไหมควบกับทองแล่งเป็นลายเมาะตาริยะ...ดวงสุริยาซึ่งเป็น ลายประจำราชสกุล ด้านในสุดของผืนผ้าคือกริชทองคำสลักลายอันเป็นกริชประจำพระองค์ บอกศักดิ์แห่งเจ้าชายจากราชสกุลปันจะคีรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผ้าซ่าโบะและกริชของเรา เจ้าเก็บเอาไว้แทนตัว ไม่ว่าเจ้ากับลูกจะไปอยู่ ณ แห่งหนใด ผ้าและกริชจะนำเจ้ากลับมาที่นี่...กริชที่มีชื่อเราสลักไว้คือเครื่องหมาย แห่งศักดิ์ของเจ้ากับลูก...ศักดิ์แห่งเจ้าหญิง ! ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงทรงรับผ้าซ่าโบะและกริชประจำองค์ของสวามีไว้ด้วยสองพระหัตถ์ ทอดพระเนตรของสำคัญทั้งสองสิ่งด้วยเนตรที่ชุ่มด้วยอัสสุชล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลูกหญิงจะต้องเติบโตเป็นเจ้าหญิงที่เจ้าพี่ภูมิใจที่สุดเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ้นดำรัส เจ้าหญิงทรงคุกชานุลงตรงพื้นหน้าสวามีก่อนก้มเศียรต่ำเป็นการปฏิญาณต่อผู้เป็นดั่งดวงหทัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดวงยิหวาของพี่ พี่จะรอวันที่เราจะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระทัยของเจ้าหญิงกลับปวดแปลบกับถ้อยรับสั่งของสวามี...จากกันไปครั้งนี้...จะได้กลับมาเจอกันเมื่อไรมิอาจรู้ ที่สำคัญ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;...เจอกันในภพนี้...หรือในภพหน้า...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;&lt;span style="color: silver;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;hr /&gt;&lt;span style="color: red; font-size: 78%;"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  &lt;b&gt;&lt;u&gt;มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย &lt;b&gt;&lt;u&gt;มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; หรือ&lt;b&gt;&lt;u&gt;ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-503135967764240963?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/503135967764240963/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_5289.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/503135967764240963'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/503135967764240963'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_5289.html' title='บุหลันจันดารี...บทนำ ราตรีมรณะ'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-1368871047621245789</id><published>2009-09-22T15:57:00.005+07:00</published><updated>2010-08-28T16:31:40.009+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-บุหลันจันดารี'/><title type='text'>จันดารี : แผนที่, ลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศ</title><content type='html'>ก่อนจะเปิดตัวนิยายเรื่องใหม่...อยากจะให้ทุกคนได้ทำความรู้จักประเทศ   หมู่ เกาะเล็กๆ    ที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิคและมหาสมุทรอินเดียกันสักเล็กน้อย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/jandari_map.gif" onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}"&gt;&lt;img alt="" border="0" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/jandari_map.gif" style="cursor: pointer; display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center;" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="font-weight: bold; text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size: 130%;"&gt;เกาะคีลันยา (คีริน)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เป็น   เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด    มีความสำคัญในฐานะที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอันได้แก่ คีลัน    ซึ่งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะบนเทือกกสานติริมฝั่งแม่น้ำอันดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลักษณะภูมิประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตอนเหนือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็น   พื้นที่ราบสูงมีแนวเทือกเขากสานติทอดจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก    ยอดสูงสุดมีชื่อว่า กุหนุง เดวี (เดวาส่าหรีกุหนุง)    เดวาส่าหรีเป็นยอดเขาสูงเป็นอันดับสองของจันดารี มียอดเขาที่คู่กันคือ    กุหนุง เดวา (สุหรันแดหวากุหนุง) (อยู่ที่เกาะมันดาระ)    มีพื้นที่ต่อเนื่องไปยังแหลมอุดากันที่อยู่เหนือสุดของเกาะ    พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลมีชายฝั่งทอดยาว    ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเป็นมีหน้าผาสูงชันสลับเป็นบางตอน    พื้นที่ชายฝั่งแห่งแรกอยู่ฝั่งขวามือของแหลมอุดากัน    อีกแห่งซึ่งอยู่ใกล้แหลมอุนากันเป็นที่ตั้งของเมืองท่าชายฝั่งสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตอนใต้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็น   พื้นที่ราบลุ่ม เขตร้อน อุดมสมบูรณ์และเหมาะแก่การเพาะปลูกมาก    ใต้สุดของเกาะนั้นเป็นแนวโขดหิน    ขนาบข้างด้วยชายฝั่งทะเลสองแห่งซึ่งมีแม่น้ำสายสำคัญทอดผ่านได้แก่แม่น้ำดุ    หวาและติกา  แนวชายฝั่งทะเลตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองท่าสำคัญอีกแห่ง    และแนวชายฝั่งทะเลตะวันตกซึ่งหันหน้าเข้าสู่ทะเลจันดารี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตะวันออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็น   พื้นที่แนวชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นแนวโขดหินและหน้าผาสูงชัน    เนื่องจากเป็นแนวเทือกเขากสานติต่อเนื่องมาจากทางตอนเหนือของประเทศ    อากาศค่อนข้างหนาวเย็น และแห้งแล้งเนื่องจากเป็นภูเขาหินสูงชัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตะวันตก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นพื้นที่ราบลุ่มมีป่าดิบรกชัฏ และยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีแม่น้ำสายสำคัญทอดผ่านได้แก่แม่น้ำอันดา และมีชายฝั่งสำคัญทอดยาวตลอดแนว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;span style="font-size: 130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เกาะมันดาระ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;เป็นเกาะที่สัณฐานคล้ายกริช มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากเกาะกีริน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลักษณะภูมิประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตะวันตก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มี แนวเทือกเขาหิมวาทอดยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง อากาศหนาวเย็น    มียอดเขาสูงที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของเกาะและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจันดา    รี ชื่อสุหรันแดหวากุหนุง    ใกล้กันนั้นมีทะเลสาบบนภูเขาที่งดงามและใหญ่ที่สุดของประเทศ ชื่อดาหราดาเนา    และยอดเขาถัดมาซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะชื่อว่าอันตะรากุหนุง    เป็นยอดเขาที่สูงรองลงมา    ยอดเขาอีกแห่งที่อยู่ค่อนลงมาทางใต้นั้นเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามชื่อ    เปริวาตีกุหนุง    ระหว่างยอดเขาเปริวาตีและอันตะรามีทะเลสาบบนยอดเขาอีกแห่งหนึ่งชื่อ    บุหลันดาเนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตะวันออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ฝั่งตะวันออกเป็นที่ราบ ลุ่ม มีที่ราบลุ่มสำคัญอยู่สองแห่ง    แห่งแรกเป็นแนวยาวทอดขนานกับแนวเทือกเขามีแม่น้ำอันนะไหลผ่าน    แห่งที่สองนั้นอยู่ทางตอนใต้ของเกาะมีแม่น้ำปุราณะไหลผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;span style="font-size: 130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เกาะปันจะคีรา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;เป็น เกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สาม    นับว่าเป็นเกาะที่สมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากเป็นเขตร้อนชื้น    ลักษณะเกาะตั้งขวางทอดตัวจากทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก    เกาะถูกแบ่งออกเป็นเหนือและใต้โดยใช้แนวเทือกเขาวิลิศมาหราที่ทอดตัวขนาน    บริเวณกลางเกาะเป็นเกณฑ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลักษณะภูมิประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตอนเหนือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็น พื้นที่ราบลุ่ม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขตร้อนชื้น และสิงสาราสัตว์    ชายฝั่งทะเลทางตอนเหนือเป็นแนวชายหาดทอดยาวสามารถแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันตกและ    ตะวันออกด้วยแหลมหมันหยา    ชายฝั่งด้านตะวันตกเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญของเกาะซึ่งเป็นเมืองท่าด้วยมี    แม่น้ำมาตีไหลผ่าน    แม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของเกาะมีต้นทางมาจากยอดบุหรงหงาซึ่งเป็น    ยอดเขาสูงที่สุดไหลเรื่อยลงสู่ทะเลจันดารี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ตอนใต้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ด้าน ใต้เทือกเขาวิลิศมาหราเป็นที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ทางตอนเหนือ    มีแม่น้ำสายสั้นๆ ไหลลงสู่ทะเลปันจา    แนวชายฝั่งทางด้านนี้เป็นแนวชายหาดสลับกับโขดหินมีเมืองท่าสำคัญอยู่บริเวณ    ฝั่งตะวันออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="font-weight: bold; text-align: center;"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;span style="font-size: 130%;"&gt;เกาะไข่มุก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;เป็น เกาะขนาดเล็ก  มีสัณฐานเป็นรูปหยดน้ำ   แลดูคล้ายไข่มุกจึงได้ชื่อว่าเกาะไข่มุก ตั้งอยู่ ณ    จุดซึ่งเป็นบริเวณกึ่งกลางระหว่างเกาะใหญ่ทั้งสามเกาะ กลางทะเลจันดารี    เป็นเกาะที่มีความสำคัญไม่น้อยเนื่องจากชาวจันดารีเชื่อว่าเกาะไข่มุกเป็น    เกาะศักดิ์สิทธิ์ และมักจะประกอบพิธีสำคัญกันที่เกาะแห่งนี้    มะตาหะรีซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดใจกลางเกาะเป็นที่ตั้งของเทวาลัยสำคัญใช้    ประกอบพิธีสำคัญมีชื่อว่ามะตาหะรีปุรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ลักษณะภูมิอากาศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จันดารีมีเพียงแค่สองฤดูเท่านั้น คือ ฤดูฝน และฤดูร้อน&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ฤดูฝน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เริ่ม ต้นตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์โดยประมาณ    ในช่วงนี้อุณหภูมิของอากาศสูงสุดอยู่ที่ 31°C และต่ำสุดที่ 17°C    ความชื้นสูงสุดอยู่ที่ 75% หรืออาจจะขึ้นไปถึง 90% ในบางปี    ในช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดนั้นอาจจะมีฝนตกหนักประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่ง    ชั่วโมงในช่วงบ่ายของวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;- ฤดูร้อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 32°C และต่ำสุดที่ 17°C&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง นี้ทั้งนั้นอุณหภูมิบริเวณยอดเขาและแนวเทือกเขาสูง    ทางตอนเหนือของเกาะกีริน และฝั่งตะวันตกของเกาะมันดาระนั้นจะต่ำกว่าที่อื่น    คือต่ำกว่า 10°C ในตอนกลางคืน และต่ำกว่า 25°C ในตอนกลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกาะมัน ดาระนั้นจะมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างหนาวเย็นกว่าที่ อื่น    ในขณะที่เกาะกีรินนั้นทางตอนเหนือและฝั่งตะวันออกจะมีอากาศหนาวเย็น    ทว่าทางตอนใต้และฝั่งตะวันตกจะร้อนชื้น    ส่วนเกาะปันจะคีรานั้นจะมีอุณหภูมิร้อนกว่าที่อื่น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;b&gt;ตารางแสดงอุณหภูมิและความชื้นโดยประมาณ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;table align="center" border="1" cellpadding="2" cellspacing="1"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #333399; font-size: 85%;"&gt;&lt;b&gt;เดือน&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #333399; font-size: 85%;"&gt;&lt;b&gt;อุณหภูมิระหว่าง&lt;br /&gt;(C / F)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #333399; font-size: 85%;"&gt;&lt;b&gt;ความชื้น&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;มกราคม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;17 / 62 - 30/ 86&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;75 %&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;กุมภาพันธ์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;17 / 62 - 29 / 84&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;75 %&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;มีนาคม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;17 / 62 - 29 / 84&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;70 %&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;เมษายน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;17 / 62 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;65%&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;พฤษภาคม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;18 / 65 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;65 %&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;มิถุนายน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;19 / 67 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;60 %&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;กรกฎาคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;21 / 70 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;55 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;สิงหาคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt;22 / 71 - 32 /90&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #339933; font-size: 85%;"&gt; 55 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;กันยายน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;21 / 70 - 32 /90&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;60 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;ตุลาคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;20 / 68 - 32 / 90&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;65 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;พฤศจิกายน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;19 / 66 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;65 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;ธันวาคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;18 / 64 - 31 / 88&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;             &lt;td align="center"&gt;   &lt;span style="color: #6699ff; font-size: 85%;"&gt;70 %&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;         &lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;  &lt;/table&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; &lt;span style="color: #6699ff;"&gt;* สีฟ้า แทน ฤดูฝน&lt;/span&gt; / &lt;span style="color: #336633;"&gt;* สีเขียว แทน ฤดูร้อน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;   &lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span id="fullpost"&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-1368871047621245789?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/1368871047621245789/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_285.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1368871047621245789'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/1368871047621245789'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_285.html' title='จันดารี : แผนที่, ลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศ'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8328005359548110702</id><published>2009-09-09T17:03:00.002+07:00</published><updated>2009-09-09T17:27:07.022+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๘</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๘&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนน่านฟ้ากว้างที่มีเพียงความมืดมิดดุจผ้ากำมะหยี่สีเข้มปกคลุมไว้สงัดเงียบยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเครื่องบินเที่ยวสุดท้ายจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่เงียบสนิทราวเครื่องบินทั้งลำปราศจากผู้โดยสาร นั่นเป็นเพราะผู้คนส่วนมากต่างก็หลับตาพักผ่อนฆ่าเวลาระหว่างที่เครื่องบินกำลังไปสู่จุดหมาย หลังจากโทรศัพท์สอบถามเรื่องตั๋วให้โปรดปรานและพบว่าตั๋วเครื่องบินทุกเที่ยวเต็มหมด เมฆก็พาโปรดปรานมาที่สนามบินเพื่อสแตนด์บายรอว่ามีผู้โดยสารคนใดยกเลิกการเดินทางหรือไม่ โชคดีของหล่อนที่มีผู้โดยสารคนหนึ่งยกเลิกการเดินทางกะทันหันโปรดปรานจึงได้ที่นั่งนั้นแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดเวลาที่นั่งรอที่สนามบินโปรดปรานมีเมฆอยู่เป็นเพื่อน เขาเป็นธุระจัดการทุกอย่างแทนหล่อน ตั้งแต่หาที่ให้นั่งรอ หาน้ำและอาหารว่างรวมไปถึงบังคับให้กิน และจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินจนหล่อนได้ที่นั่งในที่สุด คนพูดน้อยอย่างเมฆกลับกลายเป็นคนพูดมากได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาคอยปลอบโยนและเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้หล่อนฟังเพื่อจะได้ไม่คิดมาก เก้าปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตเมฆมากมาย...เขาเล่าให้หล่อนฟังถึงเรื่องที่ไปทำงานที่สมุย ภูเก็ต พังงา ตรัง และอีกหลายที่ รวมไปถึงงานออกแบบตกแต่งห้องพักที่คอนโดมิเนียมซึ่งโปรดปรานอยู่นั่นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆเล่าว่างานนั้นเป็นงานแรกที่เขารับออกแบบตกแต่งภายใน และคิดว่าตนชอบงานอินทีเรียไม่แพ้งานสถาปัตย์ เขายังคิดว่าวันหนึ่งจะกลับไปออกแบบตกแต่งห้องพักที่โรงแรมของบิดาใหม่ถึงจะไม่อยากเข้าไปดูแลบริหารอย่างที่ผู้เป็นบิดาตั้งความหวัง เมฆเล่าถึงความฝันของเขาให้หล่อนฟัง...แทนที่จะดูแลโรงแรมใหญ่โตที่เป็นสมบัติของตระกูล เขาอยากมีรีสอร์ตเล็กๆ บนเกาะสักแห่งมากกว่า โปรดปรานฟังความฝันนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม...นึกอยากบอกว่าฝันของเขาเป็นฝันเดียวกับหล่อน เพียงแต่ฝันของโปรดปรานกำลังจะเป็นจริง หล่อนกำลังสร้างรีสอร์ตเล็กๆ ของตัวเอง...ไม่ใช่บนเกาะแต่ที่เมืองเล็กๆ ในหุบเขาที่มีแม้น้ำสายหนึ่งทอดผ่าน แม่น้ำที่มีชื่อเดียวกับเมือง...ปาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่นั่งฟังเมฆเล่าเรื่องราวของเขา โปรดปรานรอ...รอว่าเมื่อไรเขาจะเล่าเรื่องราวของใครอีกคน...ใครคนนั้นที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดเก้าปี แต่ไม่มีเลย...ไม่มีเรื่องราวของผู้หญิงคนนั้นผ่านปากของเมฆออกมาให้ได้ยิน โปรดปรานไม่รู้ว่าชั่วขณะนั้นเมฆหลงลืมผู้หญิงคนนั้นหรือว่า...แค่ไม่อยากพูดถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่หล่อนอยากได้ยินเขาพูดถึงใครคนนั้นเพราะจะได้ฉุดรั้งตัวเองเอาไว้มิให้ระเริงไปกับโมงยามที่ได้ใกล้ชิดกัน ณ เวลานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกคนที่เป็นห่วงหญิงสาวคือเปรมปรีดิ์...ผู้เป็นพี่ชาย เขาเพียรโทรมาถามว่าโปรดปรานเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งคอยแจ้งข่าวของป้าปิ่นให้รู้ทุกระยะเพราะคะเนหัวจิตหัวใจในยามนี้ของผู้เป็นน้องได้ว่าเป็นเช่นไร ความที่เหลือกันเพียงสองคนพี่น้องทำให้สายใยระหว่างกันแน่นแฟ้นกว่าคู่พี่น้องอื่นๆ และยามมีเหตุร้ายสายใยนั้นก็ยิ่งทักถอประสานกันเป็นหนึ่งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานมิได้แย้มพรายให้พี่ชายรู้ว่าหล่อนมี ‘เพื่อน’ อยู่ด้วย หญิงสาวแน่ใจว่าถ้าบอกไปพี่ชายคงได้ซักถามต่อว่าใครคือเพื่อนคนนั้น และยิ่งถ้ารู้ว่าเป็นเมฆล่ะก็...คงเพิ่มความกังวลให้พี่เปรมขึ้นอีกหลายเท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปรมปรีดิ์รู้จักเมฆดีผ่านเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากปากของหล่อน แน่ล่ะ...ประสาคนเป็นพี่ เขาย่อมไม่ ‘ปลื้ม’ กับชายหนุ่มที่ยังมิเคยเห็นหน้าคนนี้นัก ถึงขนาดออกปากอย่างมีอารมณ์ว่าเจอเมื่อไรจะลากคอมาถามให้รู้ดำรู้แดงว่าเห็นน้องสาวของเขาเป็นคนไม่มีหัวใจหรือไร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานได้รับแจ้งว่ามีที่นั่งว่างสำหรับหล่อนก่อนเครื่องบินขึ้นเพียงยี่สิบนาที เวลาหลังจากนั้นค่อนข้างฉุกละหุกเนื่องจากหญิงสาวต้องโทรศัพท์แจ้งทางบ้านให้ไปรับที่สนามบินเชียงใหม่แต่ดูเหมือนทางนั้นก็วุ่นวายไม่น้อย เกิดเรื่องกับป้าปิ่นเสียคนหัวใจของคนอื่นในบ้านก็พลันระส่ำระสายทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทั้งสิ้น ป้าปิ่นเหมือนหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ขณะที่พี่เปรมเป็นเสาหลักของคนในบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่เหลือน้อยนิดก่อนขึ้นเครื่องเมฆแย่งโทรศัพท์ไปจากมือหล่อน เขากดปุ่มบนหน้าจออยู่สองสามวินาทีก็ส่งคืนพร้อมกับบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;'ไปถึงนั่นโทรมานะ เบอร์อยู่ในเครื่อง’ หล่อนไม่ได้รับปาก...แต่ในใจมีคำตอบแน่ชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานจะไม่โทรหาเขา!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนั่นจะยิ่งเป็นการสานสายสัมพันธ์ โทรศัพท์ครั้งแรก...ต่อไปครั้งที่สองที่สามจะตามมา เหมือนกับที่เจอกันครั้งแรกแล้วมีครั้งที่สองที่สามตามนี่ไงล่ะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขากับหล่อนจะต้องเชื่อมสัมพันธ์กันแม้แต่น้อยเพราะที่รออยู่เบื้องหน้ามีแต่ปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่ใกล้ชิดกันไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มเห็นปัญหาลอยมารำไร...คำถามที่โพล่งจากปากเมฆก่อนจะขึ้นเครื่องทำเอาหัวใจของโปรดปรานเหมือนมีพายุโหมกระหน่ำ เขากุมมือหล่อนไว้แน่นเมื่อถามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแววจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ย้อนเวลาได้...เมฆจะดีกับโปรดให้มากกว่านี้ แล้วเราจะกลับมารักกันเหมือนเดิมหรือเปล่า’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นโปรดปรานไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่ยิ้มตอบไปนั้นเป็นอย่างไร...จะดีใจ เสียใจ ขื่นขม หรือว่าชมชื่น ทว่าคำตอบที่มีให้เขาคือการย้ำให้สำนึกถึงความเป็นจริง เพราะไม่มีทางที่จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต มันเกิดขึ้นและจบลงไปแล้วโดยสมบูรณ์...ที่หลงเหลือมายังปัจจุบันคือผลของมันเท่านั้น และเราก็ต้องอยู่กับผลแห่งการกระทำนั้นตราบจนวันตาย...ไม่ว่าจะด้วยความยินดีหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นที่โปรดปรานทุกข์ใจมาตลอดเก้าปีกับความโลเลในหัวใจตนเอง...มันทำร้ายทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโปรดปราน เมฆ หรือแม้กระทั่งอัคนี หล่อนได้คิดเมื่อเวลาผ่านมาหลายปีว่าอัคนีเองก็ถูกหล่อนทำร้ายเช่นกัน...เพราะโปรดปรานเลือกเขาทั้งที่หัวใจยังอยู่กับคนอื่น และนั่นเองคือสาเหตุที่เขาทอดทิ้งหล่อน โปรดปรานเสียใจและโกรธเคืองเขาอยู่หลายปี แต่เมื่อความคิดโตขึ้นหญิงสาวก็เข้าใจ...อัคนีรักหล่อนอย่างจริงใจ รักจนไม่อยากเห็นคนที่รักกลายเป็นผู้หญิงใจโลเลอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เมฆกำลังจะกลายเป็นคนโลเลอย่างที่หล่อนเคยเป็น และโปรดปรานก็ไม่อยากให้เขาเป็นอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่ล่ะ...เพราะหล่อนยังรักเขาอยู่อย่างไรเล่า!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่...โปรดปรานยังรักเมฆเสมอมา แต่เมื่อวันนั้นหล่อนเลือกที่จะเดินจากเขามา วันนี้จึงต้องพร้อมรับในสิ่งที่เลือกนั่นคือ...การยอมรับว่าตนเองไม่ใช่คนที่ยืนเคียงข้างเขาอีกต่อไป แม้วันนี้จะมีความรู้สึกดีๆ เกินขึ้นในหัวใจ สิ่งที่ทำได้ก็เพียงกักเก็บมันไว้หล่อเลี้ยงหัวใจตัวเอง...เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องบินลำนั้นทะยานขึ้นฟ้าไปแล้วพร้อมกับที่หัวใจส่วนหนึ่งของชายหนุ่มเหมือนถูกกระชากติดไปด้วย ถ้อยคำสุดท้ายที่โปรดปรานตอบคำถามของเขายังดังก้องในความคิด คำตอบที่ทำให้เขาจนกับเหตุและผลทั้งมวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนบอกให้เขาอยู่กับปัจจุบัน...เพราะปัจจุบันขณะเท่านั้นที่จับต้องได้และมีตัวตนอยู่จริง...หล่อนเป็นเพียงเงาจากวันวาน พ้นจากวันนี้ไปก็จะเหลือเพียงความทรงจำต่อกันเท่านั้น และถ้าเขาอยากจะทำอะไรให้หล่อน...ขอเพียงให้เขาจดจำวันเวลาดีๆ ที่เคยมีระหว่างกันก็พอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานคงไม่รู้ว่าแม้หล่อนจะเดินลับสายตาไปนานแล้ว แต่เขากลับยังยืนอยู่ที่เดิม...ที่ซึ่งเคยมีหล่อนยืนอยู่ ณ ปัจจุบันขณะที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากคำพูดของหญิงสาวเมฆคะเนความคิดหล่อนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขารู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนไม่มีทางโทรมาเมื่อไปถึงเชียงใหม่เรียบร้อยตามที่เขาขอไว้หรอก โปรดปรานคิดจะเดินออกไปจากชีวิตของเขาเงียบๆ เหมือนอย่างที่หล่อนเคยทำเก้าปีที่แล้ว แต่ไม่มีวันเสียล่ะ...เมฆไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำเป็นคำรบที่สอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์หน้าเมฆต้องขึ้นเชียงใหม่ไปดูโครงการที่เขาเป็นผู้รับผิดชอบ ถัดไปอีกอาทิตย์ก็ต้องไปแม่ฮ่องสอนเพราะเจ้านายของเขา...ทรงศร หรือพี่ศรที่เขาและคนอื่นเรียกจนติดปากโยนงานมาให้ เป็นงานออกแบบรีสอร์ตของน้องสาวเพื่อนพี่ศรที่เขาถูกกำชับมาว่าให้ทำสุดฝีมือทั้งงานออกแบบด้านสถาปัตย์และอินทีเรีย เมฆคงต้องไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เป็นว่าเล่นเพราะน้องสาวเพื่อนคนนั้นอยู่เชียงใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆจะถือโอกาสแวะไปหาโปรดปราน...ไปให้หล่อนรู้ว่าถ้าเขาคิดจะทำอะไรให้หล่อนสักอย่าง เขาก็อยากให้โปรดปรานได้มีวันเวลาดีๆ กับเขาบ้าง เพื่อที่หล่อนจะได้จดจำเขาไว้ด้วยความรู้สึกที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘อิง...เมฆขอโทษ แต่ขอเวลานี้เท่านั้น...ที่เมฆจะทำตามใจตัวเองสักครั้ง’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพร่ำขอโทษผู้หญิงอีกคนในใจ เมื่อเย็นตอนที่โทรศัพท์ถามเรื่องตั๋วเครื่องบินให้โปรดปรานเมฆถือโอกาสโทรหาอิงฤทัยตามที่รับปากหล่อนไว้ แต่ก็ไม่ได้คุยกันนานนัก อิงฤทัยเป็นฝ่ายตัดบทและวางสายไปก่อนซึ่งผิดไปจากที่เคยเป็นหากเมฆก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติเพราะคิดว่าหล่อนคงไม่สบายใจนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนตอนนี้โล่งเสียจนไม่น่าเชื่อว่าตอนเย็นรถจะติดจนแทบขยับไปไหนไม่ได้ คิดไปถึงตรงนี้เมฆก็เผลอยิ้ม เขาต้องขอบคุณฝนสินะ...ทั้งสองฝนนั่นล่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝนเพื่อนของเขาหรือฝนที่หล่นมาจากฟ้า เพราะฝนแรกทำให้เขาได้เจอโปรดปรานและฝนที่สองทำให้เขาตัดสินใจพาหล่อนไปที่ร้านกาแฟแห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงสิ...คนที่เขาต้องขอบคุณอีกคนคือผู้หญิงที่ชื่อบงกช...ถ้าไม่ได้เธอ เมฆก็คงไม่รู้หรอกว่าโปรดปรานพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้เวลาไม่นานเมฆก็พาตนเองกลับมาถึงบ้าน เขาไขกุญแจเข้าห้องแล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเหนื่อยล้าเต็มที ฉวยผ้าขนหนูได้ก็ตรงเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาด เมื่อสบายตัวแล้วก็เอนหลังลงนอนบนเตียง เมฆผ่อนลมหายใจออกจากปากสลัดความเหนื่อยล้าที่เจอมาทั้งวันทิ้งไป เตรียมตัวเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ยังมีงานมากมายรออยู่ แต่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังก่อน...เขายังหลับไมได้ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรอีกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆคว้าโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงรวมกับนาฬิกาข้อมือก่อนจะเข้าห้องน้ำ เบอร์ที่จำได้ขึ้นใจผุดขึ้นมาให้เห็นทีละตัว เขากดหมายเลขตามที่มองเห็นในความนึกคิด เสียงตื๊ดยาวๆ ดังอยู่สามสี่ครั้งกว่าปลายสายจะรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงแล้วใช่มั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆ” น้ำเสียงที่ดังผ่านหูโทรศัพท์บอกชัดว่านึกไม่ถึง “โทรมาได้ไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีเบอร์ก็โทรได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วมีเบอร์ได้ไง...ฝน” คนพูดพูดเหมือนนึกออก “ฝนล่ะสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่ เมฆมีอยู่แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไม...” คำถามนั้นขาดห้วนไปเสียเฉยๆ เหมือนคนถามจะนึกออกแล้วว่าเขามีเบอร์หล่อนได้อย่างไร “เมฆเก็บมันไว้...เศษกระดาษแผ่นนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แคชเชียร์นั่นไม่ได้สนใจมัน เมฆก็เลยเก็บมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่...” เสียงนั้นฟังดูทอดถอนระคนทดท้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆรู้ว่าโปรดคิดจะทำอะไร...แต่เมฆไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆ...” โปรดปรานคราง “ขอร้อง...ปล่อยโปรดไปเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่” เขาตอบหล่อนกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังที่สุดในชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาปล่อยโปรดปรานไปไม่ได้จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย...” ดูเหมือนเมฆจะไม่สนใจคำพูดของหล่อนแม้แต่น้อยเพราะเขาตัดบทด้วยการบอกลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นอนเถอะ” ถึงคำพูดจะห้วนสั้นทว่าวิธีการทอดน้ำเสียงทำให้ถ้อยคำสั้นๆ ฟังดูอ่อนโยน คนฟังหลับตา...ถ้าเป็นเมื่อเก้าปีก่อนหล่อนคงดีใจที่เขาพูดดีกับหล่อน ความจริงตลอดค่ำที่ผ่านมานี้เมฆพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างนี้เช่นกัน แต่โปรดปรานกำลังเครียดจึงไม่ได้ใส่ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบประโยคนั้นเมฆก็วางสาย ส่วนโปรดปรานน่ะหรือ...นอนตาแข็งไม่หลับไปทั้งคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่คุณปิ่นมณีเข้าโรงพยาบาลหลานทั้งสองคนก็ผลัดกันไปเฝ้าไข้คนละวัน วันนี้เป็นคิวของเปรมปรีดิ์ เขาตื่นตั้งแต่เช้าลงมาสั่งให้แม่บ้านทำข้าวต้มกุ้งเตรียมไว้เพื่อจะได้เอาไปฝากผู้เป็นป้า พอจะกลับขึ้นชั้นบนซึ่งต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่นหางตาก็เหลือบไปเห็นว่ามีใครคนหนึ่งหลับอยู่บนเก้าอี้นอน เขาชะงักฝีเท้าหันมาดูให้แน่ใจว่าตาไม่ฝาดเพราะจำได้ว่าตอนเดินลงมาไม่เห็นใครอยู่ที่นั่นหากก็ไม่มั่นใจนัก...เมื่อครู่เขาอาจจะไม่ได้สังเกตก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายตาของชายหนุ่มไม่ได้ฝาด...บนเก้าอี้ยาวมีร่างของใครคนหนึ่งกำลังนอนขดจนตัวกลมไม่ต่างจากแมวอยู่จริงๆ เปรมปรีดิ์ก้าวเข้าไปในห้องพลางส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าคนที่นอนหลับสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนซึ่งเป็นผ้าเนื้อบางเท่านั้นทั้งที่อากาศยามต้นฤดูหนาวอย่างนี้เย็นเยือกไม่น้อย เสื้อคลุมนั่นก็ไม่ได้หนากว่าชุดนอนสักเท่าไรคงเพิ่มความอบอุ่นได้ไม่มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มิน่า...ยายโปรดถึงต้องนอนซุกอย่างกับแมวซุกหาไออุ่นอย่างนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเปรมปรีดิ์ไม่สงสัยอีกแล้วว่าน้องสาวหลับอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อไร เพราะท่านอนขดจนตัวกลมกอดอกแน่นปากยังสั่นริกมันฟ้อง...โปรดปรานนอนอยู่ตรงนี้นานพอที่จะทำให้หล่อนหนาวสั่นเชียวล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรด...โปรด” คนเรียกเขย่าแขนคนที่หลับอยู่เบาๆ โปรดปรานปรือตามองงัวเงีย ท่าทางเจ้าตัวคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านอนอยู่ที่ไหนเพราะเมื่อได้ยินคำถามต่อไป “มานอนทำไมตรงนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวถึงกับเหลียวมองรอบตัว...งงๆ ครู่หนึ่งกว่าคนที่เพิ่งตื่นจะระลึกได้ว่านอนอยู่ที่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดเผลอหลับไปเหรอ...” พูดพลางขยี้ตา “กี่โมงแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสงยามเช้าตรู่ยังหม่นมัวอีกทั้งม่านในห้องนั่งเล่นก็ปิดสนิทยิ่งทำให้ทั่วทั้งห้องดูสลัวรางจนคนเพิ่งตื่นสับสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เช้าแล้ว...พี่ลงมาสั่งป้ารักทำข้าวต้มกุ้ง จะกลับขึ้นห้องก็มาเจอเรานอนหลับอยู่ตรงนี้เนี่ยแหละ นอนหลับมาตั้งกะเมื่อคืนสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อือ...” คนเป็นน้องพยักหน้ารับ เจ้าตัวเหยียดแขนขาบิดขี้เกียจก่อนผุดขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า...ดูท่าแล้วคงยังงัวเงียไม่หาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมไม่ขึ้นไปนอนบนห้อง” คนถามจ้องตาคนเป็นน้องอย่างค้นหา เปรมปรีดิ์สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างแต่ก็มิได้ปริปากถามนอกเสียจากจะเฝ้ามองอย่างเงียบเชียบด้วยความเป็นห่วง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับแต่โปรดปรานกลับมาจากกรุงเทพฯ ดูหล่อนว้าวุ่นอย่างไรชอบกล ตอนแรกเขาคิดว่าน้องสาวกังวลใจที่ผู้เป็นป้าประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่มาวันนี้เขาค่อนข้างแน่ใจว่ามีเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องป้าปิ่นรบกวนจิตใจโปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสาคนเป็นพี่ชาย...และความที่เหลือกันเพียงสองคนพี่น้อง เปรมปรีดิ์นึกอยากโพล่งถามออกไปตรงๆ แต่ก็รู้นิสัยคนเป็นน้องดี เขาจึงทำได้แต่รอ...รอให้โปรดปรานเป็นฝ่ายเอ่ยปากเล่าออกมาเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ว่าจะขึ้นเหมือนกัน” คนเป็นพี่ฟังคำตอบแล้วก็ส่ายหน้า ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายลูบแขนตัวเองแรงๆ แล้วกอดอกแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หนาวสิเรา...ขนาดพี่นอนบนเตียงห่มผ้านวมยังหนาวจนต้องลุกไปปิดหน้าต่าง เรานอนไม่ห่มอะไร ชุดนอนก็บาง ไม่เป็นไข้ก็บุญล่ะยายโปรด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อคืนโปรดก็ว่าทำไมมันทรม๊าน...ทรมาน อย่างกับนอนอยู่ในตู้ฟรีซแน่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไป...รีบไปหาเสื้ออุ่นๆ มาสวมเถอะ พี่จะขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวไปโรงพยาบาลละ” เปรมปรีดิ์ดันไหล่น้องสาวให้เดินนำแล้วจึงรุนหลังพาขึ้นชั้นบน ขณะเดินขึ้นบันไดเขาเท้าความถึงคำพูดของแพทย์ที่คนเป็นน้องนำมาบอกับเขาเมื่อวาน “โปรดบอกว่าหมอจะดูอาการของป้าปิ่นวันนี้ใช่มั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองพี่น้องเดินมาถึงหน้าห้องนอนของคนเป็นน้องพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงป้าปิ่นก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดให้เด็กมาทำความสะอาดห้องป้าปิ่นเตรียมไว้แล้วกัน” เขาบอกก่อนจะหันไปกำชับอีกครั้งว่า “อย่าลืมลงไปกินข้าวต้มนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่า...” โปรดปรานรับคำเสียงยานคางเมื่อได้ยินพี่ชายสั่งเสียราวกับหล่อนยังเป็นเด็กเล็กๆ คนที่กำลังจะเดินไปหันมามองครั้นเห็นแววตาเคลือบรอยซุกซนของอีกฝ่ายจึงเอื้อมไปขยี้ศีรษะด้วยความรู้สึกทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นเขี้ยวจนผมเส้นเล็กๆ กระจัดกระจายยุ่งเหยิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมพี่ชายอย่างเขาจะไม่รู้...คนเป็นน้องรับคำไปอย่างนั้นเอง ส่วนจะกินไม่กิน...มันอีกเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายแล้วเมื่อโปรดปรานลงมาจากห้องส่วนตัวของหล่อน บนโต๊ะกระจกขนาดสี่ที่นั่งตรงเทอเรซหน้าบ้านใต้ซุ้มพวงแสดที่ออกดอกสะพรั่งเป็นสีแสดสดใสดังชื่อมีชามกระเบื้องสีเหลืองมะนาววางคว่ำอยู่บนผ้ารองจานสีขาวพร้อมด้วยช้อนและแก้วน้ำที่วางคว่ำไว้เช่นเดียวกับชาม กลางโต๊ะมีพริกน้ำส้มใส่โถกระเบื้องเล็กๆ สีเดียวกันกับชาม ชุดกระเบื้องเซรามิกชุดนี้โปรดปรานซื้อมาเมื่อครั้งไปเที่ยวงานเซรามิกแฟร์ที่ลำปางเมื่อปีก่อนเพราะติดใจในสีสันฉูดฉาดบาดใจนี่ล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป้ารักคงเตรียมไว้รอหล่อนลงมากินข้าวเช้า โปรดปรานชะเง้อมองหาหญิงสูงวัยที่เป็นทั้งแม่บ้านดูแลทุกอย่างในบ้านและเป็นทั้งแม่ครัวที่มีรสมือเยี่ยมยิ่งกว่าเชฟในโรงแรมห้าดาวบางคน เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลังหญิงสาวจึงหันไป และก็อย่างที่คิด...ป้ารักนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลงมาแล้วเหรอคะ คุณโปรดจะรับข้าวเช้าเลยมั้ย ป้าจะไปอุ่นให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จ๊ะ” โปรดปรานทรุดนั่งบนเก้าอี้ขณะที่ป้ารักหายกลับเข้าไปในบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านหลังนี้สร้างบนเนินจึงแลเห็นทิวทัศน์ในมุมกว้าง กระนั้นเพื่อบังสายตาคนภายนอกจึงมีการปลูกต้นไม้รายรอบเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่เนื่องจากบ้านหลังนี้สร้างบนที่ดินผืนเดียวกับรีสอร์ต แม้จะมีรั้วเตี้ยๆ กั้นไว้เป็นสัดส่วนหากหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวหลงเดินเข้ามาเพราะเพลินตากับธรรมชาติและสวนสวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ถึงสิบนาทีป้ารักก็ออกมาพร้อมข้าวต้มหอมฉุยในโถเคลือบสีขาวสะอาด นางวางโถบนโต๊ะแล้วจึงเอื้อมไปหยิบชามสีเหลืองมะนาวที่คว่ำไว้ให้หงายขึ้นอีกมือก็จับทัพพีตักข้ามต้มร้อนหอมกรุ่นให้คนที่นั่งรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอแล้วค่ะป้า” หล่อนยกมือห้ามอีกแรงเมื่อเห็นว่าป้ารักจ้วงทัพพีเป็นครั้งที่สาม ผู้สูงวัยชะงักเหลือบมองหน้าหญิงสาวที่เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิ่มเหรอคะนิดเดียวเอง ข้าวต้มอยู่ท้องที่ไหนเติมอีกหน่อยเถอะ...นะคะคุณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ไหวล่ะ เช้านี้มีประชุมขืนกินอิ่มเกินจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง...โปรดยังไม่ค่อยหิวด้วยค่ะป้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตามใจเถอะค่ะ ป้าก็แค่เป็นห่วงเห็นพักนี้คุณดูซูบไป จะรับอะไรเพิ่มอีกมั้ยล่ะคะป้าจะได้ไปทำให้...กาแฟ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวไปดื่มกาแฟที่ออฟฟิศดีกว่า อ่อ...” หญิงสาวอุทานอย่างนึกขึ้นได้ “วันนี้ป้าช่วยดูแลให้เด็กมาทำความสะอาดห้องคุณป้าด้วยนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณปิ่นจะออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงและท่าทางคนพูดแสดงออกว่าดีใจอย่างไม่ปิดบัง คุณปิ่นมณีเปรียบเสมือนโพธิ์ต้นใหญ่ที่นำความร่มเย็นมาสู่ผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา เมื่อเธอเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลคนใกล้ชิดจึงพลอยกังวลไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ หมอว่างั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีจริงๆ เลย คุณปิ่นกลับมา บ้านจะได้ไม่เงียบเหงา คุณโปรดไม่ต้องเป็นห่วงค่ะป้าจะคุมเด็กให้ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมเลย เอาให้เอี่ยมเชียว แล้วเดี๋ยวจะให้เด็กไปบอกคนสวนที่รีสอร์ตให้ตัดดอกกุหลาบในสวนมาให้สักช่อ...รับขวัญคุณปิ่นกลับบ้าน เห็นว่ากุหลาบกำลังออกดอกงามทีเดียว ป้าไปก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดจบนางก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยท่าทางกุลีกุจอ คงรีบไปจัดการเรื่องที่พูดคุยกันไว้นั่นเอง โปรดปรานมองตามด้วยรอยยิ้ม ข่าวป้าปิ่นออกจากโรงพยาบาลคงทำให้ใครหลายคนยิ้มออก หล่อนเอง...คงยิ้มได้เต็มปากกว่านี้หากไม่มีเรื่องอื่นให้ครุ่นคิดปวดหัว หญิงสาวถอนใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หล่อนสั่นหน้าเล็กน้อยก่อนจะตักข้าวต้มในชามสีเหลืองมะนาวเข้าปากทั้งที่ยังไม่ได้ปรุงรสใดๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...จะปรุงหรือไม่ปรุง...ต่อมรับรู้รสชาติของหล่อนก็คงไม่ทำงานดีขึ้นหรอกในเมื่อเวลานี้โปรดปรานไม่นึกอยากกินอะไรด้วยซ้ำ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าวต้มหมดถ้วยพอดีเมื่อพนักงานรีเซฟชั่นจากรีสอร์ตเดินขึ้นบันไดศิลาแลงที่ปูเป็นทางลัดเลาะมาตามสวน โปรดปรานคว้าแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างเร่งรีบพลางร้องถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงเวลาประชุมแล้วเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่ได้ประชุมหรอกค่ะคุณโปรด” คนฟังขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบและยิ่งสงสัยหนักเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของคนพูด “แต่ดิฉันมาตามเพราะมีแขกมาขอพบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มีคนมาหาหล่อน...ปกติเพื่อนฝูงที่มาหามักโทรมาถามก่อนว่าหล่อนอยู่ที่ไหน...บ้านหรือรีสอร์ต แต่เช้านี้หญิงสาวยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนใด แล้วคนที่มาคือ...ใคร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใคร?” หล่อนโพล่งออกไปอย่างใจคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เค้าบอกว่าเป็นเพื่อนของคุณค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานไม่ได้รับความกระจ่างจากคำตอบนั้นสักเท่าไร เพราะหญิงสาวนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเพื่อนคนไหน ดูเหมือนพนักงานผู้นั้นจะอ่านออกจึงบอกต่อว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นผู้ชายค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ชายเหรอ...” หญิงสาวทวนคราวนี้ยิ่งงงหนัก...หล่อนมีเพื่อนผู้ชายน้อยยิ่งกว่าน้อย แล้วเพื่อนผู้ชายจำนวนน้อยที่ว่าส่วนใหญ่อยู่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น อะไรบางอย่างผุดวาบกลางความคิดหัวใจหญิงสาวกระตุกแรงราวถูกกระชาก พร่ำบอกตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ไม่ใช่ ไม่น่าใช่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right; font-style: italic;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8328005359548110702?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8328005359548110702/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_3813.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8328005359548110702'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8328005359548110702'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_3813.html' title='สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๘'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8688404278364265771</id><published>2009-09-09T16:52:00.001+07:00</published><updated>2009-09-09T16:53:59.815+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๗</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๗&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จู่ๆ ฝนต้นฤดูหนาวก็ตกมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว รถราบนท้องถนนที่มุ่งหน้ากลับบ้านในช่วงเย็นจึงต้องแล่นช้าลงทำให้การจราจร เหมือนจะเป็นอัมพาต ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่กับที่มีเพียงสายฝนที่พร่างพรมลงมาจากฟ้าเท่านั้นที่ดู ราวกับกำลังเต้นระบำอย่างเริงร่า คนที่นั่งตรงที่นั่งข้างคนขับมองฝ่าน้ำฝนที่ไหลเป็นสายบนกระจกหน้าต่างด้วย ความไม่สบายใจ ฝนเย็นชุ่มฉ่ำด้านนอกไม่อาจทำให้หัวใจของหล่อนคลายความร้อนรุ่มลงแม้แต่น้อย โปรดปรานไม่อยากขึ้นรถมากับเมฆแต่ต้านแรงจากมือแข็งแกร่งที่กึ่งลากกึ่งจูง มามิได้ ทั้งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาหล่อนไปยังแห่งหนใด...บ้านเขาอย่างที่พูดตอน แรก หรือว่าที่อื่น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่ขึ้นรถมาเมฆก็ไม่เอ่ยอะไรอีก เขานั่งเงียบหลังพวงมาลัยพุ่งสมาธิไปที่การขับรถอย่างเต็มที่ทั้งที่รถไม่ อาจขยับไปไหนได้แม้แต่เซ็นต์เดียว โปรดปรานเชื่อว่าเขากำลังต่อสู้กับความคิดของตนเองอยู่ภายใน...โทรศัพท์ เมื่อครู่น่าจะทำให้เขา ‘คิด’ ได้ว่าไม่ควรทำในสิ่งที่กำลังจะทำ จะมีประโยชน์อะไรที่เขาจะรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาทั้งที่ตนเองก็มีคนซึ่งวางอนาคตไว้ร่วมกันอยู่แล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หล่อนเป็นเพียงคนจากอดีตเท่านั้น ทุกอย่างจบไปแล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หากเมฆล่วงรู้ความคิดของโปรดปรานก็คงบอกว่าที่หล่อนคิดนั้นถูกต้องแล้ว โทรศัพท์เมื่อครู่ฉุดรั้งสำนึกบางส่วนกลับมา และทำให้ต้องตั้งคำถามกับตัวเองหนักขึ้น ท่าทางราวกับมุ่งความสนใจไปกับสภาพจราจรบนท้องถนนนั้นแท้จริงสมองกำลังทำงาน สาหัส ชายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากห้างสรรพสินค้าจนกระทั่ง ถึงตอนนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;...สิ่งที่ทำอยู่นี้ถูกแล้วหรือ...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;...ทำไมไม่ปล่อยให้อดีตผ่านเลยไปและอยู่กับ ‘อนาคต’ อย่างที่เคยอยู่มาตลอดหลายปี...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;คำถามแรก...เขารู้เต็มอกว่ากำลังทำสิ่งที่ผิด...ผิดต่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่า เป็นแฟน เป็นคนที่กำลังคบหาและมีทีท่าว่าจะลงเอยกัน โทรศัพท์เมื่อครู่ยิ่งย้ำความรู้สึกผิดให้หนักหนาขึ้นจนทำให้ใจที่คิดจะวิ่ง ทวนกระแสเริ่มรวน แต่เมฆก็ห้ามตนเองไม่ได้ เขาตัดความคิดที่มีต่อผู้หญิงอีกคนไม่ได้ ผู้หญิงที่เขาใช้เวลาเก้าปีเพื่อลบหล่อนไปจากความทรงจำ ผู้หญิงที่เขาหมายจะวางอนาคตร่วมกันแต่หล่อนกลับทิ้งเขาไปหาเพื่อนสนิทของ เขาเอง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;และจากคำถามที่ประดังเมฆจึงได้รู้...เก้าปีที่ผ่านมานั้นไร้ค่าเพราะอดีตมันยังอยู่กับเขาเสมอ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มันหลับอยู่ก้นบึ้งและตื่นเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;สิ่งเดียวที่เมฆยังไม่แน่ใจนักคือ...ความรักที่เขาเคยมีให้หล่อนยังคงเดิม อยู่หรือไม่...เพราะเมื่อพูดถึงความรัก ดวงหน้าของอิงฤทัยมักแวบเข้ามาในความรู้สึก&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ในตัวของชายหนุ่มเหมือนมีคนสองคนเถียงกัน...คนหนึ่งเป็นตัวแทนจากอดีต อีกคนเป็นตัวแทนจากปัจจุบัน ที่สุดแล้วอดีตที่นอนหลับใหลมาเป็นเวลานานกลับชนะ และเมื่อได้รับคำตอบ เมฆก็ดึงตัวเองกลับมาจากความคิด เขามองรถที่ติดเป็นแพยาวตั้งแต่ไฟแดงตรงสี่แยกมาจนถึงคันของเขาและเลยไปด้าน หลังอีกไกลแล้วก็คิดว่าคงต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากบ้านตนเองเป็นที่อื่น ชายหนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบที่มีเสียงฝนเป็นดนตรีประกอบด้วยสุ้มเสียงเรียบ ทุ้ม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ฝนตกทีไรรถติดทุกที จะถึงบ้านกี่โมงไม่รู้” โปรดปรานผินหน้าจากกระจกมามองคนพูดแวบหนึ่ง...ตกลงเขายังคิดจะพาหล่อนไปที่ บ้านอยู่หรือ... “หาร้านใกล้ๆ ดีกว่า...โปรดว่ายังไง”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“แล้วแต่เมฆละกัน” หญิงสาวตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ในใจลิงโลดที่ไม่ต้องไปบ้านเขา แต่แล้วก็ใจหายวาบเมื่อเขาตอบกลับมา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ดี เมฆรู้จักร้านกาแฟใต้คอนโดในซอยหน้านี้แหละ Sweet Sense...เคยได้ยินมั้ย?” เขาถามโดยไม่หันมาจึงไม่เห็นแววตระหนกในดวงตาอีกฝ่าย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ไม่ใช่แค่เคยได้ยิน โปรดปรานรู้จักร้านนั้นดีทีเดียวเพราะมันตั้งอยู่ใต้คอนโดที่หล่อนอยู่ แถมเจ้าของร้านและพนักงานในร้านต่างก็รู้จักและจำหล่อนได้เพราะตั้งแต่มาจาก เชียงใหม่ หญิงสาวก็อาศัยกาแฟและขนมปังจากร้านนี้ทุกเช้า เมื่อหล่อนไม่ตอบเสียงเรียบทุ้มก็เอ่ยต่อ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“กาแฟอร่อย เบเกอรี่ใช้ได้ ร้านก็เงียบๆ เหมาะนั่งคุย ที่สำคัญรถติดอย่างนี้ไปไหนลำบาก”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ใช่...ใกล้ ใกล้มาก แค่รถคันหน้าขยับรถของเมฆก็เลี้ยวเข้าซอยที่เห็นซ้ายมือนี้ได้ คอนโดมิเนียมซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านดังกล่าว...และที่พักของหล่อนอยู่ต้นซอย นี่เอง ไม่รู้ว่าหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า...อุตส่าห์ดีใจว่าไม่ต้องไปบ้านเขา แต่ทำไมหนอ...จึงกลายเป็นว่าเขาเข้าใกล้หล่อนเข้าไปทุกที&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขบวนรถด้านหน้าเริ่มขยับ แต่ไปได้เพียงไม่กี่เมตรก็หยุด เมฆเคลื่อนรถตามพร้อมทั้งเปิดไฟเลี้ยวรอ และพอรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งอีกก็เปิดช่องให้เมฆสามารถเลี้ยวเข้า ซอยได้ดังใจ แม้ในซอยจะมีรถติดไม่แพ้ถนนใหญ่แต่จุดหมายก็อยู่ใกล้...ใกล้เกินไปจนโปรด ปรานเริ่มกังวล...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หญิงสาวกังวลสารพัดล่ะตอนนี้ กลัวเขาจะรู้ว่าตนอยู่ที่นี่ก็กลัว กลัวที่เขาเคยมาร้านใต้คอนโดแห่งนั้นก็กลัว เขาอยู่ไม่ห่างจากหล่อนเลยจริงๆ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“มาที่นี่บ่อยเหรอ?” โปรดปรานหลอกถามเพราะอยากรู้...จะได้ระวัง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“สองสามครั้ง ลูกค้านัดคุยงาน เขาซื้อห้องที่คอนโดนั้นแต่หาอินทีเรียถูกใจไม่ได้” คนฟังแอบถอนหายใจโล่งอก...แสดงว่าที่เขามาก็เพราะจำเป็นต้องมาไม่ใช่เพราะ อยากมาเอง ประโยคต่อมาของเขาเหมือนรู้ใจหล่อนเสียจริง “ไม่ได้มานานแล้ว”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โปรดปรานคว้า ‘ช่อง’ ที่เขายื่นมาโดยไม่รู้ตัวไว้หมับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“อาจจะปิดไปแล้วมั้ง”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ยัง วันก่อนขับผ่านยังเห็นเปิดอยู่เลย” คนที่เคยใจเย็นเป็นน้ำอย่างโปรดปรานนึกอยากกรี๊ดให้คลายหงุดหงิด...หล่อนไม่ มีทางเลือกแล้วใช่ไหม?&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ในที่สุดรถของเมฆก็ฝ่าจราจรจนมาถึงคอนโดมิเนียมสำเร็จ ชายหนุ่มวนหาที่จอดรถอยู่สองรอบกว่าจะเจอที่ว่างตรงลานด้านหน้า ฝนเริ่มซาเม็ดเหลือเพียงตกปรอยๆ ซึ่งนับว่าเป็นโชคของทั้งคู่ที่ไม่ต้องเปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำ ไม่สนุกแน่ถ้าตัวเปียกโชกแล้วนั่งในห้องแอร์เย็นเฉียบ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ดับเครื่องแล้วเมฆก็เหลียวไปที่เบาะหลังหาร่มไว้กันฝน ชายหนุ่มจำได้ว่าอิงฤทัยเคยทิ้งร่มไว้คันหนึ่ง ปกติเขาจะเสียบมันไว้ในกระเป๋าด้านหลังเบาะที่ตนนั่งเผื่อจะได้หยิบฉวยได้ ง่าย แต่เมื่อครู่ลองควานหาแล้วกลับไม่เจอ เสียงเปิดประตูรถอีกฝั่งทำให้เขาชะงัก...หันไปมอง โปรดปรานเปิดประตูก้าวลงจากรถไปแล้ว หล่อนทำมือทำไม้เหมือนบอกอะไรสักอย่างที่เมฆพอจะเดาได้ว่า...หล่อนจะวิ่ง ไป...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“โปรด...เดี๋ยว...” เขาเรียกหล่อนแต่ไม่ทัน โปรดปรานวิ่งฝ่าสายฝนเม็ดบางๆ ไปแล้ว เมฆเลิกหาร่มและตามหญิงสาวไปแทบจะในนาทีถัดมา    เขาตามหล่อนทันตอนไปถึงปากประตูทางเข้าคอนโดมิเนียมพอดี “ทำไมไม่รอ เมฆกำลังหาร่มให้ ฝนตกปรอยๆ อย่างนี้ทำให้ป่วยได้ง่ายๆ นะรู้เปล่า”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โปรดปรานไม่แน่ใจว่าหล่อนหูฝาดไปหรือเปล่า...จึงรู้สึกเหมือนน้ำเสียงเขาเจือความรู้สึกอื่น มิใช่แค่ความนิ่งเรียบเย็นชาเช่นเคย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“นิดเดียว โปรดไม่เป็นอะไรหรอก” หล่อนตอบเรียบๆ แต่ในใจมีอีกคำตอบที่ไม่กล้าเอ่ยออกมาให้เขาได้ยิน...ตากฝนเป็นไข้ก็ยังดี กว่าอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันให้ไออุ่นจากตัวเขากระทบเนื้อตัวหล่อน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;...อันตราย...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขนาดตอนนี้ที่ต้องเดินเคียงมากับเขาหล่อนยังรู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัว เองเอาเสียเลย โปรดปรานพยายามเดินห่างเมฆให้มากที่สุดแต่ถึงอย่างไรก็ยังดูออกว่าทั้งคู่มา ด้วยกันอยู่ดี ร้านกาแฟ Sweet Sense อยู่ด้านหน้าคอนโดมิเนียม ขับรถผ่านก็มองเห็นอย่างที่เมฆบอกแต่ทางเข้าร้านต้องผ่านโถงล็อบบี้ของ คอนโดมิเนียมเข้ามาก่อนเนื่องจากทางเข้าร้านอยู่ด้านใน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;พนักงานตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ซึ่งจำโปรดปรานได้เงยหน้ามาเห็นเข้าจึง ยิ้มให้ หล่อนยิ้มตอบไปอย่างจืดเจื่อนแอบชำเลืองมองคนที่เดินเคียงข้างแล้วก็โล่งอก ...เขาไม่เห็น ถึงกระนั้นภูเขาทั้งลูกยังทับหล่อนไว้ดุจเดิม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเมื่อเดินมาถึงหน้าร้านกาแฟ...หลับตาแน่นขณะภาวนา ขออย่าให้คนในร้านทักหล่อนเลย...โปรดปรานมองปราดไปที่เคาน์เตอร์ด้านในเป็น ที่แรก...ลิงโลดเหลือเกินเมื่อรู้ว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ ก็ถ้าพี่บัว – เจ้าของร้านอยู่ล่ะก็ ต้องปรี่มาทักทายแล้วล่ะ พี่บัวกับโปรดปรานถูกอัธยาศัยกันตั้งแต่เจอวันแรก และเพราะถูกคอกันจึงทำให้โปรดปรานแวะเวียนมาดื่มกาแฟแกล้มขนมปังอร่อยๆ ที่นี่ทุกเช้า&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;พนักงานในร้านเดินเข้ามาหาครั้นเห็นว่าเป็นโปรดปรานก็ยิ้มให้จังหวะเดียวกับ ที่เมฆหันมาเห็นพอดีแต่เขาไม่สงสัยกลับเดินตรงไปยังโต๊ะที่ตั้งอยู่หลังเสา ขวามือคือกระจกใสที่มองออกไปเห็นสวนหย่อมและลานจอดรถด้านหน้า เลยออกไปก็คือถนนนั่นเอง รถยังติดเป็นแพเช่นเดิมแม้ฝนจะซาไปมากแล้ว เมฆดีใจว่าตนคิดถูกที่แวะที่นี่...บางทีกาแฟร้อนควันหอมกรุ่นอาจจะทำให้ บรรยากาศระหว่างเขากับโปรดปรานผ่อนคลายลง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;...ทำไมเขาจะไม่รู้สึกถึงแรงกดทับหนักหน่วงทว่าไม่อาจจับต้องมองเห็นนี้เล่า...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เขามองร่างโปร่งบางที่หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม บางสิ่งบางอย่างในหัวใจไม่ปกติ หล่อนเหมือนเดิม...เหมือนเดิมทุกอย่างจริงๆ ถ้าจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมล่ะก็...คงจะเป็นแววตาคู่นั้นนั่น ล่ะ...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ทำให้รู้สึกเหมือนมีกำแพง!&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;พนักงานหยิบเมนูมาสองเล่มยื่นให้โปรดปรานและเมฆคนละเล่ม แต่โปรดปรานกลับยกมือเป็นเชิงปฏิเสธ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“สั่งอะไรหน่อยสิ” เมฆบอกกับคนที่นั่งตรงข้ามเมื่อเห็นหล่อนไม่รับเมนู&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“คาปูชิโนร้อน” หล่อนบอกกับพนักงาน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“วันนี้มีเค้กมอคค่าอัลมอนด์ฟัดจ์นะคะ” พนักงานสาวบอกหล่อนเพราะจำได้ว่าเป็นของโปรด หากอารมณ์นี้โปรดปรานไม่จิตไม่มีใจจะกินอะไรแม้แต่น้อย ครั้นจะปฏิเสธก็กลัวว่าแม่สาวเสิร์ฟจะพูดอะไรออกมาให้คนตรงหน้าหล่อนเอะใจ หญิงสาวจึงพยักหน้า เจ้าหล่อนยิ้มรับพลางย้ำ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ที่หนึ่งนะคะ แล้วคุณผู้ชายล่ะคะ”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมฆสั่งดับเบิ้ลเอสเพรสโซ่แก้วเดียวปฏิเสธขนมที่พนักงานสาวแนะนำให้ เมื่อเขาหันกลับมายังคนที่นั่งตรงข้าม โปรดปรานกำลังนั่งเหม่อ...มองสวนหย่อมที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนจนต้นไม้ดูชุ่ม ชื้นเขียวสด ชายหนุ่มฉวยโอกาสเพ่งพินิจเสี้ยวหน้าด้านข้างของหล่อนอย่างเงียบๆ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;รูปหน้าของหญิงสาวประกอบไปด้วยเส้นตรงเส้นโค้งที่เข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะโหนกแก้มโค้งงามและสันจมูกตรงสวย ขนาดแพขนตาที่ขยับยามหล่อนกะพริบตายังงอนงาม...ขับดวงตาหล่อนให้เด่น เมฆไล่สายตาไปยังริมฝีปากรูปสวย อดถามตัวเองไม่ได้ว่ายังจำรสชาติของริมฝีปากคู่นี้ได้หรือไม่...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จะหอม หวาน นุ่มนวลเหมือนกุหลาบชมพูที่เพิ่งแย้มกลีบในแจกันบนโต๊ะนี้หรือเปล่า&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ความคิดดังกล่าวทำให้หัวใจเมฆกระตุก ดวงหน้าของหญิงสาวอีกคนหนึ่งแวบขึ้นมา นั่นล่ะเขาจึงถอนสายตา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โปรดปรานลอบระบายลมหายใจเมื่อเห็นฝ่ายนั้นหันไปทางอื่น หญิงสาวรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน...หล่อนรู้ตัวว่าจ้องมองแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ อยากจะหันไปมองจ้องหน้าเขาตรงๆ ให้รู้ว่าหล่อนไม่ใช่สิ่งของหรือรูปภาพให้เขามาจ้องมองอย่างชื่นชมดูดดื่ม หรือถึงใช่...ก็ไม่ใช่สำหรับเขา!&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;พนักงานคนเดิมกลับมาพร้อมกาแฟสองถ้วยและจานใส่เค้กท่าทางน่ากิน หล่อนเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมพลางลอบสังเกตสีหน้าของคนที่นั่งโต๊ะเดียวกัน ด้วยความพิศวง...เออ คู่นี้นั่งด้วยกันแต่เหมือนอยู่คนละโลกแฮะ...วันนี้คุณโปรดก็แปลกเหลือเกิน นั่งเหม่อ ไม่พูดไม่จา เหมือนไม่อยากให้ทักงั้นแหละ...เสร็จหน้าที่เด็กสาวก็ก้าวถอยออกมาเงียบๆ ปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่ในโลกของตนต่อไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมื่ออยู่เพียงลำพังอีกครั้งเมฆเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“น้ำตาลกี่ช้อน” เขาเปิดฝาโถน้ำตาล ใช้ช้อนเล็กๆ ตักน้ำตาลเม็ดสีขาวไว้รอท่า ทว่าโปรดปรานกลับบ่ายเบี่ยง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“โปรดปรุงเอง” แต่เมฆไม่ฟังเสียง เขาตักน้ำตาลใส่ในถ้วยกาแฟที่มีฟองนมลอยฟ่องจำนวนสองช้อน...คิดว่าตนเองจำ ไม่ผิด...โปรดปรานไม่ใช่คนที่ชอบกินหวาน แต่สำหรับกาแฟหล่อนมักเติมน้ำตาลสองช้อนเสมอและชอบกาแฟใส่นมมากกว่าครีม เทียม คิดแล้วชายหนุ่มก็ออกทึ่งตนเองที่ยังจดจำรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับ ผู้หญิงตรงหน้าได้แม่นยำ...ทั้งที่คิดว่าลืมไปหมดแล้วแท้ๆ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวสูดลมหายใจยาวๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น มาถึงตอนนี้แล้วโปรดปรานก็ดับเครื่องชนล่ะ ยิ่งพูดกันรู้เรื่องเร็วก็ยิ่งดี จะได้จบๆ เสียที “เมฆจะคุยเรื่องอะไร”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“เรื่องของโปรด แล้วก็...เรื่องของเรา” เมื่อหล่อนเป็นฝ่ายเริ่ม เมฆก็พร้อมที่จะรุกต่อ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ผ่านมาตั้งเก้าปีเมฆจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาเพื่ออะไรในเมื่อตอนนี้ชีวิตก็มีพร้อมทุกอย่าง” คนพูดพยายามเก็บความขื่นในน้ำเสียงไว้มิดชิด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หากเปรียบเทียบชีวิตของเขากับหล่อน ชีวิตเขาดูจะสมบูรณ์กว่าหล่อนนัก...เขามีงาน มีคนรัก วันเวลาของเขาเกิดขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายที่แน่นอนในอนาคต ขณะที่ชีวิตของหล่อน...แค่ได้ใช้วันเวลาให้หมดไปกับงานที่ทำหญิงสาวก็พอใจ แล้ว เรื่องความรักไม่เคยย่างกรายเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสมอง หรือ...หัวใจ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โปรดปรานจึงอยู่เป็นโสดมาจนบัดนี้...เพราะหล่อนไม่กล้ารักใคร...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ใช่! ชีวิตเมฆตอนนี้อาจจะสมบูรณ์” หัวใจคนฟังปวดแปลบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าคนพูดกลับไม่รู้ตัว...เมฆเอ่ยต่อ “แต่มันจะสมบูรณ์ที่สุดถ้าสิ่งที่อยู่ในใจมานานมันเคลียร์ซะที”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;คนฟังหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนถามช้า...ชัด “เมฆคาใจเรื่องอะไร?”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;บนโต๊ะเกิดความเงียบอีกครั้งแต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ทำไมถึงเป็นอั๋น” คำถามแรกเป็นคำถามที่อยู่ในใจมาเนิ่นนาน เขาจ้องคนที่มองเพียงแก้วกาแฟตรงหน้าอย่างคาดคั้น เมฆคิดมาตลอด...ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เพื่อนสนิทของเขา เขาก็คงไม่รู้สึกเจ็บแค้นมากเท่านี้ โปรดปรานเงยหน้าสบตาเขา...หญิงสาวรู้ว่าเรื่องนี้กินใจเมฆมาตลอด...อยากให้ เขารู้เหลือเกินว่าตลอดมาหล่อนก็ไม่เคยสบายใจเลย ความรู้สึกผิดมันเกาะกินใจจนผุกร่อน ถ้าหัวใจเป็นไม้...ป่านนี้ก็คงผุพังไม่เหลือชิ้นดีแล้ว น้ำเสียงของหล่อนยามตอบจึงแผ่วหากเจือความขมจนคนฟังรู้สึก...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“ความใกล้ชิด”&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;คำถามต่อมาเกิดขึ้นในใจของคนฟัง...เขาปล่อยให้สองคนนี้ใกล้ชิดกันหรือ...และ แม้จะไม่ได้ถามมันออกไป แต่เหมือนโปรดปรานจะอ่านใจเขาออกเมื่อแววตาของหล่อนมีแววคล้ายตัดพ้อวาบขึ้น มา แรงกระตุกเกิดขึ้นทีหัวใจ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;...ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขาอย่างนั้นหรือ....เพราะเขาปล่อยปละละเลยเอง...อย่างนั้นหรือ...คำพูดของพรรษาแว่วเข้ามาอีกครั้ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เมฆได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของโปรดกับอั๋น...เคยถามตัวเองมั้ย...ว่าสิ่งที่ทำมันถูกตรงไหน’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นสิ...เขาไม่เคยถามหรือสงสัยในการกระทำของตัวเองแม้แต่สักครั้งเดียว ชายหนุ่มเอ่ยเหมือนรำพึงกับตัวเอง “เมฆทำไม่ดีกับโปรด...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เลย...โปรดต่างหากล่ะ...ที่ทำไม่ดีกับเมฆ” คนพูดนิ่งไปนิด สูดลมหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ย... “ขอ...โท..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเรียบทุ้มดังขัดขึ้นก่อนหญิงสาวจะจบถ้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่!” เขายกมือข้ามโต๊ะมาแตะริมฝีปากหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวเบิกโพลงด้วยความตกใจไม่นึกว่าเขาจะทำเช่นนี้ หล่อนขยับตัวหนีพลางเหลือบซ้ายมองขวาเร็วๆ กลัวคนอื่นจะเห็น อีกฝ่ายจึงรู้สึกตัวหดมือกลับ “เมฆผิดเอง ถ้าย้อนเวลาได้เมฆจะแก้ไขทุกอย่าง แล้วโปรด...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะทำให้เมฆหยุดคำพูดประโยคต่อมา ไว้เพียงนั้น ชายหนุ่มแน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินไม่ได้มาจากเครื่องของเขาฉะนั้นจะเป็นของใคร อื่นไปไม่ได้นอกจาก...โทรศัพท์ของโปรดปราน หญิงสาวยิ้มให้อย่างขอลุแก่โทษก่อนเปิดกระเป๋าหยิบเครื่องมือสื่อสารที่ กำลังส่งเสียงร้องเป็นท่วงทำนองเพลงออกมา หล่อนมองชื่อบนหน้าจอปราดเดียวก็ขยับเก้าอี้ บอกกับเขา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอตัวแป๊บ” พูดจบก็ลุกเดินออกไปนอกร้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อนั่งเพียงลำพังเมฆยกกาแฟขึ้นจิบพลางขมวดคิ้วสงสัย...อยากรู้เหลือเกินว่าใครโทรมา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘หรือว่าอั๋น...’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว๊าย!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงอุทานของใครสักคนดังแทรกเข้ามาในความคิดของชายหนุ่ม ครั้งแรกนั้นเขาเพียงแปลกใจที่ใครมาร้องอะไรแถวนี้แต่เมื่อได้ยินชื่อที่ใคร คนนั้นเอ่ยเรียกในประโยคต่อมา เมฆหันขวับไปทันที...เปล่าหรอก...ใครคนนั้นมิได้เรียกเขา แต่เป็นชื่อของคนที่เขาพามาต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น้องโปรด...เป็นอะไรคะ หน้าซีดเชียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนั้นน่าจะอายุราวๆ สามสิบเจ็ด ร่างเล็กค่อนข้างอวบนั้นคะเนแล้วคงสูงไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตร เมื่อต้องพยุงร่างโปร่งบางของหญิงสาวอีกคนที่ตัวสูงกว่าจึงมีท่าทางย่ำแย่พอ กัน เมฆปรี่ไปหาผู้หญิงทั้งคู่อย่างรวดเร็วช่วยพยุงอีกข้าง เขามองดวงหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของโปรดปรานด้วยความเป็นห่วง แววตาของหล่อนมีรอยตระหนกเหมือนคนที่เพิ่งได้ยินได้ฟังข่าวร้ายอย่างไรอย่าง นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บงกชหันมายิ้มขอบคุณแต่ก็แปลกใจในท่าทีของชายหนุ่มผู้นี้...กระทั่งได้ยิน เขารัวคำถามใส่หญิงสาวผู้เป็นแขกประจำของร้านจึงคลายความสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรด...เป็นอะไร...โทรศัพท์เมื่อครู่มีอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนน้องโปรดเหรอคะ?” ถามแล้วเจ้าตัวก็ไม่รอคำตอบ “พี่ว่าพาน้องโปรดขึ้นไปพักข้างบนก่อนดีกว่าค่ะ ท่าทางเหมือนจะเป็นลม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงสูงนั้นฟังอย่างไรก็ไม่เหมือนว่าเขารับคำ บงกชจึงหันมามองเหมือนค้นหา...ครั้นเห็นร่องรอยแปลกใจในแววตาจึงแน่ใจ...เขา ไม่ได้รับคำจริงๆ นั่นแหละ แถมดูท่าทางเหมือนเพิ่งจะรู้ด้วยซ้ำว่าโปรดปรานพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่ง นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สติที่กระจัดกระจายของโปรดปรานแทบจะกลับคืนมาทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ ของบงกชหรือที่หล่อนเรียกติดปากว่า...พี่บัว หญิงสาวเหลือบตามองคนที่ช่วยพยุงอีกข้างอย่างขยาด แววตานิ่งสนิทนั้นดูก็รู้ว่ามีพายุก่อตัวอยู่ด้านใน โปรดปรานกระเถิบตัวออกห่างแต่มือที่ช่วยพยุงแขนไว้กลับรั้งแน่นหนา หล่อนละล่ำละลัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ...แค่หน้ามืด...นิดหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรกัน...หน้ายังซีดอยู่เลย ให้เพื่อนน้องโปรดพาขึ้นห้องดีกว่า ประเดี๋ยวล้มหัวฟาดไปจะเป็นเรื่อง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าดื้อน่า เดี๋ยวเมฆพาไปส่ง” คนพูดดุเสียงเรียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่ อย่าดื้อเลยค่ะ มา...เดี๋ยวพี่ไปส่ง” แล้วทั้งคู่ก็ไม่รอให้ปฏิเสธ ต่างช่วยกันคนละข้างพยุงหล่อนเดินออกจากร้าน โปรดปรานนึกอยากขืนตัวยืนนิ่งอยู่กับที่เหลือเกินหากน้ำหนักมือจากคนตัวสูง ที่ช่วยพยุงอีกข้างเหมือนจะเตือนกลายๆ หญิงสาวจึงยอมเดินอย่างสงบเสงี่ยม...อีกอย่าง โปรดปรานกลัวบงกชจะสงสัยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมาถึงห้องของโปรดปรานที่อยู่บนชั้นเก้าบงกชก็ขอตัวลงไปดูแลร้านต่อแต่ ก็ไม่วายเป็นห่วงเป็นใยโปรดปรานถึงกับฝากฝังไว้กับเมฆว่าถ้าหากอาการของหญิง สาวยังไม่ดีขึ้นให้แวะส่งข่าวบอกหล่อนที่ร้านก่อนเขากลับ เมฆรับคำเป็นมั่นเหมาะขณะเดินไปส่งบงกชที่ประตู ก่อนออกไปหญิงสาวร่างเล็กอวบหันมาแล้วถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชื่ออะไรคะ? พี่จะได้เรียกถูก ส่วนพี่ชื่อบัว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝากน้องโปรดด้วยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานซึ่งเอนหลังพิงพนักโซฟาฟังเสียงประตูปิดลงด้วยใจเต้นระทึก รู้สึกเหมือนโลกตรงหน้าวูบไปอีกครั้งจึงหลับตาลง คนตัวสูงเดินกลับมาพอดีเขามองคนที่นั่งหน้าซีดบนโซฟาพลางส่ายหน้าก่อนจะเดิน กลับไปยังห้องครัวที่อยู่ใกล้ประตูห้อง เมฆเปิดตู้ไซด์บอร์ดหาแก้วน้ำจนเจอจึงรินน้ำเย็นจากตู้เย็นใส่แก้วแล้วนำไป วางบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้าคนป่วย เสียงแก้วกระทบกันทำให้หล่อนลืมตามอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดื่มน้ำเย็นสิน่าจะช่วยได้...มียาดมมั้ย?” เขาถามพลางเหลือบมองตะกร้าสานใบเล็กที่วางบนโต๊ะ ครั้นไม่ได้รับคำตอบจึงหันกลับมามองหน้าเจ้าของห้องซึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วย ความแปลกใจ ชายหนุ่มยิ้มตรงมุมปากก่อนถาม “มีอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานสะดุ้งก่อนส่ายหน้าแล้วตอบ “ไม่มีหรอกยาดมน่ะ ไม่ต้องหาหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆจึงเลิกมองหาแล้วลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวที่อยู่ใกล้โซฟาถามคนที่ยังหน้าซีดเสียงจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โทรศัพท์เมื่อครู่...มีอะไร เล่าให้เมฆฟังได้มั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามของชายหนุ่มเหมือนเข็มปลายแหลมที่สะกิดโดนใจ...โปรดปรานสูดลมหายใจยาว ก่อนเอ่ยเสียงสั่นเหมือนหัวใจที่กำลังสั่นเพราะความกลัว...หล่อนกลัวความสูญ เสีย ตลอดชีวิตโปรดปรานเจอแต่ความสูญเสีย...ตั้งแต่พ่อ แม่ แม้กระทั่งความรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนไม่อยากสูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่เหลือเพียงคนเดียวไปอีกคน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เปรมโทรมาบอกว่าป้าปิ่นประสบอุบัติเหตุ รถที่นั่งเบรกแตก ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัด โปรดต้องรีบไป...”  พูดจบคนพูดทำท่าจะลุกแต่มือแข็งแรงคว้าข้อมือไว้เสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปไหน?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สนามบิน...โปรดจะขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีตั๋วแล้วเหรอ?” เมฆถามเสียงดุ เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เห็นด้วยที่หล่อนจะบุ่มบ่ามทำอะไร “เอางี้...เดี๋ยวเมฆโทรถามเรื่องตั๋วให้ก่อน ถ้ายังไงไม่มีจริงๆ ก็ค่อยไปสแตนด์บายรอที่สนามบิน ตอนนี้นอนพักก่อน” พูดจบชายหนุ่มก็จ้องหน้าคนที่อยู่บนโซฟาครั้นเห็นเจ้าหล่อนยังลืมตาโพลงมอง มาก็เอ่ยเสียงเข้ม “หลับตา!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานปิดเปลือกตาลงอย่างว่าง่ายกระทั่งได้ยินเสียงอีกฝ่ายลุกขึ้นและเดิน ห่างออกไปจึงปรือตามอง เห็นเมฆเดินออกไปที่ระเบียง ร่างสูงกำลังโทรศัพท์แต่หญิงสาวไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไรหรือพูดกับใคร หล่อนเลื่อนสายตากลับมาหยุดที่เพดานเหนือศีรษะด้วยท่าทางเหมือนกำลังครุ่น คิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินาทีแรกที่รู้ข่าวร้ายจากเปรมปรีดิ์ โปรดปรานรู้สึกราวกับว่ากำลังลอยอยู่กลางอากาศที่เบื้องล่างมีแต่ความว่าง เปล่า...มันเคว้งคว้างและเปล่าเปลี่ยวเหมือนโลกทั้งโลกมีหล่อนเพียงลำพัง การได้มีใครสักคนเป็นเพื่อน...ทำให้อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะเป็นคนที่หญิงสาวอยากอยู่ให้ไกลห่างที่สุดก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงอย่างนั้นก็เถิด...หล่อนก็ต้องคอยย้ำเตือนหัวใจไว้ตลอดเวลาว่าคนที่เป็น เพื่อนยามเปล่าดายคนนี้เป็นของคนอื่น เขาไม่ใช่ของหล่อน...ไม่ใช่ของหล่อนอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโปรดปรานจะไม่มีวันเป็น ‘มือที่สาม’ ในชีวิตใคร!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right; font-style: italic;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8688404278364265771?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8688404278364265771/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_5430.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8688404278364265771'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8688404278364265771'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_5430.html' title='สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๗'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-8240665559927768269</id><published>2009-09-09T16:51:00.001+07:00</published><updated>2009-09-09T16:52:38.109+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๖</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๖&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสงไฟบนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงสว่างเรืองอยู่อีกครู่ก่อนจะดับลงแต่ผู้เป็นเจ้า ของยังมิได้ละสายตาไปจากมัน อาการรีบร้อนวางสายของคนรักทำให้หญิงสาวผิดสังเกต...น่าแปลกที่หัวใจกลับไม่ ร้อนรุ่มเหมือนเคย ว่ากันตามจริงแล้วนับแต่กลับมาอิงฤทัยก็ละเรื่องราวขุ่นข้องที่เกิดขึ้นก่อน จะกลับไปเสียหมดหัวใจ อาจจะเป็นเพราะน้ำหนักความทุกข์ของมันต่างกันลิบลับเมื่อเทียบกับสิ่งที่ ประสบอยู่ ณ ตอนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปพบกับร่างกายผ่ายผอมของบิดา นอนอยู่บนเตียง คนเป็นลูกเช่นอิงฤทัยสะเทือนใจเหลือเกิน ครั้งแรกที่มาเยี่ยมหล่อนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร คนป่วยเสียอีกที่กลับต้องมาปลอบหล่อนให้เข้มแข็ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทั่งเมื่อวานนี้เองที่แพทย์เชิญหล่อนกับมารดาไปพบ...เพื่อบอกข่าวร้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่...ยังมีเรื่องอื่นที่ร้ายยิ่งกว่าการที่ได้รู้ว่าบิดาเป็นมะเร็ง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาหล่อนก็รื้นจนต้องกะพริบตาเพื่อไล่หยาดน้ำที่กำลังจะ เอ่อให้ไหลกลับเข้าไปข้างในอย่างยากลำบาก แถมก้อนแข็งๆ ดันแล่นขึ้นมาจุกตรงคอหอยเสียอีก อิงฤทัยรีบผลักประตูกระจกเข้าไปในอาคาร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกลิ่นยาจึงปะทะใบหน้าเข้าอย่างจัง แม้จะเริ่มคุ้นเคยแต่หล่อนก็ไม่เคยนึกชอบกลิ่นนี้แม้แต่น้อยเพราะมันตอกย้ำ ให้นึกถึงแต่ความเจ็บป่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวกวาดสายตามองหาป้ายบอกทางไปห้องน้ำอยากสำรวจความเรียบร้อยของหน้า ตาตนเองก่อนที่จะขึ้นไปพบบิดาบนห้องพักผู้ป่วย เพราะถึงจะยิ้มได้ไม่เต็มหัวใจแต่หล่อนก็ไม่อยากให้หน้าตาตนเองกรำโศกเสียจน คนป่วยออกปากทัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพทย์บอกให้หล่อนกับมารดารู้ว่าบิดาเหลือเวลาไม่เกินหกเดือน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกเดือน...แค่หกเดือนเท่านั้นเอง...มันเป็นเรื่องที่เกินกว่าใจจะรับไหว มารดาของหล่อนร้องไห้จนเป็นลมไม่รู้กี่รอบข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เพียงวันเดียวที่รับรู้ข่าวร้ายนี้แม่ถึงกับล้มหมอนหนอนเสื่อไปอีกคน อิงฤทัยจำต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้มารดาทั้งที่หล่อนเองก็ทำใจรับข่าว ร้ายไม่ทันเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเองเป็นต้นเหตุทำให้อิงฤทัยเกิดความคิดบางอย่างขึ้น เพียงแต่ยังลังเลที่จะตัดสินใจและอยากจะปรึกษากับเมฆดูเสียก่อน เพราะสิ่งที่คิดนั้นจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตหล่อนอย่างมากและมีผล กระทบไม่น้อยกับความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับเมฆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้หญิงสาวคิดว่าตัดสินใจได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนจะลาออกจากงาน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆจะว่าอย่างไรก็ช่างเถิด อิงฤทัยอยากจะชดเชยในสิ่งที่ตนเองละเลยมาโดยตลอด นับแต่คบกับเมฆอิงฤทัยก็ผูกชีวิตตัวเองไว้กับเขาจนลืมเลือนไปว่านอกจากเขา แล้ว...ยังมีพ่อมีแม่ที่รักและรอคอยให้หล่อนกลับมาหา...กลับมาเยี่ยม ทั้งที่กรุงเทพฯ กับชลบุรีก็ไม่ได้ไกลกันสักเท่าไรแต่หล่อนกลับมาเยี่ยมบ้านมาหาพ่อกับแม่แทบ จะนับครั้งได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวไม่แน่ใจว่ามาคิดได้ตอนนี้จะช้าไปหรือไม่แต่หล่อนก็เชื่อว่า...ถึงจะช้าก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในห้องน้ำมีคนเพียงไม่กี่คนอิงฤทัยเดินไปหยุดยืนหน้าอ่างน้ำ ไขก๊อกรองน้ำให้มือเปียกแล้วจึงแตะเบาๆ ที่หัวตาเรื่อยมาถึงแก้มและสุดท้ายที่หน้าผาก วันนี้หล่อนแต่งหน้าบางทั้งไม่ได้ปัดมาสคาร่าจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคราบอัน ไม่น่าดู สำรวจหน้าตัวเองในกระจกจนแน่ใจแล้วจึงซับด้วยกระดาษทิชชู่ที่มีติดกระเป๋า ไว้เสมอ เสร็จเรียบร้อยแล้วหล่อนก็ออกจากห้องน้ำมุ่งสู่โถงลิฟต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลืออีกสิบกว่าก้าวก็จะถึงหน้าลิฟต์อยู่แล้ว แต่ที่สายตาเห็นนั่นก็คือประตูลิฟต์ที่เพิ่งเปิดและมีชายหนุ่มร่างสูงก้าว เข้าไปกำลังจะเลื่อนปิด อิงฤทัยรีบวิ่งหมายไปให้ทัน ปากก็ร้องบอกคนที่อยู่ในนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รอด้วยค่ะ...รอด้วย” คนในลิฟต์คงได้ยิน หล่อนจึงเห็นประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ข้างในมีผู้ชายที่หล่อนเห็นยืนอยู่คนเดียวเท่านั้น เขากดปุ่มค้างไว้รอกระทั่งหล่อนเข้ามายืนข้างในแล้วจึงปล่อยมือ หันมาถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชั้นไหนครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณ...” หล่อนกระหืดกระหอบเอ่ยคำก่อนบอกเบอร์ชั้น “ชั้นแปดค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝ่ายนั้นกดตรงปุ่มที่มีเลขแปด ไฟสีเขียวเรืองแสงออกมาจากตัวเลขหลังจากที่เขากด อิงฤทัยยิ้มให้พลางกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ฝ่ายนั้นส่งยิ้มกลับมาให้ แวบหนึ่ง...หญิงสาวรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ...ดีกว่าแฟนหล่อนละกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆเป็นผู้ชายเก็บปากเก็บคำ...เก็บความรู้สึกจนทำให้บางครั้งเหมือนเป็น คนที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แถมยังเป็นคนยิ้มยาก เขาไม่เคยยิ้มให้คนที่ไม่รู้จักไม่สนิทสนม คนที่ไม่รู้จักเขาจึงมักคิดว่าเขาหยิ่งยโส มีแต่คนสนิทเท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น อิงฤทัยอยู่กับเขาได้เพราะเดาใจเขาถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่...หล่อนเดา เพราะอ่านใจเขาไม่ออก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็เดาถูกทุกครั้ง...เดาถูกจนเหมือนอ่านใจเขาออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยหยุดความคิดเมื่อรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกันยังไม่ ละสายตาไปจากหล่อน ถึงจะไม่ใช่คนขี้อายแต่เวลาถูกมองจริงๆ จังๆ เช่นนี้ก็ทำให้ประหม่าได้เหมือนกันขนาดหล่อนทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ยัง ยืนไม่ติด ในที่สุดเมื่อหมดความอดทน หญิงสาวก็หันไปถาม...เสียงเย็น...เอาเรื่องเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝ่ายนั้นยังคงยิ้มเหมือนเดิม “มีครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบของเขาเล่นเอาอิงฤทัยขยับเท้าก้าวถอยหลัง...นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าตอบเช่นนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีเศษกระดาษขาวๆ ติดอยู่ตรงใต้ตาคุณน่ะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้า ยกมือขึ้นปัดใต้ตาทั้งที่ไม่รู้ว่าข้างไหน เขาอีกนั่นแหละ...ที่ช่วยบอกว่าเศษกระดาษที่น่าจะเป็นทิชชู่ติดอยู่ใต้ตา ด้านซ้าย ไม่ใช่ด้านขวาอย่างที่หล่อนกำลังเอามือปัดอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ออกแล้วครับ” เขาบอกพลางยิ้มกว้างเห็นฟันเรียงสวย เมื่อยิ้ม...ยิ่งทำให้ใบหน้าเขาน่าดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ” คำขอบคุณคราวนี้เบาหวิว...อิงฤทัยอยากให้ถึงชั้นแปดเร็วๆ หล่อนอยากไปให้พ้นจากตรงนี้เหลือเกิน ขืนอยู่นานกว่านี้ใบหน้าที่แตกยับเยินของหล่อนอาจจะร่วงกราวเสียในวินาทีใด วินาทีหนึ่ง ดีเท่าไรแล้วที่หล่อนไม่ใช่พวกปากไว ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงได้ด่าเขาและทำให้ตัวเองอับอายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่นี่ อีกหลายสิบเท่าแน่นอน เมื่อประตูเปิดอิงฤทัยก้าวฉับๆ ด้วยความรวดเร็วไม่หันมามองข้างหลังแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายตาของชายหนุ่มมองตามร่างหญิงสาวจนกระทั่งบานประตูเลื่อนปิด เขาอมยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าแดงเรื่อเมื่อครู่ หล่อนคงเสียหน้าถึงรีบจ้ำอ้าวจากไป เขาไม่ได้ตั้งใจให้หล่อนรู้สึกอย่างนั้นสักนิด แต่คงต้องรู้สึกผิดแน่ๆ หากปล่อยคนสวยน่ารักเดินจากไปพร้อมกับเศษกระดาษติดใต้ตาอัคนีหัวเราะในลำคอ ก่อนจะส่ายหน้ากับตัวเอง...หวังดีกลายเป็นร้ายเสียนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อลิฟต์เปิดเขามองลูกศรที่ชี้บอกทางก่อนจะเลี้ยวไปทางซ้ายมือซึ่งเป็น ที่ตั้งของห้องพักผู้ป่วยอันเป็นจุดหมาย คนที่อัคนีมาเยี่ยมไม่ใช่ใครอื่นแต่คือมารดาของเขานั่นเอง เมื่อคืนขณะนั่งหน้าห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลอีกแห่ง...รอฟังอาการของลูกน้อง เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากชลบุรีแจ้งว่ามารดาป่วยถึงกับต้องพาส่งโรงพยาบาล ช่วงเวลานั้นอัคนีเหมือนตกอยู่ในกองไฟ ร้อนรุ่มจนอยู่ไม่ติด ห่วงแม่ก็ห่วงแต่ก็ทิ้งลูกน้องไม่ได้ เขาโทรศัพท์ถามอาการแม่ตลอดเวลาจนได้รับคำยืนยันว่าแม่ไม่เป็นอะไรมากจึงวาง ใจและผ่อนคลายความตึงเครียดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่อาการของลูกน้องปลอดภัยแล้วเขาจึงปลีกตัวมาดูแลมารดาได้ แต่กว่าจะออกจากโรงพยาบาลขับรถกลับบ้านอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับกลับชลบุรีก็จวน เจียนจะเย็นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีเคาะประตูห้องพักผู้ป่วยสองสามครั้งเป็นสัญญาณบอกคนที่อยู่ข้างใน ก่อนจะเปิดประตู คุณอัญชลี...มารดาของเขายิ้มกว้างทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร สีหน้าท่าทางของท่านดูไม่เหมือนคนป่วยแม้แต่น้อยจนคนเป็นลูกหยอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่ไม่สบายจริงๆ เหรอครับ?” ชายหนุ่มเดินมาเกาะข้างเตียงคนป่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว! ตาอั๋น...จริงสิ!” คุณอัญชลียังมีแรงตีแขนคนพูดเบาๆ “เราคิดว่าอยู่ดีๆ แม่นึกอยากมานอนเล่นที่นี่หรือไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ดูหน้าตาแม่สดชื่นผิดจากคนที่เพิ่งท้องเสียขนาดหนักเพราะอาหารเป็นพิษนี่ครับ” คนที่นอนบนเตียงตวัดสายตาเป็นเชิงค้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม...ก็อยู่ที่นี่จะให้แม่ทำอะไรล่ะนอกจากนอน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีหัวเราะในลำคอพลางเหลียวมองรอบห้องก่อนหันไปถาม “แม่นอนคนเดียวเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เป็นมารดาพยักหน้าแต่พอเห็นท่าทางของคนเป็นลูกจึงรีบเอ่ยต่อ “แม่ไล่กลับเองจ๊ะ อยู่ที่นี่ก็มีพยาบาลเข้าออกมาดูแลตลอดเวลา ไม่ต้องให้ใครมานอนเฝ้าหรอก อีกอย่าง...” คุณอัญชลีลดเสียงเกือบเป็นกระซิบ ดวงตาพราวเมื่อเอ่ย “แม่ไม่กลัวผีจ๊ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนฟังหัวเราะลั่น...ก็ลองผีมาหลอกสิ คุณอัญชลีได้จับมาถามเลขเด็ดแน่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วนี่หมอบอกหรือยังครับว่าแม่จะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นหมอเค้าบอกจะดูอาการวันพรุ่งนี้อีกวัน ถ้าไม่มีอะไรก็น่าจะกลับบ้านได้ ลูกน้องเราล่ะเป็นยังไงบ้าง แล้วนี่เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงฮึ...เล่าให้แม่ฟังสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเป็นลูกถอนใจก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่ได้รับฟังมาจากลูกน้องในร้านอีกทอดหนึ่งก่อนสรุปสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพราะเหล้าตัวเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นน่ะสิ พอเหล้าเข้าปากแล้วใจมันฮึกเหิม เห็นหมูตัวเท่าช้าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ๊ะ! ไม่ใช่เห็นช้างตัวเท่าหมูเหรอแม่” อัคนีท้วง...กระบวนการแปลงสำนวนไม่มีใครเกินมารดาเขาเลย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เออๆ นั่นล่ะ จะหมูเท่าช้างหรือช้างเท่าหมูมันก็เหมือนกันแหละ เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ดีเท่าไรที่ลูกน้องเราไม่ตาย เด็กนั่นไม่กลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคน...สงสารก็แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ อุตส่าห์ส่งเสียเงินทองให้ลูกร่ำเรียนดีๆ แต่ลูกกลับไม่รักดีริอยากเป็นนักเลง...เฮ้อ...” คนพูดถอนใจพลางส่ายหน้า นึกดีใจที่ตนโชคดีมีลูกชายรักดี “อืม...อั๋น แม่จะวานเราไปเยี่ยมเพื่อนสักหน่อย เขาป่วยอยู่ที่นี่เหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใครครับแม่?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สามีคุณอุบลจ๊ะ แม่ได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ จนป่านนี้ก็ยังไม่ออก” อัคนีพยักหน้าแต่ยังนึกไม่ออกว่าคนที่มารดาพูดถึงนั้นเป็นใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เขาเป็นอะไรครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มะเร็ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนฟังเลิกคิ้ว คำตอบของมารดาทำให้นึกเห็นใจคนในครอบครัวนั้นเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้สิ แม่จะให้ผมไปเมื่อไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันนี้ ตอนนี้เลยก็ได้ลูก เดี๋ยวแวะลงไปซื้อดอกไม้เยี่ยมเค้าสักหน่อยละกัน แม่เห็นมีร้านดอกไม้อยู่ที่ชั้นล่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ แม่รอก่อนนะ เดี๋ยวผมมา” พูดจบเจ้าตัวก็ทำท่าจะผละไปทันทีจนคนที่นอนบนเตียงร้องเรียก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รีบไปนี่รู้หรือยังว่าเขาพักห้องไหน?” อัคนีชะงักเท้าหันมายิ้มเจื่อนก่อนส่ายหน้า “ชั้นแปด ห้อง ๘๒๔ จ๊ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั้นแปด! อดไม่ได้ที่จะหวนคิดกระหวัดถึงหญิงสาวที่เพิ่งเจอ หล่อนไปที่ชั้นแปดเหมือนกัน...คงไม่บังเอิญเจอกันอีกนะ อัคนีพยักหน้าก่อนจะเปิดประตูออกไป เขาลงไปชั้นล่างเพื่อไปซื้อดอกไม้เยี่ยมไข้ก่อนเป็นอันดับแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านดอกไม้ที่มารดาว่าอยู่ติดมุมหน้าทางเข้าคาเฟทีเรียของโรงพยาบาล จะเรียกว่าเป็นร้านก็ไม่ถูกนักเพราะไม่มีห้องหับเป็นสัดส่วน ขอบเขตของร้านถูกกำหนดด้วยเคาน์เตอร์ด้านหน้าซึ่งมีไว้สำหรับลูกค้าสั่ง เลือกแบบและสั่งสินค้า  กับด้านที่ติดกับประตูทางเข้าคาเฟทีเรียเป็นชั้นลดหลั่นกันวางกระป๋องอลูมิ เนียมเรียงรายเต็มทุกชั้น แต่ละกระป๋องใส่ดอกไม้หลายสีหลากพันธุ์ ส่วนมุมในวางตู้แช่ขนาดใหญ่สำหรับดอกไม้นอกราคาแพงโดยเฉพาะ ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า...ใครคนหนึ่งกำลังยืนสั่งดอกไม้อยู่ เพียงเห็นไกลๆ รอยยิ้มก็ผุดตรงริมฝีปาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีเร่งฝีเท้า เมื่อยืนประชิดจึงทักถามอย่างคนมีอัธยาศัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาซื้อดอกไม้เยี่ยมไข้เหมือนกันเหรอครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่กำลังจะเดินไปเลือกดอกไม้ตรงชั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันขวับมา ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็ชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดใจ ตอบอย่างแกนๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่า” ครั้นสบสายตาของคนถาม แววจริงใจในดวงตาคู่นั้นของเขาทำให้หล่อนรู้สึกผิด...หล่อนไม่ควรแปรความ หวังดีของเขาเป็นอย่างอื่น น้ำเสียงในประโยคต่อมาจึงเป็นมิตรมากขึ้น “ซื้อไปให้ประดับห้องให้พ่อค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ...ครับ แม่ผมก็ป่วยอยู่ที่นี่เหมือนกัน...อาหารเป็นพิษ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอยยิ้มบนดวงหน้าเรียวแลดูเศร้าจนน่าใจหายเมื่อเอ่ยถ้อยคำต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อฉันเป็นมะเร็งค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนฟังอึ้ง ยิ้มเจื่อนพอกับน้ำเสียง “ผม...ขอโทษ...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยยิ้มอ่อนๆ ให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเจอ...หล่อนไม่ได้ติดใสถือสาอะไรกับคำถามของเขาหรอก ...ก็เขาไม่รู้ หล่อนถามกลับเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “มาซื้อดอกไม้เหรอคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ ซื้อเยี่ยมไข้เพื่อนแม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเกือบจะหลุดปากถามแล้วว่าแม่ของเขาหรือว่าเพื่อนแม่กันแน่ที่นอน ป่วยอยู่ที่ หากยั้งไว้ทัน...มันไม่ใช่กงการอะไรของหล่อน จะอยากรู้ไปทำไม...เสียงห้าวทุ้มของอีกฝ่ายช่วยหยุดความอยากรู้อยากเห็นของ หล่อนอีกทาง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดอกลิลลี่นั่นก็สวยดีนะคุณ แต่ไม่รู้ว่าพ่อคุณจะชอบกลิ่นมันหรือเปล่า...” คนพูดย่นจมูกทำเหมือนได้กลิ่นของมันทั้งที่ดอกลิลลี่ที่ว่าอยู่ในตู้แช่ “บางคนว่ามันฉุนน่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันสั่งไปแล้วล่ะ รอเค้าจัดช่อให้อยู่” หล่อนบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ...ครับ” อัคนีพยักหน้าพลางยิ้มจืดๆ ก่อนแก้เก้อด้วยการหันไปสั่งกับพนักงานที่ยืนรอ “จัดกระเช้าให้ผมหน่อยครับ ดอกไม้หลักขอเป็นลิลลี่สีชมพู ที่เหลือตามใจคุณเลยครับว่าจะจัดยังไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พนักงานร้านดอกไม้รับคำ จากนั้นก็หันไปง่วนกับการจัดดอกไม้ตามออร์เดอร์ ร้านเล็กๆ แห่งนี้มีพนักงานสองคน คนหนึ่งคือคนที่รับออร์เดอร์จากอัคนี ส่วนอีกคนกำลังจัดแจกันดอกทานตะวันสีเหลืองสดอย่างขะมักเขม้น ชายหนุ่มเดาว่าแจกันใบนั้นคงเป็นของหญิงสาวที่ยืนข้างเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แจกันดอกทานตะวันนั่นของคุณสิครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ...ใช่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สดใสดีนะครับ ผมว่ามันเป็นดอกไม้ที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ คุณเคยไปเห็นทุ่งดอกทานตะวันหรือเปล่า...สวยมาก เสียอย่างเดียวว่ามันร้อน...ชมไปชมมาพานจะเป็นลมได้ง่ายๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างคุณเนี่ยเหรอคะ...เป็นลม” ครั้นเห็นอีกฝ่ายหันมาเลิกคิ้วถาม จึงพูดใหม่ “ฉันหมายถึง...ผู้ชายเค้าเป็นลมกันด้วยเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ชายก็คนเหมือนกัน...เป็นลมได้เหมือนกันนะคุณ แต่ที่ผมพูด...ผมหมายถึงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยกำลังจะโต้กลับว่าหล่อนมิได้อ่อนแออย่างที่เขาคิด แต่คนที่จัดดอกไม้ให้หล่อนยกแจกันดอกทานตะวันที่จัดเสร็จเรียบร้อยมาวางตรง เคาน์เตอร์ หล่อนจึงตัดใสเดินไปจ่ายค่าดอกไม้และคิดว่าจะกลับขึ้นชั้นแปดเสียเลย กำลังเปิดกระเป๋าหยิบสตางค์ออกมา โทรศัพท์ของหล่อนก็กรีดเสียงเพลงคุ้นใจ...เมฆโทรมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวรับสายแล้วใช้ซอกไหล่หนีบโทรศัพท์แนบกับใบหูขณะยื่นเงินค่าดอกไม้ ให้พนักงานที่รออยู่ อัคนีไม่อยากเสียมารยาทจึงเดินห่างออกมาดูดอกไม้ไปตามเรื่อง กระนั้นเสียงคุยก็ยังแว่วมาให้ได้ยินทั้งที่ไม่ตั้งใจแอบฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ...ไม่เป็นไร อิงเข้าใจ อิงแค่จะโทรไปคุยเฉยๆ ไม่ได้โทรหาเป็นอาทิตย์แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีเห็นหญิงสาวเงียบเสียง ปลายสายคงจะพูดอะไรกระมัง แล้วอีกครู่หล่อนก็ตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะกลับเมื่อไร อาจจะต้องลางานเพิ่ม” อิงฤทัยเก็บอีกประโยคไว้ในใจ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘หรือไม่ก็ลาออก’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนตัดสินใจแน่นอนแล้ว...พรุ่งนี้หล่อนจะโทรไปคุยกับเจ้านายเรื่องลา ออก ถ้าต้องขึ้นกรุงเทพฯ เพื่อไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก็ค่อยใช้โอกาสนั้นบอกกับเมฆแล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขึ้นเหนือเหรอ...เมื่อไร...ไปนานมั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังฟังเพลินพนักงานที่รับออร์เดอร์ของอัคนีก็หิ้วตะกร้าดอกลิลลี่สีชมพูมาวางบนเคาน์เตอร์แล้วหันมาเรียก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณคะ...เสร็จแล้วค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าพลางยิ้มให้ เดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินเสร็จ คนที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็วางสายพอดี อัคนีรับกระเช้าดอกไม้ของตนมาถือไว้เรียบร้อยเมื่อหันไปถามคนที่กำลังหย่อน โทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขึ้นเลยหรือเปล่าครับ ผมช่วยมั้ย...กระเช้าผมไม่หนัก อุ้มแจกันให้คุณยังไหว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงฉันก็ต้องถือเองตอนออกจากลิฟต์อยู่ดี” คราวแรกที่เจอกันอิงฤทัยจำได้ว่าตนเองออกจากลิฟต์ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมต้องไปเยี่ยมเพื่อนแม่ที่ชั้นแปดเหมือนกัน ยังไงผมถือไปส่งให้ที่ห้องก่อนก็ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่...” อิงฤทัยเกรงใจเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมิได้เดินตัวเปล่า ยังต้องหิ้วกระเช้าดอกไม้ของตัวเองอีก ขืนต้องอุ้มแจกันให้หล่อน คงเดินลำบาก หากฝ่ายนั้นไม่รอให้หล่อนพูดจบ เขาเอื้อมไปคว้าแจกันมาถือไว้เป็นการตัดบท อิงฤทัยจึงต้องกลืนคำปฏิเสธของตนลงคอแล้วเดินตามคนที่ก้าวยาวๆ นำไปก่อน ไม่กี่ก้าวหล่อนก็ตามทันจึงเป็นฝ่ายกดลิฟต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อลิฟต์มาถึงหล่อนเดินเข้าไปก่อนเพื่อกดหมายเลขชั้นและกดปุ่มให้ประตู เปิดค้างไว้ รอจนคนตัวสูงที่หอบดอกไม้เต็มมือก้าวตามเข้ามา มีคนอื่นตามเข้ามาอีก ทั้งคู่จึงถอยไปยืนเคียงกันด้านหลัง เมื่อแสงไฟไปหยุดอยู่ที่หมายเลขแปดประตูลิฟต์ก็เปิดออก คนตัวสูงเอ่ยปากขอทางจากคนที่ยืนบังข้างหน้าแล้วก็พากันออกมาจากลิฟต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปทางไหนครับ” อัคนีเหลียวมาถาม ครั้นหญิงสาวชี้ไปยังป้ายที่เขียนบอกหมายเลขห้อง ๘๑๖-๘๓๐ เขาก็เดินนำไปก่อนถามอีกครั้ง “ห้องหมายเลขอะไรครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“๘๒๔ ค่ะ” พอได้ยินปุ๊บ คนตัวสูงก็หยุดเดินปั๊บหันขวับมา สีหน้าสีตาบ่งบอกว่านึกไม่ถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อคุณเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยซึ่งยังจับต้นชนปลายไม่ถูกขมวดคิ้วแบบงงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คะ?” หล่อนจำได้ว่าบอกเขาไปแล้วนี่นาว่าซื้อดอกไม้มาประดับห้องให้พ่อ “ก็พ่อฉันสิคะ เมื่อกี้ฉันบอกคุณไปแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีเพิ่งรู้ตัว เขาปฏิเสธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ๆ ผมไม่หมายถึงพ่อคุณเป็นคนที่แม่ผมให้มาเยี่ยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หือ...” คราวนี้คนที่แปลกใจกลับเป็นอิงฤทัย “แม่ของคุณรู้จักพ่อฉันด้วยเหรอคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่จริงผมคิดว่าแม่ผมรู้จักแม่คุณมากกว่า...แต่ท่านทราบข่าวว่าพ่อคุณ เข้าโรงพยาบาลก็เลยให้ผมมาเยี่ยมแทนเพราะท่านป่วยอยู่...อาหารเป็นพิษน่ะคุณ ” ท้ายประโยคชายหนุ่มพูดเหมือนติดตลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิงฤทัยยืนอึ้งอยู่เป็นครู่ไม่นึกว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ดีเหลือเกินที่หล่อนไม่ได้ทำกิริยาไม่ดีใส่เขาตอนที่เจอกันครั้งแรก ไม่งั้นตอนนี้หล่อนคงปั้นหน้าไม่ถูกแล้วล่ะ หายแปลกใจทั้งคู่ก็เดินไปยังห้องหมายเลข ๘๒๔ ที่อยู่ช่วงกลางของปีกอาคารด้านนั้น หญิงสาวเคาะห้องก่อนแล้วจึงเปิดประตูเข้าไป ครั้นเห็นแม่นั่งเฝ้าข้างเตียงก็อุทานอย่างแปลกใจเพราะไม่นึกว่าจะมาวันนี้ ...เมื่อคืนแม่ร้องไห้จนเป็นลมไปตั้งหลายครั้ง รุ่งเช้าตื่นมาก็ดูเหมือนจะไม่สบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว! แม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่เสร็จธุระแล้วจ๊ะ เลยรีบมา” คุณอุบลรีบบอกเพราะกลัวลูกสาวจะหลุดคำ...สองแม่ลูกยังเก็บเรื่องที่ทราบจาก แพทย์ประจำตัวไว้มิให้คนป่วยรู้ อีกอย่างเธอไม่อยากให้สามีรู้ว่าเธอกำลังอ่อนแอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายตาสองคู่หันไปมองคนที่เดินตามเข้ามาเป็นตาเดียวกัน คำถามปรากฏในแววตา อิงฤทัยจึงบอกกล่าวตามที่เพิ่งรู้จากอีกฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณคนนี้มาเยี่ยมพ่อค่ะ เขาบอกว่าแม่เขาเป็นเพื่อนกับแม่” อัคนีวางกระเช้าและแจกันดอกไม้ลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมที่วางชิดฝาผนังด้านหนึ่ง แล้วจึงยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนแม่?” คุณอุบลอุทานพลางขมวดคิ้วขณะรับไหว้อีกฝ่าย นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าคนที่ยืนตรงหน้าเป็นลูกชายของเพื่อนคนไหน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่ผมชื่ออัญชลีครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ...คุณอัญชลี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอดีแม่เค้าก็นอนป่วยอยู่ที่นี่เหมือนกันค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณอัญชลีป่วยเหรอจ๊ะ?” ท่าทางคุณอุบลตกใจกับข่าวที่ได้ยินจนอัคนีต้องรีบบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ...อาหารเป็นพิษเท่านั้นเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วไป...พักนี้พอได้ยินว่าใครป่วยแล้ว...ใจไม่ดี” สามคำสุดท้ายเสียงค่อนข้างแผ่วจนคนที่อยู่บนเตียงเอื้อมมาแตะหลังมือคนพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมไม่เป็นไรหรอกน่า...สมัยนี้หมอเก่งจะตาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอุบลอยากจะบอกผู้เป็นสามีเหลือเกิน...ให้หมอเก่งแค่ไหนก็คงไม่ช่วย อะไร มะเร็งขั้นที่สามที่สามีของเธอเป็นมันรุนแรงจนไม่อาจเยียวยาแล้ว เชื้อมะเร็งแพร่เข้าสู่ระบบน้ำเหลืองซึ่งเท่ากับว่าแพร่กระจายไปทั่วทั้ง ร่างเรียบร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เหลือก็เพียงแค่...รอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดเพียงเท่านี้น้ำตาก็เริ่มรื้นจนคุณอุบลต้องกะพริบตาถี่ เธอต้องรีบหาทางออกให้ตัวเองก่อนที่น้ำตาจะไหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณอัญชลีอยู่ห้องอะไรจ๊ะ แม่จะไปเยี่ยมสักหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีผิดสังเกตกับท่าทีของคุณอุบล...เหมือนคำพูดของสามีจะทำให้เธอเจ็บปวด หรือว่า...อาการของผู้เป็นสามีจะหนักหนากว่าที่เห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right; font-style: italic;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-8240665559927768269?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/8240665559927768269/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_3411.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8240665559927768269'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/8240665559927768269'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_3411.html' title='สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๖'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-9017535698374885307</id><published>2009-09-09T16:50:00.001+07:00</published><updated>2009-09-09T16:51:23.775+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๕</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๕&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งาน รวมรุ่นเลิกเกือบตีหนึ่ง แต่กว่าเมฆจะกลับถึงบ้านก็ตีสองเข้าไปแล้ว แทนที่จะอาบน้ำเข้านอนเพราะต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานในวันรุ่งขึ้น เขากลับนั่งจ่อมอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพื่อนสาวเพิ่ง เล่าให้ฟัง สมองหนักอึ้งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปแต่ไม่เท่าหัวใจที่หนักยิ่ง กว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความ จริงที่ได้รู้ทำให้เมฆต้องกลับมาทบทวนความรู้สึกของตนเอง ทำไมนะ...เขาควรจะสาแก่ใจมิใช่หรือที่สองคนนั้นไม่ได้คบกันหวานชื่นอย่างที่ เขาคิด ควรจะสมใจสิ...ที่ความรักของคนคู่นั้นอับปางไม่เป็นท่า แต่ทำไม...เขากลับไม่รู้สึกอย่างนั้น คำพูดบางคำพูดของพรรษาคอยแต่จะวนเวียนไปมา และคำพูดเหล่านั้นเองที่เป็นต้นตอทำให้เขานอนไม่หลับ คนที่นั่งพิงพนักโซฟาเหยียดขายาวลูบหน้าตัวเองแรงๆ ดังว่าอาการนั้นจะลบภาพวงหน้าเรียวของใครบางคนออกไปได้ เมฆพรูลมหายใจออกจากปาก...สั่งอะไรก็ไม่ยากเท่าสั่งหัวใจ เพราะหัวใจของเขามันกำลังขบถ สั่งให้หยุดคิดมันก็กลับยิ่งคิดถึงแต่ดวงหน้าเรียวละมุนที่มีรอยยิ้มสดใสและ ดวงตาสุกสกาว คิดถึงน้ำเสียงอ่อนหวานที่เคยเจรจาพาที คิดถึงความอบอุ่นของมือที่เคยกอบกุม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาคิด ถึงโปรดปรานเหลือเกิน...เป็นความคิดถึงที่รุนแรงจนทำให้เกิดเป็นความ ทรมานอย่างร้าย เพราะพอคิดถึงแล้วใจก็เริ่มกระวนกระวายอยู่ไม่ติด หากเขารู้ว่าหล่อนพำนักพักพิงที่ใดคงแล่นไปหาทั้งยามวิกาลเช่นนี้ล่ะ แต่นี่เมื่อไม่รู้จึงได้แต่คร่ำครวญอยู่ในอกในใจ ฉับพลันเมฆก็นึกถึงแผ่นกระดาษเล็กๆ แผ่นนั้น เขาลุกพรวดตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักควานหาอะไรบางอย่างที่เก็บไว้อย่างดีด้านในสุด เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกล่องกระดาษเล็กๆ ก็คว้ามันออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกล่อง กระดาษซึ่งเดิมเป็นกล่องใส่นามบัตรมีกระดาษแผ่นเล็กนอนนิ่งสงบ และแม้ไม่ได้คลี่มันออกหากตัวเลขที่เขียนไว้บนแผ่นกระดาษนั้นกลับแจ่มชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลานี้...วินาทีนี้ เมฆไม่รีรออีกแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งความยับยั้งชั่งใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีแม้แต่...อิงฤทัย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขากลับ ไปที่โซฟาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะกดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ มืออีกข้างยังกำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นเมื่อได้ยินเสียงรอรับสาย...หัวใจเขา เต้นตุ่มต่อม คำพูดของพรรษาดังแว่วมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ระหว่างคนที่เรารัก...กับคนที่รักเรา ถ้าต้องเลือก...และเลือกได้เมฆจะเลือกใคร’ เขาได้ยินคำที่ตนตอบเพื่อนสาวไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘คนที่เรารักสิ’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ใช่! เป็นฝน...ฝนก็เลือกเหมือนเมฆ และทุกคนก็คงเลือกอย่างนี้เหมือนกัน แต่...ถ้าอยู่กับคนที่เรารักแล้วไม่มีความสุข...จะอยู่ไปทำไม ทางเลือกอีกทางที่มีก็เหลือแต่...คนที่รักเรา’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทว่าคำพูดที่กระทบใจเขาที่สุดนั่นคือ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘เมฆได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของโปรดกับอั๋น...เคยถามตัวเองมั้ย...ว่าสิ่งที่ทำมันถูกตรงไหน’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเพลงรอสายท่วงทำนองสนุกสนานจบลงเกือบพร้อมกับที่ปลายสายรับพอดิบพอดี เสียงคนรับง่วงงุนเต็มที่เพราะถูกกระชากจากการหลับใหลแสนสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮาโหล...โทรมาทำไมดึกป่านนี้อีกล่ะเมฆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โทษทีฝน แต่เมฆนอนไม่หลับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ้า! แล้วมาบอกอะไรชั้นล่ะ?” ในความงุนง่วงของน้ำเสียงเจือแววหงุดหงิดเมื่อได้ยินว่าถูกปลุกขึ้นมาเพราะคนเป็นเพื่อนนอนไม่หลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอร้องล่ะฝน...ช่วยเมฆหน่อยได้มั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงเดือดร้อนของชายหนุ่มทำให้ปลายสายเสียงอ่อนลงเมื่อถาม “ช่วยอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆอยากรู้ว่าโปรดอยู่ที่ไหน” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวยังคงเงียบไม่ตอบเขาเอ่ยต่อ “โปรดพักที่ไหน...เมฆรู้ว่าฝนต้องรู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โทรถามพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา” ตอนนี้ดูเหมือนปลายสายจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง “ทำอย่างกับจะไปหาเสียเดี๋ยวนี้งั้นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าฝนไม่ยอมบอก เมฆจะไปหาที่บ้านเดี๋ยวนี้และจะไม่กลับจนกว่าจะรู้ว่าโปรดอยู่ที่ไหน” เขาขู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว...ขู่ มาขอให้ช่วยแล้วขู่อย่างนี้มันน่าช่วยมั้ยเนี่ย?” พรรษาเริ่มสนุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝน...ขอร้องล่ะ” คราวนี้เขาเปลี่ยนเป็นอ้อนวอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม... ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อนใส่หรอกน่า ไอ้อยากบอกน่ะมันก็อยากบอกอยู่หรอก แต่ขืนบอกแล้วเมฆไปหาถึงบ้าน โปรดต้องรู้แน่ๆ ว่าเมฆรู้จากฝน คราวนี้ฝนก็เสร็จสิ เอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งี้ดีกว่า...ถ้าเมฆอยากเจอโปรด ฝนมีวิธี...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำชวนผ่านสายโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทเมื่อกลางวันทำให้โปรดปรานต้องมาเดินที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่หล่อนพยายามเลี่ยงหลังจากที่เจอ ‘เขา’ ติดกันถึงสองครั้งที่นี่ หญิงสาวยอมเดินทางไกลกว่าเดิมอีกนิดแต่ก็เพื่อความสบายใจของตนเอง หล่อนไม่อยากเจอ ‘เขา’ โดยบังเอิญเป็นครั้งที่สามเพราะไม่แน่ใจว่าจะยังปั้นหน้าได้แนบเนียนหรือไม่ ...ก็การเจอคนรู้จักแล้วทำเหมือนไม่รู้จักมันง่ายเสียที่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอง ครั้งที่ผ่านมาทำเอาหัวจิตหัวใจของโปรดปรานแกว่งราวชิงช้าที่ถูกไหวโยกด้วย มือที่มองไม่เห็น มันทำให้หล่อนรู้ว่าหัวใจที่เคยคิดว่าเจ็บปวดหลาบจำ แท้จริงยังคงถวิลหารอยรักครั้งนั้นอยู่ไม่คลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุก ฝีเท้าของโปรดปรานที่เหยียบย่างเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตนั้นเต็มไปด้วยความ ไม่มั่นใจ หล่อนไม่อยากจะมาที่นี่เลยแต่ก็หาเหตุปฏิเสธคนเป็นเพื่อนไม่ได้...ว่ากันตาม จริงล่ะก็ พรรษาไม่ยอมให้หล่อนปฏิเสธต่างหาก พอบ่ายเบี่ยงด้วยการชวนไปที่อื่น คนเป็นเพื่อนก็อ้างเหตุผลนานาที่ทำให้หล่อนต้องยอมจำนนในที่สุด ครั้นจะบอกความจริงโปรดปรานก็ไม่อยากตอบคำถามที่จะมีตามมา พรรษายืนโบกมือไหวๆ ตรงทางเข้า โปรดปรานจึงเดินตรงเข้าไปหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไป... ไปซื้อของกันเลยดีกว่า เสร็จแล้วจะได้ขึ้นไปกินข้าวข้างบน” คนชวนเอ่ยเสียงร่าเริง แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทางแปลกๆ ของคนเป็นเพื่อน ถ้าไม่รู้เรื่องมาก่อนว่าเมฆกับโปรดปรานเจอกันที่นี่ล่ะก็หล่อนคงแปลกใจกับ ท่าทางของเพื่อนแน่ๆ เพราะฝ่ายนั้นดูระแวดระวังเหมือนกวางระแวงไพรอย่างไรอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษา เดินนำแล้วพาเลี้ยวเข้าเลี้ยวออกตามชั้นต่างๆ ในซุปเปอร์ฯ เพื่อเลือกหยิบของใช้ที่ต้องการ ตลอดเวลานั้นโปรดปรานได้แต่เดินตามมาเงียบๆ ทว่าสายตากลับกวาดมองไปทั่วสลับกับถอนใจเป็นระยะๆ คนชวนจึงแอบกลั้นหัวเราะเสียแทบแย่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จ่าย เงินเสร็จเรียบร้อย พรรษาก็เข็นรถที่มีของใช้ไปขึ้นลิฟต์เพื่อไปชั้นบนสุดซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้ง ของร้านอาหารหลากหลายร้าน หล่อนให้โปรดปรานเป็นคนเลือกร้านเอง คิดอยู่ไม่นานคนเป็นเพื่อนก็ชี้ส่งๆ ไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้กันนั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กินอาหารญี่ปุ่นร้านนี้ก็แล้วกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ร้าน นี้เหรอ เอาสิ...โปรดเลือกเก่งนะเนี่ย ร้านนี้อร่อยใช้ได้เลย ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดของเขามีชื่อ” ตอนเข็นรถไปจอดแอบไว้หน้าร้านตรงจุดที่สามารถมองเห็นจากในร้านได้ง่าย หญิงสาวแอบกวาดตามองด้านหลังเร็วๆ ครั้นเห็นเงาร่างสูงคุ้นตาก้าวออกมาจากหลังป้ายโฆษณาก็ยิ้มออกมาด้วยความพอ ใจ ฝ่ายนั้นก้าวถอยหลังหลบเข้าหลังป้ายตามเดิมขณะที่หล่อนหมุนตัวแล้วเดินเข้า ไปในร้านพลางมองหาคนเป็นเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรด ปรานได้โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์เท่าไร เป็นโต๊ะขนาดเล็กสำหรับสองคน หญิงสาวนั่งรออยู่ก่อนแล้วเมื่อพรรษไปถึงจึงเหลือเก้าอี้อีกเพียงตัวเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดกินอะไร?” ถามพลางเลื่อนเก้าอี้              ลงนั่งก่อนคว้าเมนูมาดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝนบอกข้าวแกงกะหรี่หมูทอดอร่อยไม่ใช่เหรอ โปรดเอาอันนั้นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างอื่นก็มีนะ ไม่ดูเมนูก่อนเหรอ” พรรษาถามเมื่อเห็นว่าคนเป็นเพื่อนสั่งทั้งที่ยังไม่ได้ดูเมนูแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝนสั่งละกัน กินได้ทั้งนั้นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แน่นะ...ชั้นจะสั่งข้าวหน้าปลาไหล กินเปล่า?” หล่อนแกล้งลอยหน้าถามทั้งที่รู้ว่าโปรดปรานเกลียดปลาไหลที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยกปลาไหลให้ ขอแต่ข้าวให้ชั้นก็พอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษาหัวเราะ “คนอะไรไม่รู้จักกินของแพงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้ว เจ้าหล่อนก็หันไปสั่งอาหารกับพนักงานเสิร์ฟเสร็จสรรพแล้วก็หันมาคุยกับคน เป็นเพื่อนหากสายตากลับคอยแต่จะชำเลืองแลออกไปยังด้านหน้าร้าน โชคดีที่โปรดปรานเลือกนั่งเก้าอี้ที่หันหลังให้ทางเข้าจึงเข้าทางหล่อนพอดิบ พอดี กระทั่งอาหารที่สั่งมาวางเต็มโต๊ะก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่หลบซุ่มอยู่ ด้านนอกจนพรรษาเริ่มร้อนใจหากก็ไม่กล้าแสดงออกด้วยกลัวคนเป็นเพื่อนจะสงสัย กำลังจะหาเรื่องขอตัวไปเข้าห้องน้ำอยู่แล้วเชียวเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใน ร้าน พนักงานในร้านออกไปต้อนรับตามหน้าที่ พรรษาเห็นเมฆชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วคงจะบอกว่ามาคนเดียว พนักงานจึงพาเดินมาที่เคาน์เตอร์ หญิงสาวซ่อนยิ้มก้มหน้าก้มตาคีบอาหารใส่ปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ก่อนจะถึงเคาน์เตอร์ต้องผ่านโต๊ะของหล่อนกับโปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงทักดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงเดินมาถึงพอดี “อ้าว...ฝน!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษานึกขำที่เมฆเล่นละครได้แนบเนียน คราวนี้ถึงตาหล่อนมั่งล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆ!” หล่อนร้อง...น้ำเสียงกึ่งดีใจกึ่งแปลกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนที่ตกใจจนเกือบทำตะเกียบหลุดจากมือตอนได้ยินชื่อคือโปรดปราน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อน เงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติเพื่อจะพบว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาอยู่ก่อน แล้ว ดวงตาคู่ที่เปรียบเหมือนน้ำในบ่อลึก...ยากจะหยั่งว่าคิดสิ่งใดหากมีอำนาจพอ ที่จะสะกดให้หล่อนตะลึงงันอยู่เป็นนาที กระทั่งควบคุมสติได้หล่อนจึงวางตัวและปรับสีหน้าให้นิ่งสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โลกกลมจริงๆ เพิ่งเจอกันในงานเมื่อวานนี้เอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นสิ” ตอบโดยที่ยังไม่ได้ละสายตาจากคนที่วางหน้าเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่งด้วยกันนะเมฆ เดี๋ยวฝนให้เขาเอาเก้าอี้มาเสริม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิ้ว เรียวของคนที่นั่งนิ่งเงียบขยับขึ้นนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของคนเป็น เพื่อน อิ่มตื้อขึ้นมากะทันหันนึกอยากขอตัวกลับเสียเดี๋ยวนั้นแต่เหมือนคนเป็น เพื่อนจะรู้แกวจึงรีบดักคอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดคงไม่ว่านะถ้าเมฆจะนั่งกับเรา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจอไม้ นี้หล่อนก็พูดไม่ออก พรรษาจึงถือเอาอาการเงียบของหล่อนเป็นคำตอบรับ จัดการบอกพนักงานให้หาเก้าอี้มาเริมอย่างเร็วรี่ โปรดปรานขยับตัวอย่างอึดอัด โต๊ะที่เล็กอยู่แล้วยิ่งเล็กไปถนัดใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สบายดี เหรอ?” เสียงถามดังใกล้ราวกับถามตรงข้างหู โปรดปรานเงียบไม่ตอบเพราะไม่คิดว่าฝ่ายนั้นถามตนเองจนกระทั่งเสียงทุ้มเอ่ย ชื่อหล่อนชัดเจน “โปรด...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวตวัดสายตาไปมองแวบหนึ่งพบสายตาของเมฆจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหล่อนเขม็ง โปรดปรานหลบตาวูบ ตอบเสียงเรียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สบายดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้เจอกันเลย” คนฟังนิ่งไม่ตอบกระนั้นกลับมีเสียงใครอีกคนตอบแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะเจอยังไงล่ะเมฆ โปรดไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ นี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วอยู่ที่ไหน...เชียงใหม่เหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรด ปรานเกือบเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจแล้วหากห้ามไว้ได้ทันจึงเพียงเหลือบมองหน้า คนพูดแวบหนึ่ง...เขาจำได้ด้วยหรือว่าบ้านของหล่อนอยู่ที่ไหน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียง โทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะ ทั้งเมฆและโปรดปรานหันมามองหน้าเจ้าของโทรศัพท์เกือบพร้อมกัน พรรษาย่นจมูกยิ้มก่อนจะรับโทรศัพท์ โต้ตอบกับปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัว...บอกเพื่อนทั้งสองคนว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่อง งานน่ะ...ฝนขอตัวไปคุยข้างนอกสักแป๊บ เดี๋ยวกลับมา...แป๊บเดียวจริงๆ” ประโยคหลังหล่อนบอกเพื่อนสนิทที่มองตาตื่นตั้งท่าจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่าง แต่พรรษาตัดบทด้วยการหันไปบอกกับเมฆ “ฝากโปรดด้วยนะเมฆ เดี๋ยวฝนมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ว เจ้าตัวก็ลุกจากเก้าอี้โดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนสนิทที่มองตามมาแม้แต่น้อย เมื่อเดินห่างออกมาพอสมควรพรรษาก็หัวเราะคิกบอกกับคนทางปลายสาย&lt;br /&gt;“แหม...โทรมาได้จังหวะพอดีเลยว่ะจูน ชั้นนึกว่าแกจะกะเวลาผิดซะแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ อยู่กันสองต่อสองจริงๆ เมฆก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรเช่นกัน บรรยากาศบนโต๊ะจึงเต็มไปด้วยความเงียบ...เป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยความอึด อัดเพราะผู้ร่วมโต๊ะอีกคนก็ทำเหมือนนั่งอยู่เพียงคนเดียว โปรดปรานนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา...ไม่มองหน้าเขา หล่อนเขี่ยอาหารในจานเหมือนอิ่มแล้วอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆอยากคุยด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวตอบทั้งที่ไม่มองหน้า “กำลังคุยอยู่นี่ไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่...” น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเย็นชาอยู่เป็นนิจ ‘ร้อน’ ขึ้นนิดหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่โปรดไม่มีอะไรจะคุย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม้แต่เรื่อง...ระหว่างเราเหรอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานสบสายตาคู่ที่เหมือนน้ำในบ่อลึกนิ่งก่อนตอบเสียงแข็ง “เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วล่ะเมฆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเมฆ สวนกลับทันที “แน่ใจเหรอโปรด?” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามเหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง โปรดปรานอึ้ง...หญิงสาวรู้ใจตัวเองดีกว่าอะไรทั้งหมด ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ความจริงมันก็คอยย้ำเตือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขามีใครอีกคนหนึ่งแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบที่ออกจากปากจึงมั่นคง “แน่ใจ! ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนฟังนิ่งไปชั่ววินาทีด้วยนึกไม่ถึงแต่แล้วก็ยืนกรานด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่เมฆมีเรื่องต้องคุยกับโปรด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรด ปรานหันควับ จ้องหน้าคนพูดนิ่ง ก่อนเอ่ยช้า...ชัด “เอาเวลาที่จะมาคุยกับโปรดไปคุยกับแฟนเมฆดีกว่า อย่ามาเสียเวลาเลย เรื่องของเรามันจบ...จบไปนานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดจบ หญิงสาวก็ลุกพรวด วางธนบัตรใบละพันที่หยิบมาจากกระเป๋าลงบนโต๊ะ ทว่าเมื่อจะหมุนตัวเดินจากมากลับรู้สึกถึงมือแข็งแรงอบอุ่นรั้งข้อมือบางของ ตนไว้ หล่อนกัดริมฝีปากเมื่อเอ่ยเสียงเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปล่อย! ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่! ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บอกให้ปล่อย! ” หญิงสาวขึงตาใส่พร้อมทั้งบิดข้อมือเพื่อให้หลุดจากปลอกแข็งแกร่งของอีกฝ่าย คนในร้านเริ่มหันมามอง เมฆจึงยอมปล่อยมือก่อนที่จะเป็นจุดสนใจของคนอื่นมากไปกว่านี้แต่เมื่อโปรด ปรานก้าวเร็วๆ ออกไปจากร้านโดยไม่คิดจะรั้งรอ เขาก็รีบตามออกไปติดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาย หนุ่มตามทันตอนที่โปรดปรานก้าวลงบันไดเลื่อน เขาตามไปยืนบนขั้นเดียวกัน คนที่ยืนอยู่ก่อนหันมามองด้วยปลายตาครั้นเห็นว่าเป็นเขาก็หันหน้าหนีพลางทำ ท่าจะก้าวลงไปอีกขั้น แต่เสียงทุ้มลึกที่ดังขึ้นข้างๆ ทำให้ต้องหยุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าก้าวลงไป คราวนี้เมฆรับรองว่าจะไม่ปล่อยมือโปรดง่ายๆ เหมือนเมื่อกี้แน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงทอดถอนใจจากหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างดังขึ้นชัดเจน “เมฆต้องการอะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บอกแล้วไง...เมฆอยากคุย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมา ถึงชั้นล่างแทนที่จะเดินต่อไปยังบันไดเลื่อนที่จะพาไปยังชั้นถัดไปโปรดปราน กลับก้าวหลีกทางให้คนที่ตามมาข้างหลังก่อนหยุดรอชายหนุ่มที่เดินตามมา หญิงสาวสูดลมหายใจเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้นของเขาบังคับน้ำเสียงให้มั่น คง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าเมฆจะคุยเรื่องระหว่างเรา...โปรดบอกแล้วว่ามันจบ ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดไม่ได้หนี เพียงแต่ไม่เห็นประโยชน์ที่จะคุยกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุยกันอย่างเพื่อนก็ไม่ได้งั้นรึ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานอึ้งไปกับประโยคนั้น รู้สึกว่าหน้าตนเองร้อนผ่าว...นี่หล่อนคิดอะไรอยู่ คิดว่าเขาจะมาขอคืนดีหรือไง...ตำตอบถัดมาจึงอ่อนลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นก็ไป” ไม่พูดเปล่า เมฆคว้าข้อมืออีกฝ่ายโดยไม่ให้ตั้งตัว โปรดปรานทำหน้าเหลอถามเสียงหลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปไหน?” คนถามพยายามขัดขืนสุดแรง แต่ละม้ายมืออีกฝ่ายเป็นปลอกเหล็กแข็งแกร่ง ยิ่งดิ้นรนมันก็ยิ่งรัดแน่น เสียงทุ้มตอบคำถามหล่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปหาที่คุยเหมาะๆ” เขาหยุดไปนิดก่อนเหลือบมองรอบตัวแล้วเตือนเบาๆ “ยิ่งโปรดขัดขืนคนก็ยิ่งมองยิ่งสงสัยอยากรู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วทำไมต้องจับมือ” หล่อนอุทธรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อน กันจับมือกันไม่ได้เหรอ?” กระชับนิ้วรอบข้อมือบางของอีกฝ่ายแน่นเข้าไปอีก โปรดปรานส่ายหน้าด้วยความอึดอัดแต่กลับพูดอะไรไม่ออก และถึงอย่างไรหญิงสาวก็รู้ดีว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เมฆไม่ยอมปล่อยมือแน่ เขาพาเดินลงบันไดเลื่อนจนไปถึงชั้นสองแล้วเดินออกไปยังประตูทางออกสู่ลานจอด รถ นั่นล่ะโปรดปรานจึงขืนตัวไม่ยอมเดินต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปไหน?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ...โปรดนี่ยังไง ถามอะไรซ้ำซาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆจะพาโปรดไปไหน?” คำถามเดิมดังซ้ำคราวนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง คนที่ยังยึดข้อมือจึงตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไปหาที่คุยไง...บ้านโปรดหรือบ้านเมฆดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรด ปรานอึ้ง...ตัวเลือกที่เขาให้มาไม่น่าเลือกเลยสักข้อ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหล่อนหรือบ้านเขา เสี่ยงเกินไปที่จะอยู่กับเขาเพียงลำพัง...สองต่อสอง หล่อนไม่ไว้ใจเขาพอกับที่ไม่ไว้ใจตัวเองนั่นล่ะ...จึงพยายามบ่ายเบี่ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปที่อื่นไม่ได้เหรอ?”&lt;br /&gt;“ไปบ้าน เมฆแล้วกัน” คำตอบแบบรวบรัดตัดความของเขาทำให้คนฟังเลิกคิ้วค้าง ไม่ทันจะปฏิเสธเขาก็ออกแรงจูงข้อมือต่อไม่สนใจอาการขัดขืนของหล่อนแม้แต่ น้อย สุดท้ายเมฆก็พาหล่อนไปที่รถของเขาจนได้ แต่แล้วเหมือนโชคช่วย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมฆชะงักหยิบมันออกมาจากกระเป๋า ชื่อตรงหน้าจอทำให้เขาปล่อยมือโปรดปรานโดยอัตโนมัติ หญิงสาวรู้ด้วยสัญชาตญาณ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...แฟนของเมฆ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรด ปรานถอยห่างออกมาเพราะรู้สึกถึงความเป็นส่วนเกินของตน ถ้อยคำที่เขาสนทนากับปลายสายลอยผ่านมาเข้าหูหากหญิงสาวมิได้สนใจฟัง ตอนนี้สมองของหล่อนครุ่นคิดแต่ว่าจะหนีจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ได้อย่าง ไร โปรดปรานไม่อยากไปบ้านเขา...และยิ่งไม่อยากให้เขาไปบ้านหล่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระยะห่างระหว่างเขากับหล่อนเคยเป็นอย่างไรมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระนั้น หญิงสาวก็ประหลาดใจนักที่เขาอยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาในวันที่เรื่องราวเหล่านั้นน่าจะถูกละทิ้งไว้เพียงในอดีต ...เรื่องระหว่างเรา...เพิ่งจะมามีความสำคัญอะไรกับเขาในตอนนี้จนถึงกับต้อง คุยกับหล่อนให้ได้กระทั่งยื้อยุดข้อมือกันแบบไม่อายใครเช่นนี้ หรือว่า...ความคิดหนึ่งแวบผ่าน และหล่อนก็ได้ยินอีกเสียงสวนกลับทันควัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ไม่มีทาง!’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขามี ใครอีกคนแล้วมิใช่หรือ...โน่นไง ถ้อยคำในสำเนียงที่รื่นหูยังแว่วมาให้ได้ยิน น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างนั้นน้อยครั้งที่โปรดปรานจะได้รับ เพราะยามที่เขาพูดกับหล่อนมันจะกลายเป็นน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ...เหมือนคนไร้หัวใจ และก็เพราะเขาไร้หัวใจกับหล่อนก่อนมิใช่หรือ โปรดปรานจึงจำต้องไร้หัวใจกับเขาบ้างเพื่อรักษาหัวใจตนเองให้บอบช้ำน้อยที่ สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดได้ อย่างเดียวที่เขาอยากจะคุยกับหล่อนนักก็เพราะยังแค้นไม่หายที่ทำให้เขา เสียใจ ไม่สิ...เขาไม่ได้เสียใจที่หล่อนคบกับอัคนีหรอก เขาเสียหน้าต่างหาก...และจากความเสียหน้ามันก็กลายเป็นความเกลียดชัง เกลียดขนาดที่ไม่อยากได้ยินชื่อหล่อนอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แล้วจะรออยู่ทำไม...ฉวยโอกาสหนีไปดีกว่า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิง... เดี๋ยวเมฆโทรกลับนะ พอดีมีสายเข้า” น้ำเสียงที่บอกกับปลายสายรีบร้อนเมื่อชายหนุ่มเห็นจากหางตาว่าคนที่ถอยไปยืน อยู่ห่างๆ ทำท่าจะเดินผละไป เมฆไม่ทันจะฟังคำตอบจากอีกฝั่งก็รีบกดวางสาย ก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวคนร่างโปร่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่กำลังจะหนีรู้สึกถึงแรงฉุดจากข้อมือ หันขวับกลับมาก็พบสายตาวับวาวจ้องเขม็ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะไปไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานบิดข้อมือตนเองพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายแต่ไม่สำเร็จจึงหันมาเจรจา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆจะ โกรธจะเกลียดโปรดยังไงก็ช่างเถอะ” หล่อนสบสายตานิ่งเหมือนน้ำในบ่อลึกของเมฆแน่วแน่ขณะเอ่ยต่อ “โปรดเข้าใจ...เพราะสิ่งที่โปรดทำมันก็น่าให้เมฆต้องรู้สึกอย่างนั้น แต่โปรดก็อยากให้เมฆรู้ว่าโปรดเองก็เสียใจ...เสียใจที่ทำไม่ดีกับเมฆ” กังวานเสียงของหญิงสาวสั่นนิดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆนิ่ง จ้องลึกเข้าไปในสายตาของคนพูดราวจะค้นหาความจริงอยู่นานหลายนาทีก่อนที่เสียงทุ้มลึกจะเอ่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปกันเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2063722238451522204-9017535698374885307?l=www.blog.kitanjali-novels.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/feeds/9017535698374885307/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_9808.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/9017535698374885307'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2063722238451522204/posts/default/9017535698374885307'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://www.blog.kitanjali-novels.com/2009/09/blog-post_9808.html' title='สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๕'/><author><name>~ คี ต า ญ ช ลี ~</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17519861155006854524</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_eKuoFgmpLTg/SOuIgaQ5kKI/AAAAAAAAACY/Y0XjJKefctM/S220/mini01.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2063722238451522204.post-7857269562695917504</id><published>2009-09-09T16:48:00.001+07:00</published><updated>2009-09-09T16:49:56.744+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นิยาย-สายลมรักกลางฤดูเหงา'/><title type='text'>สายลมรักกลางฤดูเหงา บทที่ ๔</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/WindOfLove.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทที่ ๔&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่โปรดหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัคนีหันไปบอกคนที่ยืนทำหน้าเคร่งคิ้วขมวดเหมือนคิดอะไรอยู่ เขาคิดว่าตนเองเดาใจเมฆไม่ผิดเพราะฝ่ายนั้นทำท่าทางเหมือนถูกจับได้อย่างไร อย่างนั้น อัคนีซ่อนยิ้มนึกในใจว่าเพื่อนคนนี้ไม่เปลี่ยนจริงๆ มีความในใจแต่ไม่ยอมพูดออกมา เพราะอย่างนี้กระมังโปรดปรานถึงได้ตัดสินใจมาคบเขา จะว่าไปอัคนีผิดสังเกตมาตั้งแต่ตอนที่ฝากความถึงโปรดปรานไปกับพรรษานั่นแล้ว ท่าทางของเมฆดูมึนตึงหากก็พยายามเก็บงำเอาไว้...ถึงจะทำได้ไม่แนบเนียนก็ เถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นทีความบาดหมางระหว่างเขากับเพื่อนคงไม่อาจลบเลือนไปได้ง่ายๆ เสียแล้ว อย่างน้อยก็คงไม่เหมือนกับการเอายางลบมาลบรอยดินสอบนกระดาษ แต่ถึงไม่ง่ายกระนั้นร่องรอยของความเป็นเพื่อนคงยังมีอยู่ มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะช่วยสมานรอยร้าวของมิตรภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจอโปรดมั่งหรือเปล่า” อัคนีถามทั้งที่รู้คำตอบ...เขาอยู่ใกล้มีโอกาสเจอเมฆในงานรวมรุ่นทุกปียังไม่เคยพูดคุยวิสาสะกัน ประสาอะไรกับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปรานที่อยู่ไกลอย่างนั้น แต่ก็ยังอยากถาม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้เจอ” น้ำเสียงคนตอติดจะห้วนทั้งไม่ยอมสบตาอีกฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กูก็ไม่ได้เจอโปรดมานานพอๆ กับที่ไม่ได้เจอมึงนั่นแหละ” เขาบอกพลางจับตามองปฏิกิริยาอีกฝ่ายเมฆเหลียวมองคนพูดด้วยความแปลกใจ เกิดความสงสัยขึ้นมา ประโยคนั้นหมายความว่าอย่างไร...อัคนีกำลังจะบอกอะไรกับเขา หลังจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุคราวนั้นเมฆปิดการรับรู้ทุกอย่างทุกทางที่เกี่ยวกับอัคนีและโปรดปราน ไม่เคยถาม ไม่เคยพูดถึง เขาลบชื่อทั้งสองออกจากสมองและพยายามที่จะลบออกจากความทรงจำแม้จะรู้ตัวใน ที่สุดว่า...ทำไม่ได้ แต่เก้าปีทีผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินข่าวคราวของทั้งอัคนีและโปรดปรานแม้แต่นิด เดียว ยิ่งเมื่อก้าวออกไปอยู่ในสังคมใหม่ในที่ทำงาน เรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้จึงถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...นานจวบจนกระทั่งวันที่เขาไปพบโปรดปรานโดยบังเอิญ...น้ำเสียงเรียบๆ ดังขึ้นขัดความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอไปหาอะไรดื่มสักหน่อย คอชักแห้ง” คนพูดมองแก้วในมือคนเป็นเพื่อน “เอาอะไรมั้ย...เดี๋ยวเอามาให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆยกแก้วเปล่าขึ้นส่องกับไฟ เขย่า เสียงน้ำแข็งกระทบกับแก้วดังชัดเจน...ชัดเจนพอกับเสียงตัวเองที่ตอบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไร กูไปกับมึงดีกว่า” ความอยากรู้ทำให้เขาตัดอคติที่เริ่มก่อตัวทิ้ง...ยอมรับกับใจว่าอยากรู้ เรื่องของคนสองคนที่ตัวเองขังลืมไว้ใ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้องเก่าๆ ที่มีชื่อเรียกว่าอดีตอย่างเหลือเกิน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษาเดินหาเพื่อนสาวอยู่ไม่นานก็พบอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาหารจานโต อยู่ตรงโต๊ะที่จัดไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ไม่ไกลจากซุ้มบุฟเฟต์สักเท่าไร เจ้าหล่อนตักข้าวเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยจนคนมองนึกหิวขึ้นมาตงิดๆ จิตติมาเงยหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงทักจากเพื่อนสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ระวังติดคอนะแก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ยังมีข้าวเต็มปากกวักมือหย็อยๆ เรียกเพื่อน ท่าทางกระตือรือร้นทำให้พรรษาเลิกคิ้วแปลกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาก็ดีแล้ว...มีเรื่องจะเม้าท์ให้ฟังพอดี” เจ้าตัวเอ่ยเร็ว ดีที่กลืนข้าวลงคอเสียก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นคงเกิดอาการสำลักกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไร...เม้าท์อะไร...” พรรษาหูผึ่ง...แต่ยังวางท่าเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอ้เกดมันเล่าให้ฟังตะกี้ว่ามีคนถามถึงอั๋นว่ะ” คนเล่าวางช้อนส้อมพักการกินไว้ชั่วขณะ ใบหน้าที่เงยสบเพื่อนมีแววตื่นเต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วไง” พรรษายังมองไม่ออกว่าเรื่องที่เพื่อนเล่ามันน่าสนใจตรงไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะอะไรล่ะ คนถามน่ะใครรู้ป่ะ...” พรรษาส่ายหน้า จิตติมาจึงเฉยล “แฟนเก่าไอ้ชุน!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้คนฟังทำหน้ายุ่งหนักขึ้นไปอีก...ก็แฟนเก่าชุนมีตั้งหลายคน แล้วคนไหนเล่า...พรรษายังไม่ทันตั้งกระทู้ถาม คนเป็นเพื่อนก็ชิงตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนัสนันท์ไง” พรรษานิ่งคิดอยู่ครู่จึงอุทานออกมาเมื่อนึกออกลางๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จำได้ล่ะ แล้วเค้ารู้จักอั๋นหรือไงจูนถึงถาม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น่าจะไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว!” พรรษาร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถามถึงอั๋น...แล้วก็ถามถึงแฟนอั๋น” แววตาและรอยยิ้มของจิตติมาสะกิดใจคนมองยิ่งนัก คล้ายเจ้าตัวยังมีอะไรเก็บงำไว้อีก...และสิ่งที่เก็บไว้นั้นน่าจะเป็น ‘ไคลแม็กซ์’ ของเรื่องนี้เสียด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แฟนอั๋น...” หัวคิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน แต่แล้วก็ค่อยคลายเมื่อนึกออก “โปรด!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อือ...จะใครล่ะ ตอนที่ชุนคบกับมนัสนันท์ โปรดก็เพิ่งจะคบกับอั๋น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เค้าอยากรู้เรื่องอั๋นกับโปรดไปทำไมวะจูน” พรรษาถามผู้เป็นเพื่อนเสียงฉงน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คิดดีๆ สิ” อะไรบางอย่างในน้ำเสียงจิตติมาทำให้พรรษานิ่งตรอง...อะไรคือสาเหตุทำให้มนัส นันท์ถามถึงโปรดปราน...หญิงสาวแน่ใจว่าเพื่อนของตนไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น แน่นอน...และแล้วจุดสว่างเล็กๆ ก็เรืองแสงขึ้นในความคิดของหล่อน มนัสนันท์ไม่ใช่หรือที่ชักนำให้เมฆรู้จักกับแฟนคนปัจจุบัน...พรรษาร้องออกมา เมื่อนึกออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แฟนเมฆ!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่ ชั้นว่าคนที่อยากรู้ไม่ใช่มนัสนันท์หรอก แต่เป็นแฟนเมฆนั่นแหละ ส่วนจะอยากรู้เพราะอะไรและอยากรู้ไปทำไมเนี่ย...คงต้องสืบเอา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดตอบไปว่าไง จูนรู้มั้ย?” พรรษาหันมาถามคนเป็นเพื่อนที่ตอนนี้เริ่มตักข้าวเข้าปากอีกรอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็บอกว่าไม่รู้เพราะไม่ได้เจอสองคนนั่นเลย แต่ยืนยันว่าอั๋นกับโปรดเป็นแฟนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วเค้าบอกมั้ยว่าถามทำไม?” จิตติมาพยักหน้า กลืนอาหารเรียบร้อยแล้วจึงตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บอกสิ เค้าบอกว่าเจอโปรดที่ซุปเปอร์ฯ เห็นหน้าคุ้นๆ ก็เลยลองมาถามดู”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แกว่าเมฆจะเคยเล่าเรื่องโปรดให้แฟนฟังมั้ย?” จิตติมาชะงักมือที่กำลังตักข้าว คิ้วขมวดนิดหนึ่งก่อนจะสั่นหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ว่ะ...ชั้นว่าไม่ ก็เมฆไม่เคยพูดถึงโปรดกับอั๋นมาตั้งนานแล้วนี่ รู้กันอยู่” ประโยคสุดท้ายเหมือนจะเตือนคนเป็นเพื่อนถึงความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่าง ชายหนุ่มสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สงสัยเนอะ...อยากรู้จัง” พรรษาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะรำพึง...หล่อนอยากรู้ และเชื่อเหอะ...หล่อนต้องรู้ให้ได้ สายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นร่างสูงของชายหนุ่มสองคนที่ตนเพิ่งแยกตัวจากมา อยู่ไวๆ ทั้งคู่เดินตรงไปที่ซุ้มเครื่องดื่มซึ่งตั้งคู่กับซุ้มอาหารและอยู่ไม่ไกล จากที่หล่อนกับจิตติมานั่งอยู่ พรรษาตบต้นขาตนเองดังเผียะเมื่อนึกออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ได้การล่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จิตติมามองตามหลังคนเป็นเพื่อนด้วยความฉงนฉงายเมื่ออีกฝ่ายลุกพรวดพราด เดินจากไปไม่บอกกล่าวสักคำ หากเมื่อเห็นว่าพรรษาไปหาใครหล่อนอยากหัวเราะออกมาให้ดังๆ เสียเหลือเกิน กระบวนการใจร้อน ใจเร็วล่ะก็...ไม่มีใครเกินพรรษา...ขออย่างเดียวเถอะ...อย่าพลั้งปากถามเสีย จนเมฆสงสัยเข้าล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พนักงานประจำซุ้มเครื่องดื่มรินวิสกี้สีอำพันลงบนก้อนน้ำแข็งเย็น เฉียบมีกระไอลอยคล้ายสายหมอกบางๆ ตามด้วยโซดาที่พอไหลจากขวดลงกระทบก้นแก้วแล้วก็เกิดเป็นฟองซ่าลอยจากด้าน ล่างขึ้นมาสู่ด้านบน เขาใช้แท่งพลาสติกใสคนให้ส่วนผสมทั้งสองชนิดเข้ากันดีจึงยื่นให้ผู้สั่งซึ่ง กำลังคุยกับเพื่อนอยู่อย่างออกรสออกชาติ คนสั่งรับเครื่องดื่มมาและโบกมือให้อัคนีกับเมฆเป็นเชิงขอตัวก่อนจะผละจากไป พนักงานจึงหันมาทางสองหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?” อัคนีหันไปพนักหน้าให้เมฆสั่งก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหมือนเมื่อกี้ครับ...วิสกี้โซดา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เข้มหรือบางครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กลางๆ ดีกว่าครับ” เมฆตอบยิ้มๆ “บางไปเดี๋ยวจืดเร็ว เข้มไปผมก็กลัวจะถูกแบกกลับบ้าน” พนักงานยิ้มกับคำตอบของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงจ๊ะหนุ่มๆ” เสียงใสคุ้นหูทักมาจากด้านหลัง สองหนุ่มหันไปดูพร้อมกัน พรรษาเดินยิ้มกริ่มตรงรี่เข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สั่งเครื่องดื่มเหรอ?” ถามทั้งที่เห็นอยู่ตำตา นี่ถ้าเป็นสมัยเรียนหนังสือล่ะก็มีหวังโดนตอกกลับแน่ว่าไม่เห็นหรือไง แต่ตอนนี้โตๆกันแล้วคนถูกถามทั้งสองคนจึงได้แต่ยิ้ม “หิวน้ำเหมือนกัน นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินน้ำกินท่ากับเค้าเลย พี่คะ...โค้กเพียว” ประโยคหลังเจ้าตัวหันไปสั่งกับพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรฝน เดี๋ยวนี้เล่นโค้กเพียวเลยเรอะ แต่ก่อนเห็นกินผสมนี่หว่า” อัคนีแซว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดี๋ยวนี้คอแข็ง...คอแข็ง” คนพูดยักคิ้วพลางลูบคอตัวเองทำท่าโอ่เต็มที่ คนแซวจึงเอ่ยต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ระวังเมานา...อ้าว! โทรศัพท์...” ประโยคหลังคล้ายจะอุทานกับตัวเองมากกว่า จากนั้นจึงล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วบอกกับพรรษาและ เมฆ “คุยกันไปก่อน ขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนเดี๋ยวมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เฮ้ย...ดื่มอะไรวะจะได้สั่งให้” เมฆถามไล่หลัง อัคนีรับโทรศัพท์และกำลังฟังปลายสายพูดจึงชี้มาที่เขาและทำปากมุบมิบอ่านได้ ความว่า....เหมือนกัน เมฆยกมือให้เป็นเชิงว่ารับรู้ก่อนหันไปสั่งกับพนักงานที่ผสมเครื่องดื่มแก้ว ของเขาเสร็จพอดี “ผสมโค้กเพียวเสร็จแล้วขออย่างนี้อีกแก้วครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต๊าย...พอเรียนจบแล้วผู้ชายคณะเราเป็นอะไรกันไปหมดนี่ถึงรู้จักคำว่าเล ดี้เฟิร์สต์ ทุกทีล่ะเป็นให้รอ” ทั้งคู่ยังคงปักหลักคุยกันหน้าซุ้มเครื่องดื่มต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อั๋นไม่อยู่ ฝนเลยได้ก่อนไง” เมฆหันมาตอบหน้าตาย พรรษาเกือบเข่าทรุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เออ...ขอบใจ นึกว่าจะเป็นสุภาพบุรุษ” เจ้าตัวหรี่ตาทำหน้าเซ็งแล้วจึงหันไปรับเครื่องดื่มที่พนักงานวางไว้ให้มาดื่มอั๊กๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดื่มขนาดนั้นเดี๋ยวก็บาดคอหรอก” พูดยังไม่ทันขาดคำคนถูกทักก็หลับหูหลับตาแน่นเอามือกำคอ “ไหนว่าคอแข็ง เจอโค้กเพียวไหงเป็นงี้ล่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอย...” พรรษาร้องโอดโอย เอ่ยกระท่อนกระแท่น “ลืม...ไปว่า...โค้กเพียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆส่ายหน้ายิ้ม เพื่อนสาวคนนี้เหมือนจะห้าวแต่ก็ไม่ใช่ พรรษาเป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่แก่นทโมนจนบางครั้งเพื่อนฝูงรู้สึกเหมือนมีเด็กผู้ชายอยู่ร่วมคณะ ความแก่นนี้เองที่ทำให้พรรษาเข้ากันได้ดีกับทั้งหญิงชายจนกลายเป็นศูนย์กลาง ในการติดต่อของเพื่อนร่วมคณะ ใครอยากติดต่อใครหรือมีข่าวจะแจ้งให้เพื่อนทราบก็มักจะบอกผ่านมาทางพรรษา ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออาการบาดคอบรรเทาลงพรรษาก็เข้าเรื่องที่เป็นสาเหตุให้หล่อนพาตัวเองมาหาชายหนุ่มผู้นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจอใครที่ซุปเปอร์หรือเปล่า?” คำถามลอยๆ นั้นทำให้เมฆอึ้ง เขาสบสายตาเพื่อนสาวนิ่งคล้ายจะคะเน...โปรดปรานคงเล่าว่าเจอเขากระมัง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เค้าบอกเหรอ?” เมฆย้อนถาม พรรษาพยักหน้ารับส่งๆ ทั้งที่ในใจมีคำถาม...เขาไหน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขา...แฟนเมฆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ...เขา...เพื่อนหล่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดปราน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจอกัน...แต่ไม่ได้คุยกันหรอก เขาเล่าให้ฟังว่าไง?” พรรษารีบสั่นหน้า ปฏิเสธเกือบละล่ำละลัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ...เปล่าๆ ไม่ได้เล่าอะไรมากหรอก แค่บอกว่าเจอเท่านั้น” ...เอาน่า...ลองถามต่ออีกหน่อย ให้แน่ใจว่าสิ่งที่หล่อนคิดนั้นถูกต้อง...เมฆกับโปรดปรานเจอกันแล้ว... “แล้วทำไมไม่คุยกัน...ฮึ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆยิ้มตรงมุมปาก ถอนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิงอยู่ด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบของเมฆทำให้พรรษาซ่อนยิ้มไว้ในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เห็นเป็นไร...ก็บอกสิว่าเพื่อน” อีกฝ่ายไม่ตอบ หล่อนจึงรุก...รุกอย่างที่อยากจะทำมานานแล้วแต่อีกฝ่ายไม่เคยเปิดโอกาสให้ เลยสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆโกรธ เกลียด โปรดมากเลยเหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีคำตอบ แต่อาการยกแก้วในมือดื่มรวดเดียวเหมือนพยายามข่มใจทำให้พรรษาใช้วิชาเดาของหล่อนต่อไป...คำตอบมีแค่สอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกลียดมาก...กับ...รักมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเป็นอย่างไหนก็คงต้องดูกันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ตอบแสดงว่ายังโกรธอยู่ใช่มั้ย?” หล่อนรุกต่อ คราวนี้ได้ยินเสียงถอนใจจากอีกฝ่าย เมฆรับเครื่องดื่มแก้วใหม่มาจากพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝนจะเชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ความโกรธแค้นที่เคยมีมันหายไปตั้งแต่เจอเค้าวันนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษาอยากระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเหลือเกินเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากเมฆ แต่ทำได้เพียงยิ้มบางๆ ในใจนึกอยากถามอีกฝ่ายว่า ‘ไม่โกรธแล้ว...ก็...อาจจะยังรักอยู่...หรือเปล่า...’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีแล้วล่ะ” เจ้าหล่อนตบแขนกำยำด้วยมัดกล้ามของเพื่อนชาย “เป็นเพื่อนกัน อย่าโกรธกันเลย” หล่อนพูดเน้นตรงคำว่า ‘เพื่อน’ จนคนฟังวาบในอกราวกับมีแท่งน้ำแข็งแหลมคมแทงทะลุตรงกลางใจ มันเย็นเยือกจนหนาวสะท้านอย่างประหลาด แก้วในมือถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง เมฆหวังว่าความร้อนของน้ำสีอำพันจะช่วยลดความเย็นที่กำลังคืบคลานไปทั่วทุก ห้องหัวใจของเขา ทำไมหนอ...คำว่า ‘เพื่อน’ ถึงทำให้เขารู้สึกยอกแสยงใจได้ขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันหลังจะได้นัดเจอทานข้าวด้วยกัน เออ...นัดพร้อมอั๋นเลยดีมั้ย...แต่ไม่รู้ว่าอั๋นอยากจะคุยอะไรกับโปรดหรือ เปล่า รายนั้นน่าจะมีเรื่องต้องคุย...ทำกับโปรดไว้เยอะเหมือนกัน” ประโยคท้ายๆ ละม้ายเจ้าตัวจะรำพึงรำพันกับตัวเองมากกว่าพูดให้เขาฟัง แต่กลับเรียกความสนใจได้ชะงัดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไม?” เมฆถามอย่างลืมตัว ไม่ทันสังเกตเห็นแววตาของเพื่อนสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษาสะกดยิ้มไว้...คนฟอร์มจัดหลงกลหล่อนจนได้...แต่ก่อนเมฆไม่ยอมรับรู้ เรื่องราวของโปรดปรานและอัคนี ถึงกับประกาศลั่นต่อหน้าเพื่อนๆ ว่าห้ามพูดถึงสองคนนี้ต่อหน้าเขาเด็ดขาด เมฆทั้งโกรธทั้งแค้นว่าถูกเพื่อนทรยศหักหลังแย่งแฟนตนเองไป มีพรรษาคนเดียวกระมังที่รู้ความจริงว่าอัคนีไม่ได้แย่งโปรดปรานไปจากเมฆเลย แม้ว่าเขาจะแอบหลงรักหล่อนอยู่จริงๆ ก็เถิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจของโปรดปรานคนเดียว แต่ต้นตอของการตัดสินใจนั้นก็มาจากเมฆนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้ก็มีพรรษาคนเดียวที่รู้ แต่ที่ไม่คิดจะบอกเมฆก็เพราะไม่ใช่ธุระกงการอะไรของหล่อน คนที่ควรจะบอกไม่ใช่หล่อนแต่คือโปรดปรานต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุระของพรรษามีเพียง...ลบความบาดหมางระหว่างเมฆกับโปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนถ่านไฟเก่าของทั้งคู่จะกลับมาคุโชนอีกครั้งหรือไม่...เป็นผลพลอยได้ ...แต่เป็นผลพลอยได้ที่พรรษาหวังให้มันเกิดขึ้นเหลือเกิน ถึงเมฆจะมีแฟนแล้วและมีข่าวว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นก็ตาม หล่อนอาจจะใจร้ายกับผู้หญิงคนนั้นแต่ถ้าให้เลือกระหว่างเพื่อนตัวเองกับคน อื่น พรรษาย่อมเลือกเพื่อนตัวเองมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถามกับเจ้าตัวเค้าเองดีกว่า...เดินกลับมาโน่นแล้ว” พรรษาบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังเพื่อนหนุ่ม เมฆลอบถอนใจอย่างขัดในอารมณ์...พรรษากำลังจะบอกอยู่แล้วเชียว...นึกดีใจว่า ไม่ต้องหาวิธีถามอัคนีโดยไม่ให้ฝ่ายนั้นรู้สึกว่าเขากระหายใคร่รู้เพียงไหน กระนั้นคำพูดของเพื่อนสาวก็เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นที่สองที่เขาได้รับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิ้นแรกคือประโยคคลุมเครือของอัคนีที่เอ่ยกับเขาก่อนหน้านี้ จิ๊กซอว์สองชิ้นน่าจะเชื่อมต่อกัน เพียงแต่...เขาต้องหมุนให้ถูกด้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่หายออกไปรับโทรศัพท์เดินกลับมาด้วยสีหน้ายุ่ง ท่าทางเหมือนกังวล เมื่อเดินใกล้เข้ามาอัคนีบอกกับเพื่อนทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงต้องกลับก่อนว่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว...ทำไมล่ะ ยังไม่ทันจะได้คุยกับคนอื่นๆเลย” พรรษาบ่นอย่างเสียดายแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นสิ...เอ้า” เมฆส่งแก้วเครื่องดื่มที่สั่งใหม่ให้อัคนีพลางบอก “แก้วเมื่อกี้กูกินไปแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กที่ร้านโทรบอกว่ามีปัญหา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปัญหาอะไร?” พรรษาถามอย่างพลั้งปากตามนิสัยช่างซักไซ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กที่ร้านโดนทำร้าย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งพรรษาและเมฆเอ่ยเกือบจะพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เฮ้ย!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นไรมากเปล่า?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้ว่ะ ไอ้คนโทรมันก็ตกใจ พูดไม่รู้เรื่อง” อัคนีกระดกแก้วในมือดื่มรวดเดียวด้วยความเร่งรีบจนรู้สึกถึงความร้อนที่ไหล ผ่านลำคอ “มึงมีเบอร์โทรใช่มั้ย ขอกูหน่อย วันหลังจะได้ชวนกินเหล้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มี...” เมฆตอบและบอกหมายเลขโทรศัพท์ของตน อัคนีกดตาม ครู่หนึ่งโทรศัพท์ของเขาก็ดังพร้อมกับที่คนเป็นเพื่อนบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เบอร์กู” อัคนีพูดกับเมฆเสร็จก็หันไปหาพรรษา “ไปก่อนนะฝน อย่าลืมเรื่องที่ฝากไว้ล่ะ ถามโปรดให้ด้วย...อั๋นอยากเจอเค้าจริงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อือๆ ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวบอกให้” หญิงสาวรับคำแล้วโบกมือให้คนเป็นเพื่อนที่หันหลังเดินแหวกผู้คนออกจากห้อง จัดเลี้ยง ระหว่างทางมีเพื่อนทักทายเขาก็คุยพอเป็นพิธีแล้วขอตัว กระทั่งร่างสูงก้าวออกจากห้องพร้อมประตูที่ปิดลง สองคนที่ยืนมองจึงหันมามองหน้ากัน จู่ๆ พรรษาก็โพล่งออกมา “ฝนเชื่อว่าเมฆไม่โกรธไม่เกลียดโปรดแล้ว ไม่งั้นเมฆไม่คุยกับอั๋นหรอก...ใช่มั้ย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆอึ้ง...ไม่ได้ตอบ เขากำลังถามตนเองอยู่เช่นกันว่าความรู้สึกที่วูบผ่านละม้ายแสงแวบวับของสาย ฟ้าในคืนพายุนั้นคืออะไร มันเกิดขึ้น...ทุกครั้งที่ได้ยินอัคนีเอ่ยถึงโปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แสงสว่างเพียงชั่วครู่กำลังจะเผยให้เขาเห็นบางสิ่งบางอย่าง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรษายังคงมองหน้าคนเป็นเพื่อน ไม่ใช่ว่ารอคำตอบแต่หล่อนเห็นเงาบางอย่างในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่คล้ายจะเย็นชาอยู่เป็นนิจ ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันไม่มีวันรู้หรอกว่าเมฆไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงให้ใครต่อ ใครเห็น มันเป็นเพียงบุคลิกลักษณะของเขาที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อครู่พรรษาสาบานได้ว่าเห็นประกายไฟแลบเลียออกมาจากดวงตาเฉยชาคู่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝนจะไปไหนหรือเปล่า?” เมฆถาม ตัดสินใจแล้วว่าอย่างไรเสียวันนี้เขาต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างอัคนีกับโปรดปราน ถึงจะต้องเอ่ยปากถามกับปากตัวเองก็เถิด มีหรือพรรษาจะไม่รู้ว่าเขาใคร่รู้เพียงไหน เผลอๆ หล่อนอาจจะรู้จักเขามากกว่าตัวเขาเองด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่สาวแก่นจอมทโมนคนนี้...ดูคนเก่งที่สุด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปไหนล่ะ?” คนถูกถามย้อน แถมกวนกลับ “ห้องมีแค่นี้จะไปไหนได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะไปคุยกับใครหรือเปล่า?” เมฆต้องถามใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่อยากคุยกับฝนก็บอกมาตรงๆ จะได้แบกหน้าน่ารักๆ หนี” คราวนี้คนฟังส่ายหน้า ยกแก้วในมือขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มหลายอึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีนะ...ได้เหล้าช่วย” เขาทำท่าเอียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องมาทำปากดีเลยเมฆ อยากรู้อะไรถามมา” คนพูดทำเสียงเขียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นไง! เมฆคิดไว้ไม่มีผิด พรรษารู้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มสบตาเพื่อนสาวนิ่ง ดวงตาที่เคยเย็นชาอยู่เป็นนิจมีประกายแน่วแน่เมื่อเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เล่าเรื่องโปรดให้ฟังหน่อย” เพียงประโยคนี้ออกจากปากเขา พรรษาก็ยิ้มอย่างผู้ที่กำชัยชนะไว้ในมือตน แววตาเปล่งประกายระยิบเสียจนเมฆหมั่นไส้เหลือกำลัง ถ้าไม่เพราะกลัวเจ้าหล่อนจะเล่นตัวเพราะถือตนว่าไพ่ในมือเหนือกว่าล่ะก็ เขาคงหันหลังเดินจากมาแล้ว แต่นี่...ความกระหายใคร่รู้มีมากกว่า เมฆจึงทนทำไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาคู่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยากรู้เรื่องไหนล่ะ?” หล่อนโยกโย้ อยากเห็นคนลมออกหู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝนรู้น่า...ว่าเรื่องไหน” ...แค่เอ่ยปากถามมันก็ยากแสนสาหัสสำหรับเขาแล้ว ยายทโมนตัวแสบยังจะคาดคั้นอีกแน่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้จริง...จริ๊ง” เจ้าตัวทำหน้าซื่อ ตาใสกะพริบปริบๆ “ตั้งแปดเก้าปีแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นตั้งเยอะแยะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมฆกัดฟัน ยกแก้วในมือขึ้นดื่ม คราวนี้หมดแก้ว...เอาน่ะ เหล้าคงช่วยได้... ชายหนุ่มวางแก้วที่ว่างเปล่าลงบนเคาน์เตอร์ของซุ้มเครื่องดื่ม ยกมือปฏิเสธเมื่อพนักงานถามว่าเขาว่าต้องการแก้วใหม่หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมฆอยากรู้เรื่องโปรดกับอั๋น เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย?” น้ำเสียงชายหนุ่มไร้ซึ่งทิฐิ เขาวางเกราะที่กำบังตนไว้ลงโดยสิ้นเชิง พรรษายิ้มอย่างพอใจ นี่ล่ะ...คือสิ่งที่หล่อนต้องการ ได้ยินเขายอมรับกับปากตนเองว่าอยากรู้เรื่องของโปรดปรานกับอัคนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปคุยกันข้างนอกดีกว่า ตรงล็อบบี้ก็ได้...ค่อยสงบหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;โปรดติดตามตอนต่อไป...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;หากผู้ใดกระทำการคัดลอกเพื่อนำไปโพสในบล็อกหรือตามเวบอื่นโดยมิได้รับอนุญาต  มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท  หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
